ตำรา กล้วยไม้ ออนไลน์

กล้วยไม้สกุลแวนด้า มี 3 แบบ
     แวนด้าเป็นกล้วยไม้ที่มีการเจริญแบบไม่แตกกอ รากเป็นรากอากาศ (บางตำราก็ว่าเป็น รากกึ่งอากาศ ครับ)
     ช่อดอกจะออกด้านข้างของลำต้นสลับกับใบ ช่อดอกยาวและแข็ง
     เราสามารถแบ่งกล้วยไม้สกุลแวนด้า ออกได้เป็น 3 แบบ ตามลักษณะของใบ คือ
     1.แวนด้าใบกลม ใบกลมยาวทรงกระบอก ต้นสูง ข้อห่าง สังเกตได้ที่ใบติดอยู่ห่างๆ กัน มีดอกช่อละหลายดอก แต่ดอกจะบานติดต้นอยู่คราวละ 2–3 ดอกเท่านั้น เมื่อดอกข้างบนบานเพิ่มขึ้น ดอกข้างล่างจะโรยไล่กันขึ้นไปเรื่อยๆ การปลูกใช้ดอกจึงนิยมปลิดดอกมากกว่าตัดดอกทั้งช่อ
     2.แวนด้าใบแบน ลักษณะใบแผ่แบนออก ถ้าตัดมาดูหน้าตัดจะเป็นรูปตัววี มีข้อถี่ปล้องสั้น ใบซ้อนชิดกัน ปลายใบโค้งลงและจักเป็นแฉก
     3.แวนด้าใบร่อง มีรูปทรงของใบและลำต้นคล้ายใบแบนมากกว่าใบกลม แวนด้าประเภทนี้ไม่พบในป่าธรรมชาติ การนำมาปลูกเลี้ยงเป็นพันธุ์ลูกผสมทั้งสิ้น โดยนำแวนด้าใบกลมมาผสมกับแวนด้าใบแบน
     แวนด้าใบกลมเป็นแวนด้าที่เลี้ยงง่ายที่สุด สามารถปลูกลงแปลงกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องมีโรงเรือน แต่ดอกมักจะบานไม่ทน
     แวนด้าใบร่องเป็นลูกผสมระหว่างใบกลมและใบแบน ถูกผสมขึ้นเพื่อให้ปลูกเลี้ยงง่ายขึ้น แต่ดอกมักจะสีไม่สวยและปากหักง่าย
     แวนด้าใบแบน เลี้ยงยากที่สุด มีหลายพันธุ์ ทั้งดอกใหญ่และดอกเล็ก แต่ที่ได้รับความนิยมได้แก่ ฟ้ามุ่ย เพราะดอกใหญ่ สีสวย การเลี้ยงแวนด้าใบแบนจำเป็นต้องมีโรงเรือนเพราะต้องการแสงที่พอเหมาะ
     ถ้าเรียงลำดับความต้องการแสง จากมากไปหาน้อย จะได้เป็น แวนด้าใบกลม(ต้องการแสงมากที่สุด) ใบร่อง ใบแบน(ต้องการแสงน้อยที่สุด)
     ตัวอย่าง กล้วยไม้แวนด้าใบแบน ที่นำมาแสดงนี้ คือ ฟ้ามุ่ย (Vanda coerulea) ครับ มักจะออกดอกในราวเดือนเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ครับ
     ปล.ฉบับนี้ ขรึมหน่อยนะครับ...นักเรียนโข่งทั้งหลาย....แหม...ก็เนื้อหามันยาวน่ะ....ใจขาดมั๊ยน้อ......แฮ่ ๆ ๆ

ชยพร แอคะรัจน์ -ผู้เขียน (university2u)

ขอขอบคุณ แหล่งความรู้จากที่นี่นะครับ (คลิ้ก 1)(คลิ้ก 2)(คลิ้ก 3)