หลังการสูญเสีย


คนเราทุกคนใช่ว่าจะสมหวังกันทุกเรื่อง

แม้ว่าวันนี้จะมีความสุขที่เกิดขึ้นใช่ว่าจะยั่งยืน ไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอก เหมือนคำกล่าวที่เราท่านมักได้ยินกันจนคุ้นหูว่า สรรพสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง   ดังนั้นทั้งเราและท่านทั้งหลายต้องอยู่อย่างไม่ประมาท จะทำสิ่งใด จะต้องคิดหลาย ๆ อย่าง คิดมาก ๆ หาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราและครอบครัว หรือคนใกล้ชิดเรา ต้องรู้จักเตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมการณ์ล่วงหน้า คิดเผื่อ ๆ ไว้บ้าง ทั้งนี้เพื่อให้ตัวเราสามารถจัดการกับชีวิต ในช่วงที่ต้องสูญเสียได้เป็นต้นว่า เสียคนที่เรารัก อาจเป็นคุณพ่อ หรือคุณแม่ อาจเป็นสามีหรือภรรยาหรือแม้แต่ลูก ๆ หรือสมาชิกในครอบครัว เราแต่ละคนไม่อาจเดาได้ว่าเมื่อไรจะเป็นใครหรือแม้ตัวเราเอง แน่นอนไม่มีเหตุการณ์ใดมาบอกเราได้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น แม้หนึ่งนาทีข้างหน้าเรายังมองไม่เห็น ดังนั้นการอยู่อย่างไม่ประมาทน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในการดำรงชีวิต และเมื่อมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น เราต้องเรียนรู้ที่จะต้องปรับตัวปรับใจในสถานการณ์นั้น ๆ ให้ได้ ไม่ฟูมฟาย ไม่เอาแต่ร้องไห้ ไม่คร่ำครวญกับความเสียใจ หรือการสูญเสียแบบ กะทันหัน เราทุกคนเมื่อทราบของเรื่องการสูญเสียเป็นจะต้องดำเนินต่อไปให้ได้ถึงตอนนี้คงต้องสร้างพลังและศักยภาพภายในจากตัวเองให้มากขึ้น ต้องเข้มแข็ง ต้องอดทน อดกลั้น คิดว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ถ้าท่านเกิดมาเป็นนักสู้มาโดยตลอด พอถึงสถานการณ์คับขันท่านก็จะเป็นผู้หนึ่งที่สามารถจัดการกับชีวิตในช่วงนี้ได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าท่านเล่นบทบาทผู้หญิงอ่อนแอ ผู้ชายอ่อนต่อโลกท่านคงต้องฝืนลุกขึ้นมาดำรงชีวิต เป็นช่วงที่ต้องดำเนินไปอย่างยากลำบาก แต่มนุษย์ทุกคนมีสัญชาตญาณของการดำรงชีวิต เรียกว่าเข้าตาจนจริง ๆ ทุกคนก็สามารถดำรงชีวิตได้ แต่ถ้ามันยุ่งยากมากจนไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีลองฟังแนวปฏิบัติต่อไปนี้อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่พอช่วยท่านได้

            ข้อหนึ่ง ท่านต้องยอมรับความจริงในการมีชีวิตของเราทุกคน ยอมรับธรรมชาติของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามว่า การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และการดับไป เป็นเรื่องธรรมดา การดับไป การจากไป จากอายุไข จากโรคภัยไข้เจ็บ หรือแม้จากอุบัติเหตุ หรือด้วยเหตุอื่น ๆ นั้นคือการจากไป อย่างไม่มีวันกลับ ท่านต้องยอมรับความจริงว่าเราทุกคนต้องตาย ช้าหรือเร็ว จะด้วยเหตุใด ๆ เขาคือคนที่เรารักได้จากไปแล้ว แต่ตัวเรายังอยู่ หน้าที่และความรับผิดชอบต่อสมาชิกคนอื่นๆ ยังมีอยู่ ยังมีคนที่เราต้องดูแล และมีชีวิตอยู่เพื่อเขา

