ประชาธิปไตยข้างถนน ตำราที่นักศึกษาต้องอ่าน!!
ประชาธิปไตยข้างถนน ตำราที่นักศึกษาต้องอ่าน!!
 

หลังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน นิสิตนักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงภาคส่วนต่างออกเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ลาออก

และเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง ทว่าไม่เป็นผลล่าสุดกลุ่มนักศึกษาหลายสถาบันได้ออกมาเคลื่อนไหว สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น

 “น.ส.ช่อฟ้า มั่นทอง” หัวหน้าพรรคสัจธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) ที่ทำกิจกรรมทางการเมืองมาแต่ตั้งแต่ปี 2545 กระทั่งปัจจุบัน เสนอว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือนายกฯ ต้องเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยการลาออก ในขณะที่พันธมิตรฯ หยุดการเรียกร้อง หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และที่สำคัญ กลุ่มนักศึกษาต้องออกมาสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่นิ่งเฉยต่อปัญหา หรือเกรงกลัวอำนาจอันไม่ชอบธรรมของผู้ใหญ่



 ช่อฟ้า กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษาเท่าที่ติดตามนั้น เป็นเพียงการเมืองแฟชั่นมากกว่า ไม่ได้ติดตามข่าวสาร หรือรู้เรื่องการเมืองอย่างจริงจัง แต่ที่ต้องออกมาแถลงการณ์ จุดยืน เพื่อไม่ให้คนในสังคมว่าได้ ว่านักศึกษาไม่ได้ทำอะไร เพราะถ้านักศึกษาเข้าใจ หรือสนใจการเมืองอย่างแท้จริง ต้องทราบว่าสถานการณ์อย่างนี้ ควรทำอะไร

 หัวหน้าพรรคสัจธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเรียกร้องโดยแถลงการณ์อย่างเดียวคงไม่พอ ถึงเวลาที่นักศึกษาต้องออกมาเคลื่อนไหว แสดงพลัง ชี้นำประชาชน และเรียกร้องระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยกลับคืนมา ดั่งนักศึกษาในอดีตที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง สันติ ให้ประเทศไทยกลับเป็นสยามเมืองยิ้ม ไม่ใช่ให้ใครเอ่ยถึงประเทศไทยก็พากันหวั่น ไม่กล้าย่างกรายมาเมืองไทย

 “อยากเรียกร้องให้เพื่อนๆ นักศึกษาทุกสถาบันหันมา สนใจการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ และทำกิจกรรมเพื่อสังคม  ซึ่งจะฝึกฝนให้เราเป็นคนอย่างสมบูรณ์  ถ้าวันนี้พลังของนักศึกษาไม่ออกมาเคลื่อนไหว อนาคตชาติคงมีคนเห็นแก่ตัวเต็มเมือง” นศ.รามเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้า



 ด้าน “แบ๋น” หรือน.ส.ประทับจิต นีละไพจิตร นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ทายาทสมชาย นีละไพจิตร ทนายความชื่อดัง ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อ 4 ปีก่อน หนึ่งในผู้เข้าร่วมแถลงการณ์ จุฬาฯ กล่าวว่า นักศึกษาในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกัน ตอนนี้ เด็กรักตนเองมากกว่าสนใจการเมือง แม้มีนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว แต่ไม่เหมือนนักศึกษาในอดีต

 “เพราะถูกผู้ใหญ่จำกัดสิทธิ  ยิ่งทำให้นักศึกษาออกมามากขึ้น จึงมั่นใจได้ว่าจะยุติความรุนแรง ด้วยพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษา  ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ตำราประชาธิปไตยด้วยตนเอง ไม่นิ่งเฉยต่อสถานการณ์บ้านเมือง หากวันหนึ่งมีเหตุการณ์รุนแรงนักศึกษาก็พร้อมออกมาเคลื่อนไหว ชี้แนะสังคมแน่นอน”

 ขณะที่ "กอล์ฟ" ชวลิต จันทร์แก้ว นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) รัตนโกสินทร์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเครือข่ายองค์กรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย บอกว่านักศึกษาไม่ได้นิ่งเฉยตอนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การเคลื่อนไหวบางอย่างนักศึกษาทำไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่ตีกรอบไว้  ทั้งๆ ที่ควรเปิดกว้างให้นักศึกษาได้ออกมาแสดงพลังบริสุทธิ์ เพื่อกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของประเทศชาติ มากกว่าหมกมุ่นการเรียนหนังสืออย่างเดียว



 “การเรียนรู้ตำราประชาธิปไตยที่ก่อตัวอยู่ขณะนี้ นักศึกษาได้สัมผัสระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และหากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง เชื่อว่านักศึกษาพร้อมใจออกมาเคลื่อนไหว ตามวิธีแนวทางที่ไม่ทำร้ายกัน ตอนนี้เครือข่ายฯ ได้ยื่นแถลงการณ์ต่อรัฐสภา ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้ พลังนักศึกษาจะลุกฮือขึ้นมาทันที” กอล์ฟ ย้ำ

 ทว่าในความเป็นจริงยังมีนักศึกษาส่วนหนึ่งที่คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นความหวังที่จะเห็นภาพของนักศึกษาออกมาเรียนรู้ตำราประชาธิปไตยหน้าทำเนียบรัฐบาล หรือ สนามหลวง คงมีให้เห็นน้อยเมื่อเทียบกับการ เดินเล่นในห้องแอร์เย็นๆ หรือจับกลุ่มคุยกันเรื่องดารา นักร้อง เอเอฟ  เดอะสตาร์ เพราะ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยเปิดชื่องดังอย่าง “รามคำแหง” เอง “สภากาแฟ” ที่ถือเป็นสัญลักษณ์เด็กรามยังหายไป!!

 ก็ได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะช่วยกระตุ้นปัญญาชนในรั้วมหาวิทยาลัย หันมารวมตัวพูดคุยถกเถียง และหาแนวทางช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกัน นำพาประเทศไทยให้เดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนสถาพรตลอดกาล...

แหล่งที่มา : http://www.komchadluek.net/2008/09/08/x_edu_e001_219629.php?news_id=219629 



 0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0