คุณธรรมผู้บริหาร

ความรู้ความสามารถของผู้บริหารที่มีคุณธรรม?

            สิ่งที่ใคร่จะขอโอกาสนำมากล่าวไว้ภายใต้หัวข้อนี้     ถือเป็นเรื่องสำคัญระดับพื้นฐาน หากมองที่สถานการณ์ซึ่งเป็นความจริง เท่าที่พบเห็นในปัจจุบัน ส่วนรายละเอียด อาจนำมาพิจารณากันภายหลังต่อไปได้ ดังนั้นสิ่งที่จะนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้ คงมีเพียง 3 ประเด็นเท่านั้น แต่คำว่าเท่านั้น คงไม่ทำให้แต่ละคนคิดว่า มันก็เท่านั้น แต่ควรจะถือว่ามีความสำคัญที่สุด

1.      ผู้บริหารที่ดี มีคุณธรรมรองรับการปฏิบัติงานร่วมกับการดำเนินชีวิต ควรมีคุณสมบัติที่สามารถสานความเชื่อมั่นครบทุกสายงาน และทุกกลุ่มความคิดให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ แทนการยึดปริญญาสูงๆ ยึดชั่วโมงการทำงานบริหาร ยิ่งยึดคนพวกเดียวกัน หรือรู้จักกันมาแล้วเป็นส่วนตัว โดยที่เข้าใจว่าคือการรู้ทางกัน ยิ่งมีผลย้อนกลับมาเป็นอันตราย ต่อตนเองและส่วนรวมมากที่สุด

2.      ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ร่วมกับมีความรู้ความสามารถจริง ย่อมไม่คิดและปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาโดยการใช้อำนาจทำร้ายคนที่อยู่ต่ำกว่าตน โดยคิดว่าคือการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับคน หากแสดงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงคนซึ่งตนคิดว่าไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ให้กลับมาเป็นคนดี ตามความเหมาะสมเพราะสัจธรรมได้ชี้ไว้ว่า ทุกคนมีสิ่งที่ดีด้วยกันทั้งนั้น หากความดีก็ย่อมมีความหลากหลายอยู่บนพื้น

3.      ข้อนี้ น่าจะมีผลเป็นบทสรุปคำตอบ หากถามว่า แล้วจะทำอย่างไรให้สองสิ่งนี้มีความเป็นไปได้?” กล่าวคือ ควรมีความรักในเพื่อนมนุษย์ทุกคน โดยการชำระล้างกรอบซึ่งเคยฝังลึกอยู่ในรากฐานจิตใจตนเองให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด นั้นคือ การมุ่งมั่นนำปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งอยู่บนพื้นฐานความหลากหลาย เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญแก่ความหลากหลายของเพื่อนมนุษย์และเยาวชนคนรุ่นหลัง ซึ่งหมายความว่า ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ควรมีวิญญาณความรักที่จะมุ่งทิศทางและการใช้ชีวิต ลงสู่ด้านล่างอย่างมีความสุข และในที่สุด ตนย่อมพบได้ตามความปรารถนาอย่างเป็นธรรมชาติ แม้บางครั้งหลังจากพบกับปัญหาหนัก อาจรู้สึกท้อถอย แต่แล้วก็สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ใหม่เริ่มต้นจากความรู้สึกในตัวเอง สู่การเปลี่ยนแปลงจากภายนอก ในเมื่อตนมีความมุ่งมั่นมาแต่เดิมเป็นเวลานานมาก จนกระทั่งใช้เป็นพื้นฐานการพิสูจน์ความจริงได้แล้ว

ในขณะที่สังคมกำลังประสบปัญหาหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายคนมุ่งมองไปยังปัญหา และมองไปที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง มักได้ยินคำปรารภว่า ไปทั้งที่ๆ รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ซึ่งผู้เขียนมักตอบไปโดยอาศัยหลักประจำใจว่า นั่นคือความรู้ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความไม่รู้

การฝึกอบรมบนพื้นฐานแนวคิดแบบเก่า โดยเฉพาะเกี่ยวกับศีลธรรมและคุณธรรม เพื่อหวังการนำไปใช้พัฒนา ไม่แตกต่างไปจากการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยี เนื่องจากมีการแยกส่วนออกมา และปลูกฝังสิ่งซึ่งเป็นรูปแบบ มีผลทำให้รากฐานแต่ละคนผู้เข้ารับการฝึกอบรม ยึดติดลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเหตุที่ภาวะยึดติด ผลทำลายรากฐานคุณธรรมอย่างสำคัญที่สุด สิ่งที่กล่าวมานี้ก็คือ การทำไปเพราะไม่รู้ความจริง 

คุณสมบัติของผู้บริหารอันควรได้รับการยอมรับ

ถ้าเน้นความสำคัญที่การปฏิบัติบนพื้นฐานคุณธรรม ผู้บริหารอันเป็นที่พึงปรารถนา ควรมีคุณสมบัติอย่างกว้างๆดังต่อไปนี้