            ข้อสอง ตัวท่านต้องพยายามปรับตัวปรับใจเพื่อจะให้ผ่านช่วงวิกฤตของชีวิตให้ได้ แม้ว่าเราจะรู้สึกว่าการสูญเสียครั้งนี้ดูเหมือนว่าชีวิตเราหายไปครึ่งหนึ่ง ความรัก ความผูกพัน ความห่วงหา ความอาลัยเป็นความรู้สึกที่เราไม่อาจสรรหาคำใด ๆ ในโลกมาแทนความรู้สึกที่เรารู้สึกอยู่ขณะนี้ เราก็ต้องลึกขึ้นยืน สร้างพลังจิตพลังใจให้เข้มแข็ง แล้วบอกตนเองว่า เพื่อคนที่เรารัก เราจะทำดีแม้ว่าคนที่เรารักจะจากไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยู่ เขาจะเห็นหรือไม่เห็น เราจะทำดีตามที่เขาเคยสั่งสอนเรา เราจะทำดีทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีโอกาสเห็นในสิ่งที่เราทำก็ตาม ท่านเชื่อมั๊ยหลายคนประสบความสำเร็จมามากแล้ว

            ข้อสาม   ท่านต้องไม่ปล่อยให้ความซึมเศร้าทำร้ายตัวท่าน อย่าให้มันเกาะกินใจเรานานเกินกว่าความเสียใจปกติ ความรัก ความอาลัย ความห่วงหาต้องมีวันสิ้นสุดเหลือแต่ความระลึกนึกถึงผู้ที่จากไปตลอดไป ท่านอาจจัดสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ที่ทำให้เรานึกเสมอว่าเขาผู้จากไปยังอยู่ใกล้ ๆตัวท่าน คอยดูแล คอยเป็นกำลังใจ หรือบางท่านยิ่งเห็นภาพเก่า ๆ เก้าอี้ตัวเดิมแล้วไม่สามารถดำรงชีวิตในปัจจุบันได้ในกรณีนี้การจัดสิ่งแวดล้อมใหม่น่าจะดีกว่า มองเห็นภาพเก่า ๆ ท่านนั้นแหละที่รู้ว่าตัวท่านต้องการอะไร

            ข้อสี่ ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นในตนเองว่าสามารถนำชีวิตตนเองได้ แม้ว่ามันจะยากสักเพียงใด ท่านก็ต้องพยายาม เพราะการนำตนเองได้เป็นการทำเพื่อตัวท่านเองและยังเป็นแบบฉบับของคนสู้ชีวิตให้กับคนในครอบครัวท่าน

            ข้อห้า การควบคุมอารมณ์ให้เข้มแข็ง มีการแสดงออกที่สมกับบทบาทในปัจจุบัน ไม่เก็บกดจนเกินไป และไม่ทุกข์จนหาทางออกของชีวิตไม่ได้ ในข้อนี้ถ้ามันรู้สึกแย่มากท่านอาจหาเพื่อนสักคน เรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังอาจลองไว้ใจใครสักคนหาเพื่อนที่เขาฟังเราระบายความทุกข์ออกมา ความทุกข์ที่ถูกระบายอาจทำให้เราบรรเทาได้

            ข้อหก การรู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าให้ว่าง ๆ อาจหางานอดิเรกทำ เล่นกีฬา ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ สะสมรูปภาพ แสตมป์ อะไรก็ได้ที่ท่านชอบทำงานอดิเรก จะช่วยให้ท่านบรรเทาความทุกข์ได้บ้าง

            ข้อเจ็ด การรู้จักเข้าไปมีส่วนร่วมในงานสังคมต่าง ๆ   อาจทำให้เราหายเหงาคลายความเศร้า อย่าอยู่คนเดียว การอยู่คนเดียว จะทำให้เราคิดฟุ้งซ่าน งานในสังคมมีอะไรเราก็เข้าไปช่วย การได้พูดคุยกับคนอื่นทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์บางทีความทุกข์ที่เกิดกับเราอาจจะน้อยกว่าคนอื่นที่เขาทุกข์มากกว่าเราก็ได้

            ข้อแปด การใช้หลักศาสนามาช่วยก็เป็นแนวคิดหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เราอาจเชื่อว่า ผู้ที่จากไปเป็นคนพ้นทุกข์ ไปสู่สัมปรายภพที่ดีที่งาม หรือ การไปรวมอยู่กับพระเจ้า   ไปรวมอยู่กับธรรมชาติ ทุกศาสนาก็มีแนวคิดแนวปฏิบัติที่ทำให้เราสามารถปรับตัวได้ดีภายหลังการสูญเสียโดยทั้งสิ้น ดังนั้นการใช้หลักศาสนาตามที่เรายึดก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ใช้ได้ 

