เมื่อมีคนตายจำนวนครบสามคนในเรื่อนนั้นต้องรื้อบ้านทิ้งเพราะเป็นเรือนผีสุด

ในคราวก่อนๆได้เล่าเรื่องผีสุดผีเสี้ยงคือคนไม่ได้แต่งงานเมื่อถึงแก่กรรมก็ถือว่าผีประจำตระกูลนั้นสุดเสี้ยงหมดลง

แต่มาวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้คนล้านนาที่มีความเชื่อกันว่าเมื่อสร้างบ้านอยู่อาศัยกันแล้วย่อมทำให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข  มีความอบอุ่นเพราะมีพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยหรือปู่ย่าตาตายใช้ชีวิตร่วมกันกับลูกหลาน  บางครอบครัวหากผู้อาวุโสมีร่างกายแข็งแรงอายุยืนนานนับร้อยปีอาจใช้ชีวิตอยู่กับเหลนในขณะที่ตนเองเป็นหม่อนหรือคุณทวด

อย่างไรก็ตามความเป็นจริงของชีวิตย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความตายเป็นแน่แท้  เมื่ออยู่ร่วมกันไม่วันใดก็วันหนึ่งที่จะต้องมีคนตายในบ้านเรือนนั้น  อาจเป็นผู้เฒ่า หรืออาจเป็นคนหนุ่มแล้วแต่กรรมเวรจะมาถึงหรือโยมบาลต้องการเอาวิญญาณไปสู่ยมโลกโพ้น

เมื่อมีคนถึงแก่กรรมภายในบ้านคนที่หนึ่งญาติๆก็จะร่วมกันทำบุญ  ทำกุศลศพให้แก่ผู้ถึงแก่มรณกรรม  หากอยู่ต่อมาอีกเป็นเวลานานเท่าใดก็แล้วแต่  มีเหตุคนในบ้านเสียชีวิตอีกเป็นคนที่สองญาติๆก็จะทำบุญกุศลตามประเพณี  แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไป     เมื่ออยู่ในบ้านเรือนหลังนั้นต่อมามีคนเสียชีวิตอีกเป็นคนที่สามเมื่อญาติๆทำบุญกุศลศพกันแล้วงานต่อมาก็ต้องร่วมกันขบคิดว่าจะทำการรื้อบ้านหลังนี้กันเมื่อใดเพราะมันมีโรคค้างภายในบ้าน

ตามความเชื่อว่าบ้านเรือนหลังใดที่คนตายในบ้านนั้นครบจำนวนสามคนแล้วต้องรื้อบ้านหลังนั้นทิ้งเพราะมันขึด(อ่านออกเสียงวรรณยุกต์โทว่า" ขึ้ด")หากอยู่ต่อๆไปจะทำให้ลูกหลานหรือผู้ที่อาศัยในบ้านเรือนนั้นจักฉิบหายเกิดภัยพิบัติ

แต่หากว่าร่วมกันคิดแล้วว่าหากรื้อบ้านทิ้งจะทำให้ไม่มีบ้านหลังใหม่อยู่เพราะไม่มีเงินสร้างบ้านใหม่ผู้ที่อยู่ต้องทำพิธีมงคลปัดรังควานไล่เสนียดจัญไรออกให้พ้นไกลแสนไกลแล้วจึงอยู่ต่อไป  แต่มีข้อแม้ว่าห้ามกระทำมงคลเช่นกินแขกแต่งงาน   เป็นต้น   หากไม่เชื่อความเสียหายภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวงย่อมจะเกิดแก่คนหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น

ตำนานผีล้านนาตอนเรือนผีสุดก็จบลงเท่านี้ เท่าอี้แล...ลุงหนานก็ขอลาไปก่อนแล....