จุดสำคัญที่คิดว่ายังคงเป็นปัญหา คือ....

ถามมาได้ คำตอบง่ายๆคือ.....ก็ดีซิ จะได้รู้ว่าที่ต่างๆกำลังทำอะไร ทำโดยวิธีไหน ผลเป็นอย่างไง คำถามนี้น่าสนใจนะ โดยเฉพาะถ้าทำวิจัยในเรื่องที่ใกล้เคียงกัน หรือกำลังค้นหาสิ่งเดียวกัน และจุดมันอยู่ที่ใครจะเป็นผู้ค้นพบก่อน ก็จะเป็นผู้ครองสิทธิบัตร ดังนั้นการเห็นผลการทดลองคนอื่นยิ่งดี (เข้าทำนอง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง)

โดยปกติ ผู้วิจัย เมื่อทำการวิจัยจะเก็บบันทึกรายละเอียดรวมทั้งผลการทดลองไว้ใน lab notebook เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มวิจัยเท่านั้นที่จะรู้ ข้อมูลเหล่านี้เก็บเกือบเป็นความลับจะเปิดเผยต่อเมื่อทำการตีพิมพ์ หรือยื่นขอทรัพย์สินทางปํญญารูปแบบต่างๆ  ตอนนี้มาคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเริ่มมีกระแสความคิดเห็นให้ต่อ notebook นั้นเข้ากับอินเตอร์เน็ตให้ใครต่อใครมาดูได้ เอาไปวิเคราะห์ได้

เรื่องนี้มา ข่าวจากวารสาร เนเจอร์นี้ (online 15 Sep 08)  เป็นเรื่องความคิดเห็น (ของนักวิจัยจากอังกฤษและอเมริกา) ที่คิดว่าจะทำให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ยิ่งขึ้นว่า นักวิจัยสมควรนำผลการทดลองที่กำลังทำอยู่เปิดเผย ให้นักวิจัยที่อื่นสามารถค้นหาเรียกดูจากอินเตอร์เน็ต (เรียกว่า open notebook) ซึ่งปกติข้อมูลเหล่านี้จะรู้กันในทีมวิจัยไม่เปิดสู่สาธารณะ โดย ให้ลงวัตถุประสงค์การทดลอง วิธีทำการทดลอง และส่วนที่บันทึกรายละเอียด และเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเมื่อได้ผลการทดลองก็ทำลิงก์ไว้ ทั้งนี้จะทำในลักษณะที่มีการประทับเวลาที่บันทึก

เรื่องที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มคือ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการวิจัย ข้อมูลที่บอกว่านักวิจัยคนไหนกำลังใช้สัตว์ทดลองในงานวิจัย (อันนี้เกี่ยวกับความปลอดภัย เนื่องจากกลุ่มคุ้มครองจริยธรรมในสัตว์ทดลอง)

จุดสำคัญอื่นที่คิดว่ายังคงเป็นปัญหา คือ
1. การขโมยข้อมูล
2. เมื่อเปิดเผยแล้วจะตีพิมพ์ได้ไหม (อย่างน้อย 1 สำนักพิมพ์ที่มีนโยบายไม่รับพิมพ์งานวิจัยที่เปิดเผยข้อมูลแล้ว)

แม้ว่าข้อมูลการทดลองจะเปิดเผยให้ผู้สนใจเห็นทันทีที่ทำเสร็จ แต่เรื่องการเขียนบทความสังเคราะห์ความรู้ที่ได้จากผลการทดลองเหล่านั้นส่งไปตีพิมพ์ตามปกติคงยังมีอยู่

จะเห็นว่าขณะนี้อาจยังไม่ง่ายที่จะทำ open notebook ขึ้น (อันนี้เหมือนการ ริเริ่มจุดชนวนความคิดให้) แต่เชื่อว่าในอนาคต ใน 10 ปี การตีพิมพ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลจะเป็นลักษณะเปิดให้เข้าถึงมากขึ้น

อ่านรายละเอียดหรือแสดงความคิดเห็นที่
http://www.nature.com/news/2008/080915/full/455273a.html