1.      ควรมีรากฐานจิตใจอิสระ ไม่ยึดติดวัตถุ อำนาจ และเงินตรา ย่อมทำงานสานความรู้ ความเข้าใจให้ถึงกันได้ เริ่มจากคนระดับล่างก่อนอื่น อีกทั้งสามารถถ่ายทอดข้อมูล จากระดับพื้นดินขึ้นมาสู่ด้านบน ก่อนการตัดสินใจสิ่งใดลงไป

2.      แม้เป็นผู้บริหารธุรกิจการค้า ซึ่งมุ่งหวังความมั่นคงในระยะยาวและการยอมรับและเชื่อถือ ย่อมต้องให้ความสำคัญแก่การพัฒนาคนเพื่อยกระดับคุณธรรมในรากฐานจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งขึ้น

3.      ผู้บริหาร ควรรู้จักเสียสละ เพื่อสร้างสมดุลภายในรากฐานจิตใจให้กับผู้ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ภายใต้อำนาจการบริหาร เพื่อช่วยให้เกิดศรัทธา ทำให้มีความเชื่อถือและมีขวัญกำลังใจทุ่มเททำงาน ด้วยความมั่นใจในตัวเอง รู้จักที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคน ยิ่งเป็นคนระดับล่างและชนรุ่นหลัง เมื่อเกิดจากธรรมชาติย่อมมีความสุขที่จะปฏิบัติจากความจริงใจ โดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลผลกระทบจากภายนอก ดังจะพบได้ว่า บุคคลลักษณะนี้ สามารถยืนอยู่ได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางผู้ซึ่งมีอิทธิพลวัตถุอยู่เหนือกว่าตน อย่างปราศจากปมด้อย และมีความสุภาพกับทุกคนอยู่ในความรู้สึกอันละเอียดอ่อน

4.      การมีสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดอยู่ในส่วนลึกของหัวใจเป็นธรรมชาติ ย่อม เป็นผู้ที่มีน้ำใจกับทุกคนอย่างปราศจาก การเลือกที่รักมักที่ชัง และมีความเห็นใจคนตกทุกข์ได้ยากอย่างสานจิตใจถึงทุกคน

5.      เป็นผู้ทีมีความเป็นตัวของตัวเอง ที่สานสัมพันธ์ถึงความศรัทธาในตัวเอง ช่วยให้รากฐานลึกซึ้ง แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันได้จากการทำงานตามอุดมการณ์ดังได้กล่าวมาแล้วทั้งหมด

6.      หากมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อหวังความร่วมมือกันพัฒนา สิ่งแรกที่ควรสละความรู้สึกเห็นแก่ตัวและพรรคพวก เพื่อแสดงออกจากใจที่เป็นกลาง ประการที่สอง ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ ควรเสียสละความคิดของตนเองให้ผู้อื่น เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละคนเรียนรู้ความจริงจากการตัดสินใจ หลังจากที่ประชุมตัดสินใจไปแล้ว หากมีผลเสียหายติดตามมา แทนการลงโทษหรือซ้ำเติม ควรพร้อมที่จะให้อภัยด้วยความรู้สึกเข้าใจได้ถึง การสั่งสมประสบการณ์ของชนรุ่นหลัง จึงพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้คิดแก้ไขถ้า

ผู้บริหารคิดและปฏิบัติได้เช่นนี้ ย่อมสานเหตุผลต่อไป ทำให้รู้ว่า บุคคลลักษณะนี้ ย่อมให้ความสำคัญแก่การพัฒนาคุณภาพคนเหนือการสร้างงาน แม้งานที่ได้รับอาจมีผลไม่ดีเท่าที่ตนต้องการ แต่คนซึ่งเป็นอนาคต น่าจะสร้างผลงานได้ดียิ่งกว่าในปัจจุบัน อันเป็นคุณสมบัติของผู้ที่มองการณ์ไกล อีกทั้งช่วยให้การกระจายงาน มีรากฐานและเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่สร้างผลเสียหายให้กับคนกลุ่มอื่นใดก็ตาม 

ผู้บริหารควรใช้อำนาจให้ถูกด้าน

ในเมื่อทุกสิ่งย่อมมองเห็นได้สองด้าน แต่ผู้ที่มองเห็นได้สองด้านย่อมขึ้นอยู่กับการที่บุคคลผู้มองมีรากฐานจิตใจที่สามารถรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ด้วยตนเอง ดังนั้นบุคคลผู้มีอำนาจอยู่ด้านหนึ่ง ย่อมมีคุณธรรมอยู่อีกด้านหนึ่ง

