ชี้ทางรอดอุดมศึกษายากเหตุวงจรลูกโซ่!
ชี้ทางรอดอุดมศึกษายากเหตุวงจรลูกโซ่!
 
“อธิการบดี” ชี้ทางรอดอุดมศึกษาหาทางออกยาก เหตุวงจรลูกโซ่ ทั้งมหาวิทยาลัย โตเร็ว แข่งแย้งนิสิตนศ.กันเอง พร้อมจวกสกอ.ควบคุมคุณภาพไม่ได้ แนะจัดลำดับสถาบันไหนเจ๋ง!

 

 จากเวทีอภิปรายเรื่อง “อุดมศึกษา : ทางรอดแห่งวิกฤติของสังคมไทย” จัดโดยที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนสถาบันอุดมศึกษาไทยมีอยู่ถึง 260 สถาบัน ทำให้แย่งนักศึกษาเข้าเรียน ส่งผลต่อคุณภาพลดลง ตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนถึงคุณภาพอุดมศึกษาไทยคือไม่ติดอันดับ 1 ใน 500 ของโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควบคุมคุณภาพไม่ได้ แต่ละมหาวิทยาลัยมีพ.ร.บ.ของตนเอง และกระบวนการได้มาซึ่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็เป็นระบบของอาจารย์เลือกคณบดี คณบดีเลือกอธิการบดี และอธิการบดีเลือกสภามหาวิทยาลัย จึงอนุมัติอะไรได้ง่าย อย่างเช่น มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งเปิดสอนปริญญาโทภาคพิเศษที่มีสัดส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ 1 ต่อ 200 และรายได้จากการเปิดภาคพิเศษก็ตกอยู่กับผู้ดำเนินการ ขณะนี้ใช้สถานที่ อุปกรณ์ของรัฐ และไม่ต้องเสียภาษี

 ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พิบูลสงคราม ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ไม่เฉพาะจำนวนสถาบันอุดมศึกษาไทยที่มีมาก เวลานี้อาชีวศึกษาก็เปิดสอนระดับปริญญาตรีอีกกว่า 480 แห่ง น่าเป็นห่วงถึงวิกฤติอุดมศึกษาไทย  ดูจากโฆษณาว่า “จ่ายครบ จบแน่” รวมถึงการเปิดศูนย์การศึกษามากมาย  สกอ.ควรควบคุมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย อีกทั้งการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบ 3 ในอีก 5 ปีข้างหน้า ควรจัดลำดับสถาบันไหนเจ๋ง เพื่อเชื่อมโยงกับการจัดสรรงบประมาณ

 รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล กล่าวว่า เวลานี้แต่ละคณะจัดการเรียนการสอนแต่สิ่งที่เคยสอนในอดีต ไม่คำนึงถึงการปรับเปลี่ยนเข้าสู่สภาพความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน ขณะเดียวกันรอยต่อระหว่างสถานศึกษาขั้นพื้นฐานกับอุดมศึกษาก็ไม่เชื่อมโยงกัน ส่งผลต่อคุณภาพบัณฑิต อยากให้ช่วยกันคิดสร้างนักศึกษาให้มีภูมิต้านทานความคิด เวลานี้นักศึกษาถูกชี้นำไปในทางที่ไม่รู้จักคิดอย่างมีเหตุและผล

แหล่งที่มา : http://www.komchadluek.net/2008/09/08/x_edu_e001_219613.php?news_id=219613