สัปดาห์นี้  ภาระกิจการทำงานจะเกี่ยวข้องกับเด็กๆตลอดทั้งสัปดาห์เลยจริงๆ    รักเด็กค่ะ...อิอิ 

  • 9 กันยายน ประเมินศูนย์เด็กเล็ก

  • 11 กันยายน  อบรมอาสาสมัครนมแม่

  • 13 กันยายน  กิจกรรมคาราวานเสริมสร้างเด็กปฐมวัย

วันนี้ น้องหญิงไปเข้าร่วมโครงการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับคุณภาพชีวิต(สายใยรักแห่งครอบครัว)  อาสาสมัครนมแม่  เครือข่ายอำเภอพะโต๊ะ   ณ  ที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ  ซึ่งกลุ่มเป้าหมายก็คือ อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุข) หมู่บ้านละ 2 คน 

ตั้งแต่เช้าใจก็ตุ้มๆต่อมๆเหมือนกันเพราะฝนตกหนักมาก  กังวลว่าอสม.ที่อยู่ในแต่ละตำบลจะมาได้ไหม  แม้แต่ตัวเองยังไปไม่ได้ต้องให้พี่ตู่ สอ.บ้านในโหมงมารับที่สสอ. เมื่อไปถึงปรากฏว่า  โอ้โห อสม.เราร่วมแรงแข็งขันจริงๆ  มากันเยอะมาก  ฟ้าฝนก็บ่อยันเลยแฮะ  เราซะอีกที่มาช้า ละอายนิดๆ  อิอิ

             

พิธีเปิดโดยท่านนายกเทศมนตรีตำบลพะโต๊ะ (ธนยศ  พราหมนาเวศ)  และท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะโต๊ะ ได้ให้แนวทางและนโยบายการดำเนินงานอาสาสมัครนมแม่ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว 

จากนั้นจะเป็นการบรรยายของวิทยากรทั้งจากโรงพยาบาลพะโต๊ะ  คือ พี่จ๋า (วิภากร ทองศิริ) และ โรงพยาบาลชุมพร  โดยมีหัวข้อการบรรยายดังนี้

  • บทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครนมแม่

  • ปัจจัยความสำเร็จการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

  • ปัญหาและการแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

  • การจัดตั้งชมรมอาสาสมัครนมแม่

  

           

                             

 

นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะคะ  ที่จะให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีก  เพราะในสภาพสังคมปัจจุบันแล้ว  การให้นมผสมมีมากขึ้น  เนื่องจากแม่มีภาระในการเลี้ยงชีพที่สูงขึ้น  ทำให้เห็นความสำคัญส่วนนี้น้อยลง  ถึงแม้ว่าจะให้ลูกดูดนมแม่อย่างน้อยๆ  4 เดือน  แต่บางท่านให้นมผสมตั้งแต่ 1-2 เดือนแรกเลย  ทั้งๆที่คุณค่าและสารอาหารแตกต่างกันมาก  อันนี้น้องหญิงเห็นข้อเปรียบเทียบได้จากตัวเองเลยล่ะค่ะ  พี่ชายดื่มนมแม่จน 1 ขวบ แต่น้องหญิงดื่มแค่ 3 เดือน พี่ชายแข็งแรงมากไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย  น้องหญิงเป็นภูมิแพ้ อากาศเปลี่ยนนิดหน่อยเป็นไม่ได้มีอาการทันที   

จากการอบรมวันนี้ประเด็นหลักๆ คือ อสม.สามารถกลับไปจัดตั้งชมรม อสน.(อาสาสมัครนมแม่)ในหมู่บ้านของตนเองได้ทุกหมู่บ้าน  ซึ่งหน้าที่หลักๆของ อสน. คือ การมีส่วนร่วม การสนับสนุนส่งเสริมให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่  และการประสานงาน ส่งต่อข้อมูลระหว่าง อสน.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ 

ต่อจากนี้ไปคงจะมีชมรมอาสาสมัครนมแม่ เพิ่มขึ้นมาอีก 46 ชมรม  และในเครือข่ายอำเภอพะโต๊ะเราก็คงจะต้องคอยดูแลติดตาม ประสานงานกันอีกต่อไป  โดยมีโรงพยาบาลพะโต๊ะเป็นแม่ข่าย