ผมประทับใจบรรยากาศของ KM ในวันประชุมนัดพบระหว่าง ศ.นพ. วิจารณ์ พาณิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และสมาชิกสภาคณาจารย์ ในวันที่ 10 ก.ย. 2551 เมื่อเช้านี้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจมาฝากกัลยาณมิตร G2K ครับ

อาจารย์วิจารณ์กล่าวให้ผู้อาวุโสน้อยสุดในที่ประชุมเปิดประเด็นอย่างไม่ทางการและแสดงความรู้สึกเพื่อการพัฒนาตนเองและองค์กร หลังจากนั้นเพื่อนสมาชิกสภาคณาจารย์แสดงสุนทรียสนทนากันได้หลากหลายมิติความคิด ดังนี้

  • การสร้างบรรยากาศไม่เป็นทางการ ไม่ต้องมีการขออนุญาตจากหัวหน้างาน เช่น การนั่งพูดคุยขณะจิบกาแฟ หรือ ทานอาหารกลางวัน ถือเป็นการเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ยอมรับฟังความคิดเห็นแบบเคารพผู้อื่น และจุดประกายแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อใช้พลังความดีของคนในองค์กรช่วยกันพัฒนางานขององค์กรอย่างมีความสุข
  • จรรยาบรรณ หรือ จริยธรรม มีกระบวนการสร้างหรือส่งเสริมภายใต้จิตสำนึกของแต่ละบุคคล ไม่มีเครื่องมือใดๆวัดผลสำเร็จได้สมบูรณ์ อาจวัดจากแบบสอบถามถึงการกระทำที่เห็นได้เพียง 10% (ซึ่งจัดเป็นเครื่องมือที่ Reductionist เพราะไม่ครอบคลุมทุกเรื่อง บางเรื่องเป็น grey zone) แต่ต้องใช้ระยะเวลาและสัมพันธภาพของการพัฒนาทักษะการทำงานระหว่างบุคคลในการค้นหาจริยธรรมภายในตัวตนอีก 90% ซึ่งอาจแสดงออกได้ในสถานการณ์คับขัน ทั้งนี้เราสามารถวัดจริยธรรมได้จากการขอคำแนะนำ (Recommendation) การสอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์ที่ "ดูคนเป็น (Judgementable referee)" และพูดคุยแบบ Confidential dialogue จนถึงมี Case scenario
  • ทัศนคติของบุคคล คือ สิ่งแวดล้อมหรือบริบทหนึ่งที่เราต้องการพิจารณา ขณะมีการคัดเลือก "คนดี" เข้าทำงานเพื่อพัฒนางานในองค์กรให้เกิดความสุขอย่างต่อเนื่อง
  • ทีมผู้บริหารและทีมผู้ปฏิบัติงานต้องสร้างพื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์แก่ทุกระดับงาน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกระดับขององค์กร ได้แก่ ต้องสร้าง positive & collective creativity และลด collective bargaining หรือการต่อรองแบบคนหมู่มากมักเน้นการใช้ความคิดจากผู้บริหารลงมาสู่ผู้ปฏิบัติ
  • การสร้างวัฒนธรรมขององค์กร ที่เกิดความเคารพและไว้ใจซึ่งกันและกัน อำนวยให้แต่ละบุคคลมีความเชื่อมั่นในคุณความดีและจริยธรรมของตนเองสู่การนำมาพัฒนางานของส่วนร่วมอย่างเสมอภาคและมีความสุขแบบยั่งยืนเช่น ผู้บริหารเห็นความสำคัญของการจัดพี่เลี้ยงด้าน HR จำนวนมากพอสำหรับสนับสนุนทุกระดับของ ground work ให้ทุกคนรู้จักคิดและบริหารจัดการกันเองด้วยเทคนิค PDCA - Plan Do Check Act และ QCC-Quality Control Cycle
  • ตัวกำหนดชีวิต คือ จริยธรรม จรรยาบรรณ และคุณธรรม ซึ่งมีความสำคัญเหมือกว่าความฉลาดและกฏระเบียบต่างๆ ที่คนเราสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในยามที่ไม่สามารถใช้ความดีในตัวตนตัดสินใจในสถานการณ์นั้นๆได้ราบรื่น ดังนั้นกระบวนการส่งเสริมจรรยาบรรณควรเริ่มจากจิตสำนึกของตนเอง นำความดีในตัวตนมาปรับใช้กับการพัฒนาชีวิตการทำงานกับสังคมรอบข้างให้เกิดความสุข
  • คนเราทุกคนมีผลของการทำงาน เป็นเกราะป้องกันตนเอง แต่ควรมีการพูดคุยกับ Immediate Boss ให้เกิดโอกาสพัฒนางานที่สร้างสรรค์ มีการพูดคุยอย่างเปิดใจและระดมความคิดแก้ไขปัญหาให้รู้ว่า งานที่ทำคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร ต้องการคนมากน้อยแค่ไหน มีการให้ค่าตอบแทนเหมาะสมหรือไม่อย่างไร หัวหน้าจะเข้าใจคนทำงานอย่างไร บางครั้งเราทำงานไม่เหมือนคนอื่นแล้วจะประเมินตามเกณฑ์อย่างเดียวคงไม่ชัดเจนหรือไม่อย่างไร อยากให้เข้าใจว่าเราต้องช่วยหัวหน้าทำงาน ไม่ใช้ปล่อยให้หัวหน้ารับผิดชอบคนเดียว งานทุกอย่างย่อมผิดพลาดได้ แต่อย่าคิดว่าหัวหน้าต้องการจับผิดเมื่อมีการประเมินผลงาน แต่การประเมินผลงานเป็นเครื่องมือของคนทำงานให้ประเมินตนเองว่าเกิด achievement อะไรในชีวิตของการทำงาน พูดง่ายๆ ช่วงเวลาที่คุณมีความสุขกับการทำงาน ได้บรรลุเป้าหมายหรือความฝันของคุณร่วมกับองค์กรที่คุณทำงานหรือไม่ อย่างไร
  • การวัดคุณธรรม ในสภาวะที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีสิ่งยั่วยวนให้คนเราสามารถควบคุมคุณธรรมได้ไม่คงที่ ใครที่มีความทนทานสูงต่อสิ่งเย้ายวน ก็น่าจะควบคุมตนเองให้มีคุณธรรมที่เหมาะสมได้ ดังเช่น อาจารย์ในมหาวิทยาลัย เปรียบเสมือน ปลาอยู่ในน้ำ แต่จะรู้ว่าอยู่ในน้ำเมื่อไม่มีน้ำ แปลความได้ว่า อาจารย์อยู่ในสังคมที่มีคุณธรรมสูง แต่มิได้ตระหนักถึงกระบวนการพัฒนาตนเองจากมหาวิทยาลัยหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวท่าน ได้แก่ เราไม่ได้คิดทบทวนว่าจะวัดคุณธรรมในการเลือกสรรคนเข้าทำงาน คนที่กำลังทำงานอย่างเนพอดี คนที่กำลังทำงานอย่างพอดีหรือคนที่กำลังท้อแท้ในระบบการทำงานที่ไม่มีความยืดหยุ่นและไม่มีโอกาสให้ตนเองพัฒนางานด้วยความพึงพอใจ อาจารย์ใหม่น่าจะได้รับ orientation และมีอาจารย์อาวุโสช่วยเป็นพี่เลี้ยง ด้วยการแลกเปลี่ยนความรู้ว่าจะนำคุณธรรมของอาจารย์มาพัฒนาตนเอง นักศึกษา เพื่อนร่วมงาน และสังคมในมหาวิทยาลัยได้อย่างไรดี ... Environmental Attitudes คือกุญแจหลักในการพัฒนาคุณธรรมของตน คน และสังคม ...
  • อาจารย์ ต้องการหามหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาตนเองให้เกิด Academic Achievement ซึ่งแตกต่างจากสายสนับสนุน ดังนั้นหากอาจารย์คิดว่าจะได้ค่าตอบแทนกลับมาในรูปของเงินเดือนสูงๆ ถือว่าอาจารย์น่าจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไตร่ตรองและใช้คุณธรรมประจำใจมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการให้รางวัลของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถานที่เปิดรับความร่วมมือของบุคลากรด้วยอิสระแห่งความคิดและยืดหยุ่น แม้ว่าจะมีการพัฒนาสิ่งใดๆด้วยเวลาที่ยาวนาน แต่คุณภาพของงานขององค์กรค่อยๆพัฒนาขึ้นทีละน้อยทีละน้อย
  • คณะแพทย์ รามาฯ ได้แนะนำ The best practice ของการนำคุณธรรมมาใช้ที่ชัดเจน เช่น Ethic = Equality + Transparency + Humanity + Integrity + Competency แต่ การสื่อสารในองค์กรที่มีคนหมู่มาก ควรเน้นการอธิบายที่ชัดเจนและตีความให้เข้าใจการปฏิบัติ หลายครั้งที่เราต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์มาถ่ายทอดสาระและคุณธรรมให้กับผู้ปฏิบัติงานใหม่ๆ ต่างคน ต่างวัย ต่างเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต กิจกรรมการดำเนินชีวิตในรูปแบบต่างๆ สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการนำคุณธรรมมาใช้ในการพัฒนาคนในหลายๆระดับ เมื่อใดเราเริ่มต้นนำคุณธรรมมาใช้ในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (คล้ายๆ กับหลักการของกิจกรรมบำบัด) เราทุกคนควรมีการฝึกปฏิบัติและประเมินคุณภาพชีวิตของตนเองเพื่อพัฒนาความดีสู่ความสุขของการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่องครับ
  • การคัดเลือกผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ย่อมต้องสร้างกระบวนการสรรหาผู้นำจากตัวเลือกในระดับที่เหมาะสม เช่น ถ้าต้องการ 1 ใน 100 ของโลก เราต้องยอมคัดเลือกผู้นำจากตัวเลือกในระดับโลก เป็นต้น จะเห็นว่าเราเน้นที่จะเรียนรู้กับมือโปร และเราต้องการพัฒนางานร่วมกับผู้นำเก่งในทุกระดับของหน่วยงาน ที่สำคัญต้องไม่ยึดติดกับอำนาจของผู้นำ ต้องร่วมคิดร่วมสร้างพร้อมๆกับผู้นำด้วยคุณธรรม ซึ่งเราควร Deal กับบุคคลด้วยศาสตร์และศิลป์ที่เหมาะสมตามลักษณะของแต่ละบุคคล (อ่านเพิ่มจากการแบ่งคนเป็น 4 ลักษณะที่ http://www.toughteams.com/papers/4-quadrant.htm) เพื่อลดภาพของ Unhealthy Organization
  • กัลยาณมิตรที่สนใจการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ของการวัดคุณธรรมและจริยธรรม อาจคลิกอ่านผลงานวิชาการของ ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน มีการออกแบบเครื่องมือวัดเหตุผลทางจริยธรรมจากการแสดงความคิดผ่านการเลือกสถานการณ์หรือการกระทำ
  • ลองอ่าน http://en.wikipedia.org/wiki/Kohlberg's_stages_of_moral_development ซึ่งอธิบายหกขั้นตอนของการพัฒนาคุณธรรมของคนตามทฤษฎีของ Kohlberg นั่นคือคนที่มีคุณธรรมสูงสุดคือช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่หวังผลตอบแทน