            ข้อเก้า กำหนดแผนชีวิตที่จะต้องดำเนินต่อไป ตั้งแต่เรื่องเงิน งาน การดำเนินชีวิตและการอยู่โดยปราศจากคนที่เรารัก เราจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้คนอยู่ข้างตัวมีกำลังใจและเราก็มีศักยภาพที่จะยืนและก้าวไปด้วยตัวของเราเอง

ที่มา...กรมสุขภาพจิต

            เป็นอย่างไรบ้างครับ พี่น้อง สำหรับเก้าข้อในการดำรงชีวิตอยู่ หรือการปรับตัวภายหลังการสูญเสีย ไม่มีใครไม่ที่จะพบเหตุการณ์วิกฤตในชีวิต เราทุกคนต้องพบด้วยกันทั้งนั้น   ดังนั้นการดำรงชีวิตอยู่ ของเราทุกคนจงอยู่อย่างไม่ประมาท อยู่อย่างมีสติ ระลึกได้ว่า ขณะนี้เรากำลังทำอะไร มีหน้าที่อย่างไร และทำช่วงชีวิตตรงนั้นให้มีคุณค่าที่สุด ให้ดีที่สุด แม้ว่าสิ่งใด ๆ จะเกิดขึ้น เราก็ทำดีที่สุดแล้วกับคนที่จากไป และเมื่อเขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เราจะไม่เสียใจอะไรมากเพราะช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเราให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่กันและกันแล้วครับ

 

หมายเลขบันทึก: 208231เขียนเมื่อ 13 กันยายน 2008 05:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 02:04 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (7)

สวัสดีคะ คนพลัดถิ่น ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องนี้มาเปิดประเด็น เพราะทุกวันนี้ ชีวิตในเมืองจะเป็นครอบครัวเดี่ยวส่วนมาก มีลูกสาวคนเดียว ลูกเคยถามนะคะว่า พ่อ แม่ ตายแล้วหนูจะอยู่กับใคร ตอนนั้นลูกเรียนอยู่ ป4 คำถามของลูก แม่ยังไม่ได้คิดเลยนะ แล้วถามลูกคืน แสตมป์คิดอย่างไร แสตมป์จะทำอย่างไรคะ คำตอบของลูกตอนนั้น แม่ฝากเงินไว้ให้แตมนะค แตมจะซื้อข้าวกินเอง แล้วไปโรงเรียน เรียนหนังสือให้จบปริญญา หางานทำ บ้านแม่ก็สร้างไว้ให้แล้ว จนเวลาผ่านไป ตอนนี้น้องแสตมป์อยู่ ม5ยังไม่ได้เตรียมอะไนไว้ในอนาคต จนมาอ่านแนวคิดของคนพลัดถิ่นเข้า เราต้องลองสมมุติว่า มีการสูญเสียเกิดขึ้น เราจะทำอย่างไร เคยคิดล่วงหน้าเหมือนกัน อยู่อย่างไรคนเดียว ดูแลลูกคนเดียวได้ไหม เงินสำรองมีหรือไม่ ไปไหนคนเดียวได้ไหม ขับรถไม่เป็น เมื่อไหร่จะไปหัดขับ

ใช่เลยครับ แต่ผมจะไม่ยอมมีลูกคนเดียวแน่นอนถ้าผมมี จะมีแบบยกโหลเลย น้องแตมน่ารักมาก เข้าใจพูด เข้าใจคิด

น้าสูญเสียคุณพ่อ คุณแม่ บทเรียนนี้จึงถือว่าผ่าน เพราะสูญเสียครั้งใหญ่ใน 2 ปีติดต่อกัน ใจจึงสงบ มั่นคงพอควร ตอนนี้มีลูกชายคนเดียว แม้เป็นแก้วตาดวงใจ แต่ก็เตรียมใจไว้เสมอ ไม่เรา ก็เขาต้องจากกัน

ครับ เป็นกำลังใจให้กับการต่อสู้เพื่อคนที่คุณน้ารักครับ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นให้เป็นเพียงอดีตแล้วเดินไปกับคนที่คุณน้าหวงแหนและอยู่เคียงข้างคุณน้านะครับ สู้ๆครับ

เจริญพร โยมคนพลัดถิ่น

ข้อที่เจ็ดการที่เราเข้าร่วมสังคมนั้น

เราต้องมีความรู้จักบุคคล คือความแตกต่างแห่งบุคคลว่า โดยอัธยาศัย

ความสามารถและคุณธรรม เป็นต้น

 

เจริญพร

ขอบพระคุณพระคุณเจ้าครับ ที่ช่วยเพิ่มเติมข้อคิดเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี