จวนเจียนตาย

ฉันมีเรื่องเล่า เมื่อวาน 5 กย. 51 พักรับประทานอาหารกลางวัน ไปทานก๋วยเตี๋ยวที่โรงอาหารแพทย์ กับพี่แก้ว และสั่งส้มตำ "ตำโคราช" ด้วยความทานไปคุยไป ตามประสา ปกติก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว และแล้วเหตุการณืที่ฉันจะจดจำถึงวาระสุดท้าย คือ "ใจจะขาด หายใจไม่ออก ไม่มีลมเข้า" คือ ขณะรับประทานก๋วยเตี๋ยวได้ครึ่งชาม อร่อย ก็มีอาการไอ เหมือนโดนระคายเคืองที่คออย่างแรง น่าจะเป็นพริก แล้วก็ไอมาก ดื่มนำไม่ดีขึ้น เริ่มรู้สึกแย่ เอ๊ะ เราเป็นอะไร... ลุกขึ้นยืนพยายามไอใหรู้สึกดีขึ้น แต่ชักแย่ หายใจไม่ออก พยายามจะสูดอากาศทั้งทางปากและจมูก แต่รู้สึกเลย ตันหมด ไม่มีทางให้อากาศเข้า ตะโกนสุดเสียงแต่รู้ว่าไม่มีเสียงออก บอกว่า "พี่....แก้ว!! พาเกศไปโรงพยาบาลหน่อย หายใจไม่ออก" ตอนนั้นเริ่มจะหมดแรง รู้ว่า จะตายหรือเปล่าเนี๊ยะ ไม่กลัวตาย แต่ทรมานใจจะขาด พี่แก้วตกใจมาพยุงไว้ มีอาจารย์แพทย์ (อภิชาติ) และพชท. เดินผ่าน สัญชาติญาณคนใจจะขาดต้องการความช่วยเหลือ เกี่ยวหลังอาจารย์ไว้  พี่แก้ว อ. อภิชาติ และคุณหมออีกท่าน ช่วยบอกใจเย็น หลอดลมหดเกร็งอย่างแรง ปิดกั้นทางเดินหายใจ ดิฉันรู้สึกว่าเริ่มมีอากาศเข้าปอด เริ่มหายใจสะดวก และกอดพี่แก้วไว้ ไอและหายใจเข้าออกแรงๆ ดีขึ้น แต่ทานต่อไม่อร่อยแล้ว ถ้าตอนนั้นหลอดลมที่หดเกร็งไม่คืนปกติ คาดว่าน่าจะตายจริง

พอขับรถเลี้ยวเข้าบ้าน ตรงซอยรถชนกัน มองเห็นคนตายเต็มตา แลดูน่าสงสาร เป็นวัยรุ่นชาย วัยรุ่นหญิงเจ็บที่ขา นั่งร้องไห้ รอตำรวจมา

วันนี้ ก็เลยไปทำบุญ ขอบคุณ คุณหมอเอ๋อ อาจารย์แพทย์เด็กจากศิริราช น้องจิ๋ม ที่เรียนระบาดด้วยกัน พี่เพ็ญ (พี่สาวน้องจิ๋ม) ที่ชวนไปทำบุญ เราไปทำบุญที่วัดป่ามหา'ลัย (วัดป่าโนนม่วง) แล้วไปเดินที่สวนเกษตร แวะทานข้าวที่ร้านไก่ย่างปรีชา พี่แก้วตามไปสมทบ ก็เลยเล่าเรื่อง สำลักหายใจไม่ออก เกือบตาย ต่อไปต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ...เกือบตายจริง...

Pjek

ไปทำบุญ มาค่ะ

 และขอบคุณพี่แก้ว อ.อภิชาติ และพชท. ที่ช่วย มา ณ ที่นี้