เท่าที่ทำแล้วก็เสร็จแล้ว ... ไม่เช่นนั้น เราจะไม่พบความสงบสุขใจเลยในชีวิตนี้

      ใกล้วันเกษียณเข้ามาทุกที  พอมีเวลาว่างวันใดผมจะไปขลุกอยู่กับบ้านและสวนที่เพิ่งปลูกและตกแต่งเพื่ออยู่หลังเกษียณ  พอไปถึงครั้งใดก็จะเข้าไปดูแลความไม่เรียบร้อย  เก็บกวาดใบไม้  ถอนหญ้า  จัดยอดผักที่ทอดยอดไม่เป็นระเบียบให้อยู่ในแนวร้านที่จัดไว้ให้  แล้วพรวนดินใส่ปุ๋ย รดน้ำ ตามสิ่งที่เราเห็นและอยากจะทำ ทำอย่างนี้จนมืดค่ำ ไม่มีเวลามานั่งชมความงามของสวนที่เราตกแต่งสักเท่าใดเลย
      มาวันหนึ่งผมตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไรเลย  จะไปนั่งที่ระเบียงบ้านรับลม  ชมวิวทิวทัศน์ของสวนให้สบายตาสบายใจ  เบื่อก็หยิบหนังสือมาอ่าน  เคลื่อนย้ายไปนั่งใต้ร่มไม้ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง
      พอนั่งลงกวาดสายตาไปรอบสวนไม่ถึง 5 นาที ก็พบว่า มีหญ้าแห้วหมูขึ้นแซมโผล่ขึ้นมาสองสามต้นในสนามหญ้าที่เราตัดไว้อย่างเป็นระเบียบ  ก็เลยลงไปถอนออกทั้งหมด  แล้วกลับไปนั่งชมวิวใหม่อีก  นั่งไม่นานก็จะเห็นใบไม้ร่วงลงมาอยู่ในสนามสี่ห้าใบ ก็ลงไปเก็บอีก แล้วมานั่งต่อ  ก็เห็นโน่นเห็นนี่ที่ไม่ดีไม่งามต้องทำต้องแก้อยู่ร่ำไป  ในที่สุดวันนั้นผมก็เลยไม่ได้นั่งชมสวนอย่างสงบเสียที 
      
     สรุปแล้วในวันนั้นผมก็เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลสวนไม่แพ้วันอื่นๆเลย! 
    วันต่อมาผมเลยตั้งใจใหม่ว่าวันนี้เห็นอะไรไม่ดีไม่งามก็จะไม่ลงไปทำอีก  จะนั่งดูสวนให้สบายๆ พยายามดูทุกอย่างให้สวยงาม  ไม่ไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่รอการแก้ไข  ปล่อยใจให้สบาย  ทำอย่างนี้สักพัก  ก็รู้สึกโล่งจริงๆ
      ได้อ่านหนังสือของพระอาจารย์พรหม ท่านกล่าวไว้ประโยคหนึ่งว่า
       "...สวนเก่าๆที่ยังรกๆอยู่นี้  สวยงามที่สุด  ถ้าเรามองงานที่เราได้ทำไปแล้ว  แทนที่จะเพ่งมองแต่งานที่ยังรอให้เราทำอยู่  เราอาจจะเข้าใจได้ว่า  เท่าที่ทำแล้วก็เสร็จแล้ว  ไม่เช่นนั้น เราจะไม่พบความสงบสุขใจเลยในชีวิตนี้..."