Vertical Farm - ทำไร่บนตึกสูง (ตอนที่ 1)


(คล๊กที่รูปเพื่อขยาย)


การปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อ 200 ปีก่อนนั้นได้ทิ้งมรดกให้โลกอย่างหนึ่งครับ นั่นคือการแบ่งแยกระหว่างสังคมเมือง กับ สังคมชนบท สังคมเมืองทำงานในภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และงานที่ผลิตที่มีมูลค่าสูง ในขณะที่สังคมชนบทนั้นทำเกษตรกรรม แต่สิ่งนั้นจะไม่เป็นจริงอีกต่อไปแล้วล่ะครับ เมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้ง ไอที นาโนเทคโนโลยี วิศวกรรมเครื่องกล เทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมไฟฟ้า กำลังจะย้ายเกษตรกรรมจากชนบทเข้ามาทำในเมือง ศาสตร์ในการทำการเกษตรแนวใหม่ กำลังได้รับความสนใจจากเจ้าเมือง (City's Governor) ใหญ่ๆ ทั่วโลกครับ ศาสตร์ที่ว่านั่นคือ เกษตรกรรมบนที่ (ตึก) สูง หรือ Vertical Farming ครับ

ศาสตราจารย์ Dickson Despommier แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านเป็นผู้หนึ่งที่บุกเบิกแนวคิดของการเกษตรกรรมบนอาคารสูง ท่านเชื่อสุดเชื่อครับว่า การเกษตรแบบใหม่นี้คือทางรอดของมนุษยชาติ โดยกล่าวว่า "อีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรโลกจะเพิ่มจาก 6.2 พันล้านคนไปเป็น 9.5 พันล้าน แต่ตอนนี้เรากลับใช้พื้นที่ที่มีศักยภาพในการทำเกษตรไปแล้วถึง 80% เลยครับ ผมนึกไม่ออกว่าเมื่อถึงตอนนั้น การเกษตรแบบเดิมจะเลี้ยงคนทั้งโลกได้อย่างไร"

เกษตรแบบใหม่ จะเปลี่ยนการเกษตรจากที่เคยทำในแนวราบในชนบท มาเป็นการเกษตรแบบแนวดิ่งกลางเมืองใหญ่ Vertical Farming จะผลิตอาหารที่สังคมชนบทเคยผลิต ด้วยวิธีการที่ควบคุม พืชผลจะไม่ถูกรบกวนโดยสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น พายุฝน ภัยแล้ง ดินเสีย การเกษตรแบบไม่ใช้ดินจะดันยอดผลผลิตขึ้นไปอีก 5-30 เท่า นอกเหนือไปจากนี้ Vertical Farming ยังช่วยลดภาวะโลกร้อน เพราะประมาณกันว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรโลก 80% จะอาศัยในเมืองใหญ่ ดังนั้นการทำเกษตรกลางเมือง จะทำให้ไม่ต้องมีการขนส่งผลผลิตจากชนบทมาสู่เมือง ผลิตตรงไหน ก็บริโภคกันตรงนั้น อาคารที่ทำฟาร์มอาจมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายผลผลิตให้แก่คนเมืองไปในตัว ในเมื่อสังคมชนบทที่ทำการเกษตรไม่มีความจำเป็นแล้ว เราก็สามารถปล่อยพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยการสร้างพท้นที่ป่าบนผืนเกษตรที่ทิ้งแล้ว เพื่อให้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ ศาสตราจารย์ Despommier คำนวณว่าจะต้องมีการสร้าง Vertical Farm สัก 150 อาคารเพื่อเลี้ยงคนนิวยอร์คทั้งเมือง โดยฟาร์มบนตึกนี้จะผลิตได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ธัญพืช ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ โดยแทบจะไม่จำเป็นต้องนำเข้าอาหารจากชนบทอีกต่อไป ไอเดียสุดเจ๋งของท่านกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก ตั้งแต่เนเธอร์แลนด์ จนถึง ดูไบ
ผมจะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะครับว่า ต้นแบบ Vertical Farm มีหน้าตาอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ เพราะประเทศที่ทำเกษตรแบบดั้งเดิมอย่างประเทศไทย ได้รับผลกระทบแน่ครับ .........
หมายเลขบันทึก: 208269เขียนเมื่อ 13 กันยายน 2008 09:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 เมษายน 2012 11:00 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (4)

สวัสดีค่ะ คุณ Smart Farm in Thailand

  • เชยจังค่ะที่เพิ่งรู้จัก blog นี้...แต่พอรู้จักแล้วก็ทึ่งกับวิทยาการ
  • และขอบคุณเจ้าของบันทึก...ที่ขยันเล่าเรื่องไกลตัวให้อ่านสนุก
  • ส่วนตัวชอบบรรยากาศสวนเกษตร ไร่นาสวนผสม แต่คงไม่มีปัญญาทำ...
  • ที่ผ่านมาพ่อกับพี่เขยช่วยกันสร้าง...ช่วยกันทำ
  • ไร่นาของเราอาจจะไม่ได้สร้างรายได้นัก...แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และเป็นที่แห่งความทรงจำร่วมกัน...ทำให้ลูกหลานรู้ว่าเราสามารถปลูกข้าวเองได้หากเราตั้งใจโดยไม่ต้องซื้อหา
  • ทุกวันนี้คุณพ่อเค้าชอบดูทีวีเทคโนโลยีการเกษตร...และชอบนำมาทำ... ประสบความสำเร็จบ้าง...เจ๊งบ้าง...อิอิ
  • แต่นั่นคงไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้
  • ถ้าพ่อเค้ารู้จัก g2K คงมีเรื่องให้แกสนุกอีกมากค่ะ

ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาทักทายกันครับ เรื่องของเกษตรเป็นเรื่องของสายเลือดที่มีอยู่ในตัวคนไทยเราทุกคนครับ อีกหน่อย การเกษตรส่วนตัว หรือ Personal Farming จะกลายเป็นงานอดิเรก หรือ entertainment อย่างหนึ่งแล้วครับ

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี