สวดมนต์ ตัวอริยกะ
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยัง ทรงผนวชอยู่และทรงครองวัดบวรนิเวศวิหาร หมอบรัดเลย์มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้นำแท่นพิมพ์พร้อมตัวพิมพ์อักษรไทยจากสิงคโปร์ เข้ามาในเมืองไทย เมื่อพุทธศักราช ๒๓๗๘ และในปีรุ่งขึ้น คือ พุทธศักราช ๒๓๗๙ ก็ได้เริ่มพิมพ์ หนังสือแสดงคำสอนในศาสนาคริสต์ออกเผยแพร่ นับเป็นการเริ่มต้นการพิมพ์หนังสือในเมืองไทยเป็นครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นคุณประโยชน์ของการพิมพ์หนังสือที่พวกมิชชันนารีได้จัดขึ้นดังกล่าวแล ้ว จึงทรงพระดำริจัดตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อจัดพิมพ์หนังสือแสดงคำสอนในพระพุทธศาสนา สำหรับใช้ในการสั่งสอนและเผยแผ่ ดังปรากฏในตำนานวัดบวรนิเวศวิหารว่า
“ครั้งนั้น การพิมพ์หนังสือยังไม่แพร่หลาย มีโรงพิมพ์แต่ของพวกมิชชันนารี พิมพ์หนังสือสอนศาสนา ทรงตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่วัด พิมพ์พระปาติโมกข์บ้าง สวดมนต์บ้าง แบบแผนอย่างอื่นบ้าง เป็นอักษรอริยกะ ใช้กันในสำนักวัดนี้แทนหนังสือลาน” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งโรงพิมพ์ขึ้นเมื่อใด ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่สันนิษฐานว่า คงตั้งขึ้น หลังจากทรงเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษกับหมอบรัดเลย์ เมื่อ พ.ศ. ๒ ๓๘๒ แล้ว เพราะเป็นทางให้ทรงรู้จักคุ้นเคยกับหมอบรัดเลย์ ที่เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงพิมพ์ขึ้นในเมืองไทย และต่างเป็นกัลยาณมิตรต่อกันแต่บัดนั้นมา หมอบรัดเลย์ได้เล่าไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๔ ท่านได้หล่อตัวพิมพ์ภาษาไทยชุดใหม่สำเร็จและได้นำไปถวายเจ้าฟ้ามงกุฏ (คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ๑ ชุด ซึ่งน่าจะหมายความว่า ขณะนั้น (พ.ศ. ๒๓๘๔) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีโรงพิมพ์อยู่แล้ว เมื่อประมวลจากหลักฐานดังกล่าว อาจสรุปได้ว่า โรงพิมพ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดบวรนิเวศวิหาร คงได้ตั้งขึ้น ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๘๒ – ๒๓๘๔ นอกจากตั้งโรงพิมพ์แล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังได้ทรงประดิษฐ์อักษรสำหรับใช้เขียน คำบาลีแทนอักษรขอมขึ้นใหม่ อนุวัตน์ตามอักขร วิธีแบบโรมัน เรียกว่า “หนังสืออริยกะ” มีทั้งแบบพิมพ์ ทั้งแบบเขียน
หนังสือที่พิมพ์จากโรงพิมพ์ของพระองค์ก็พิมพ์ด้วยอักษรอริยกะ ซึ่งปัจจุบันมีเหลืออยู่น้อยเต็มทีเท่าที่พบมีอยู่ ๓ เรื่อง คือ พระปาติโมกข์ สวดมนต์ และ คาถาธรรมบท ส่วนหนังสือภาษาไทยนั้น จะมีพิมพ์บ้างหรือไม่ ไม่พบหลักฐาน แต่ได้พบข้อความภาษาไทยพิมพ์แ ซกอยู่ในหนังสือสวดมนต์อักษรอริยกะบ้างเล็กน้อย ซึ่งน่าจะเป็นข้อความที่พิมพ์ด้วยแบบอักษรไทยที่หมอบรัดเลย์นำมาถวาย ดังกล่าวข้างต้น หนังสืออริยกะ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดพิมพ์ขึ้น นับได้ว่าเป็นมรดกทางปัญญา และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม อันล้ำค่าของไทย ที่บรรพชนของเราได้สร้างสรรค์ไว้ ควรที่ไทยทั้งหลายจักได้ศึกษาเรียนรู้ มีความภาคภูมิใจ และควรที่จักได้อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาสืบไป
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพและเสด็จสวรรคตในวันเดียวกัน คือ วันพฤหัสบดีดิถีปวารณาออกพรรษา ซึ่งปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ นี้ วันมหาปวารณาออกพรรษาตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม จึงนับได้ว่าเป็นวาระพิเศษวาระหนึ่ง วัดบวรนิเวศวิหาร จึงได้จัดบำเพ็ญกุศลน้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ห ัว เป็นการพิเศษ พร้อมทั้งได้จัดพิมพ์ หนังสือสวดมนต์ตัวอริยกะ เล่มนี้ขึ้นน้อมถวายเฉลิมพระเกียรติอีกส่วนหนึ่งด้วย ในการพิมพ์ครั้งนี้ เนื่องจากต้นฉบับเดิมชำรุดมากจนไม่อาจถ่ายลงพิมพ์ได้โดยตรง จึงได้ใช้วิธีถ่ายแบบอักษร จากต้นฉบับเดิมแล้วเรียงใหม่ตามรูปลักษณ์ของต้นฉบับเดิมทุกประการ เพื่อให้เห็นว่าต้นฉบับเดิมท่านพิมพ์ไว้อย่างไร พร้อมทั้งได้เพิ่มคำอ่านในอักษรไทยไว้ตอนท้ายของหนังสือนี้ด้วย โดยเทียบคำอ่านกับต้นฉบับเดิมไว้หน้าต่อหน้า เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้ต้องการอ่านศึกษา ขอหนังสือ “สวดมนต์ ตัวอริยกะ”นี้ คงดำรงอยู่เป็นพระบรมราชานุสรณ์ ส่องพระราชเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ปรากฏแผ่ไพศาลไปทั่วทิศานุทิศ ตลอดนิตยกาล เทอญ
วัดบวรนิเวศวิหาร
๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๗