คุณ หนุ่มเมืองจันท์ นักเขียนอารมณ์ดี ผู้มีอารมณ์ขันในการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ดูซีเรียส ให้ดูตลกได้

คุณ หนุ่มเมืองจันท์ ได้เขียนบทความ ชื่อ แค่ "คิดต่าง" ลงในคอลัมน์ ฟาสฟู้ด ธุรกิจ เกี่ยวกับ "วิธีคิด" ในแต่ละด้านของการเมืองไทยปัจจุบันเอาไว้น่าสนใจ

 

ขออนุญาตนำลงไว้ ดังนี้

 

หลังจากใช้เวลาประมาณ 100 วันเท่ากับที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมประท้วงรัฐบาล

ผสมผสานกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์การเมืองเก่า ๆ

ผมก็ได้ข้อสรุปในใจว่า เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นสูงถึงจุดหนึ่ง

มนุษย์เราจะไม่มี "เหตุผล"

มีแต่ "ความรู้สึก" และ "ความเชื่อ"

วันนี้หากมีใครชวนคุยเรื่องการเมือง เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างกัน เราควรถามตรง ๆ

...อยู่ฝ่ายไหน

พันธมิตรฯ หรือ รัฐบาล

ถ้าคิดเหมือนกัน หรือ อยู่ฝ่ายเดียวกันค่อยคุยกัน

แต่ถ้าคิดไม่เหมือนกัน ให้เปลี่ยนเรื่องคุยทันที

ที่สำคัญเจอใครตอบว่า "เป็นกลาง" ก็อย่าเชื่อและอย่าคุยเป็นอันขาด

ไม่เช่นนั้นทะเลาะกันแน่ ๆ

เพราะประโยคที่ว่า "เป็นกลาง" นั้นมีความหมายประมาณ "อีแอบ"

นอกจากไม่มีพวกแล้วอาจโดนประจานให้อับอายได้

เหตุผลเรื่องนี้สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ตามหลักกายภาพครับ

 

ลองนึกภาพดู คน 3 คน คนหนึ่งอยู่ด้านซ้ายสุด คนหนึ่งอยู่ด้านขวาสุด

อีกคนหนึ่งยืนอยู่ตรงกลาง

สำหรับคนที่ยืนอยู่ด้านขวา "คนเป็นกลาง" สำหรับเขา คือ คนที่ยืนอยู่ด้านซ้าย

ส่วนคนที่ยืนซ้ายสุด "คนเป็นกลาง" จะอยู่ขวามือของเขา

ไม่มีใครยอมรับว่า คนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ... เป็นกลาง

คนตรงกลาง คือ "ฝ่ายซ้าย" สำหรับ "ขวา"

และเป็น "ฝ่ายขวา" สำหรับ "ซ้าย"

ครับ เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นถึงจุดหนึ่ง

"คนเป็นกลาง" จะเจ็บตัวที่สุด


ในโลกที่ไร้เหตุผล และมี "ความรู้สึก" เป็นเข็มทิศนำทาง

เราจะเป็น "นักโต้วาที" โดยไม่รู้ตัว

วิธีของนักโต้วาทีนั้น เขาจะเลือกพูดในประเด็นที่ตัวเองได้เปรียบ

และพยายามไม่เถียงในประเด็นที่เรารู้อยู่กับใจว่าเราผิด

ถ้าถามว่า พูดแบบนักโต้วาทีเป็นอย่างไร

"สมัคร สุนทรเวช" ไงครับ

การโต้ตอบของเขาเป็นแบบนักโต้วาทีมืออาชีพ

เลือกพูดเฉพาะในประเด็นที่ได้เปรียบ

ผมสังเกตหลายครั้งแล้วว่าช่วงที่ "ความรู้สึก" อยู่เหนือ "เหตุผล"

เวลาเถียงกันเรื่องการเมืองทีไร

เราจะคิดแบบ "เอาแพ้-เอาชนะ"

ไม่ได้ "เอาเหตุผล"

นอกจากจะเป็นนักโต้วาทีแล้ว อารมณ์ช่วงนี้จะทำให้เรามี "2 มาตรฐาน" โดยไม่รู้ตัว

 

ลองนึกดูเล่น ๆ สิครับ

สมัย "พฤษภาทมิฬ" ตอนที่ประท้วง พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่ตระบัดสัตย์รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เคยประกาศว่าจะไม่รับตำแหน่ง

คนออกมาประท้วงเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะยอมรับไม่ได้กับเหตุผล "เสียสัตย์เพื่อชาติ"

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่นำประท้วงประกาศจะ "อดข้าวจนตาย"

แต่พอถึงวันหนึ่ง "มหาจำลอง" ก็เลิกอดข้าว

การเลิกก็ทำกันแบบง่าย ๆ คือ ขอประชามติคนที่ชุมนุมประท้วงว่า จะให้เลิกอดข้าวหรือไม่

พอทุกคนยกมือสนุนให้เลิกอดข้าว

"มหาจำลอง" ก็เลิก

คนที่ชุมนุมประท้วงก็เฮ

แฮ่ม...ผมก็เฮด้วย

นอกจากนั้นตอนที่ประท้วง "พล.อ.สุจินดา" นั้น เหตุผลข้อหนึ่งคือ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง พอ "บิ๊กสุ" ลาออก

เราก็เฮ

พอพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อ "พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์" ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

คนก็โห่

แต่พอโผพลิกเป็น "อานันท์ ปันยารชุน" ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ปรากฎว่า คนไชโยกันทั้งเมือง

ผมก็...โย กับเขาด้วย

วันนั้นไม่ค่อยรู้สึกตัวหรอกว่า เราคิดแบบ "2 มาตรฐาน"

ถ้าไม่ตรงกับใจเราเมื่อไร...ผิด

แต่ถ้าตรงกับใจเรา อย่างไรก็...ไม่ผิด

 

ตอนนั้นอ้างได้ว่า ปี 2535 นามปากกา "หนุ่มเมืองจันท์" ยังถือเป็น Present Tense อยู่

ไม่เหมือนกับวันนี้ที่นามปากกาดังกล่าว กลายเป็น Past Tense ไปแล้ว

พออายุเยอะขึ้น "สติ" เริ่มดีขึ้น

มองทุกเรื่องอย่างเข้าใจมากขึ้น

ผมจึงขำ-ขำ เวลาที่พันธมิตรฯ โจมตี "ทักษิณ ชินวัตร" ว่าไม่เคารพตุลาการภิวัฒน์

แต่พอเจอ "หมายจับ" เข้าบ้างกลับไม่ยอมมอบตัว

หรือฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล ตอนเป็น นปก. บุกไปบ้าน "ป๋าเปรม"

พอตำรวจสลายการชุมนุม ก็หาว่าตำรวจใช้ความรุนแรง

แต่วันนี้อยู่ฝ่ายรัฐบาลเจอกับ "ม็อบพันธมิตรฯ" เมื่อตำรวจสลายเวทีมัฑวานฯ

เขาบอกว่า ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย

การเมืองวันนี้ก็เหมือนปี 2535 ที่ทุกคนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีใครอยู่ในโลกแห่ง "เหตุผล"

ทุกคนอยู่ในโลกแห่ง "ความเชื่อ"

พวกเราถูกต้องเสมอ


เวลามีเพื่อนบ่นเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ผมจะถามว่า ดูโทรทัศน์ช่องไหน

ส่วนใหญ่ถ้าดู "ฟรีทีวี" ก็จะดู "NBT" หรือ "ทีวีไทย"

แล้วแต่ว่าจะอยู่ฝั่งไหน

บางคนก็ถึงขั้นติด "เอเอสทีวี" ไปเลย

ส่วนคนที่ติด "ทรูวิชั่นส์" ก็จะดูช่อง TNN เพิ่มอีกช่องหนึ่ง ซึ่งในสถานการณ์ข่าวที่ผ่านมาก ผมขอชมเชยว่า TNN เป็นสถานีข่าวที่ดีที่สุด

เพราะครบถ้วนและเป็นกลาง

"ทำอย่างไรบ้านเมืองจะหายยุ่งเสียที" เพื่อนถาม

ปัญหานี้เหมือนจะยาก แต่จริง ๆ ง่ายมากเลยครับ

แค่กดรีโมตเท่านั้นเอง

ไม่เชื่อลองกดไปช่อง 3 กับ ช่อง 7 สิครับ

บ้านเมืองที่วุ่นวายจะมลายหายไปในทันที

"เป็นต่อ" ก็ยังขำเหมือนเดิม

"แพนเค้ก" ก็ยังอยู่ "พิงกี้" ก็ยังสดใส

ทุกอย่างปกติครับ

บ้านเมืองยังสงบร่มเย็น ไม่มี "ม็อบ" มากวนใจ

และไม่มี "หมัก" มากวนอารมณ์

อาจมีความรุนแรงแบบ "2 มาตรฐาน" แทรกอยู่บ้างเล็กน้อย

เพราะนางเอกก็ยัง "ตบ" พระเอก

เสร็จแล้วก็โดน "จูบ" อยู่เหมือนกันเดิม

 

 


แหล่งอ้างอิง

หนุ่มเมืองจันท์, นามแฝง.  แค่ "คิดต่าง".  มติชนสุดสัปดาห์.  28, 1464 (5 - 11 กันยายน 2551) : หน้า 24.