            คนยุคก่อน ในขณะที่อิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของรูปวัตถุ ยังไม่มาแรงมากนักเคยกล่าวถึงสัจธรรมของชีวิตไว้ว่า ชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา ย่อมเริ่มต้นจากการใช้ประโยชน์จากสังคม แต่เมื่อมาถึงช่วงหนึ่ง ย่อมคืนทุกสิ่งให้กับสังคมอย่างเป็นธรรมชาติ

            ซึ่งความหมายดังกล่าว หากมองที่   การเปลี่ยนแปลงทิศทางของรากฐานจิตใจ ย่อมหมายความว่า ถ้าแต่ละคนถือสัจธรรมนำปฏิบัติ อยู่บนพื้นฐานจริยธรรมอย่างมั่นคงแน่วแน่ แต่แรกอาจคิดต้องการสรรพสิ่งต่างๆ จากภายนอก เปรียบเสมือนเด็กที่ร้องขออาหาร หลังจากปฏิบัติซึ่งถือเป็นรากฐานการพึ่งพาตนเองอย่างอิสระ แม้พบปัญหาย่อมเห็นเป็นธรรมดา จึงคิดต่อสู้มากกว่าท้อถอย

            หลังจากชีวิตมีโอกาสก้าวต่อมาจนถึงจุดหนึ่ง ย่อมทำให้มองหวนกลับมาสู่ตนเองเพื่อค้นหาความจริง ซึ่ง ณ จุดนี้เอง ย่อมบังเกิดผลที่เรียกว่า คืนกลับสู่สังคม ดังที่ผู้เขียนเคยกล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง แด่วิญญานครูที่ฉันรักยิ่งชีวิต มีความตอนหนึ่งซึ่งย้ำไว้ว่า ผู้ใดที่ยังก้าวไปไม่ถึงจุดซึ่งมองเห็นได้ว่า ศิษย์เป็นครูตน ย่อมยังไปไม่ถึงจุดซึ่งความเป็นครูจะเริ่มต้นเกิดขึ้น จากจิตวิญญานของตนเอง

            ดังนั้น การที่ตั้งหัวข้อไว้เตือนสติว่า ผู้บริหารที่มีคุณธรรม ควรใช้อำนาจให้ถูกด้าน จึงมีความหมายเช่นกัน หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวว่า ใช้อำนาจโดยไม่ต้องใช้ จึงจะประสบผลสำเร็จ  ในการบริหารงานบุคคลในทุกด้าน

            จากความจริงซึ่งอยู่ในรากฐานจิตใจคน ถ้าผู้มีอำนาจ รักที่จะมาร่วมกิจกรรมกับคนระดับล่างอย่างเป็นธรรมชาติ ด้านหนึ่งย่อมทำให้เกิดความรัก จึงไม่คิดทำชั่วเพราะเกรงไปว่าจะทำให้เกิดผลเสียหายแก่บุคคลผู้รับผิดชอบ กับอีกด้านหนึ่ง ย่อมช่วยให้บังเกิดขวัญและกำลังใจที่ปรากฏเป็นพลังงานออกมาอย่างมหาศาล ช่วยให้มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มความสามารถ

            หากผู้ที่ลงมาร่วมทำงานไม่ใช่ผู้บริหาร อาจไม่เกิดพลังดังกล่าวมากเท่าที่ควรก็ได้ ยกเว้นเป็นบุคคลผู้สั่งสมคุณงามความดีไว้อย่างเด่นชัด ช่วยให้สามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างาม โดยไม่ต้องมีตำแหน่งบริหาร แต่มีความใสสะอาดปรากฏอยู่เหนือรากฐานจิตใจคนอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นบุคคลผู้มีบุญบารมีอย่างแท้จริง จึงเปรียบได้ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับชีวิตคน ซึ่งยังต้องมีการเจริญเติบโตตามมาภายหลัง ได้ใช้เป็นที่พำนักพักพิง ซึ่งผู้บริหารที่มีลักษณะเช่นนี้ ย่อมไม่ทำให้เกิดภาวะยึดติด หากช่วยให้รากฐานความเป็นตัวของตัวเองหยั่งลงสู่พื้นดินลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งมีทั้งความเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นทั้งเพื่อนร่วมใจร่วมงาน และเป็นผู้ชี้แนวทางการดำเนินชีวิตที่ปลอดโปร่ง

            ซึ่งในสังคมปัจจุบัน การรับอิทธิพลจากรูปวัตถุ เข้ามาทำลายวิญญาณความเป็นคนให้จำต้องสูญเสียไปมาก ย่อมมองหาผู้บริหารที่ไม่คิดทำลายคนอื่นเพราะมองเห็นด้านดีได้ยากยิ่งขึ้น

          ยิ่งเป็นผู้ที่ไม่มีตำแหน่งและอำนาจบริหารแต่สามารถสร้างวิถีทางแห่งตน ให้ผู้อื่นเคารพรักและศรัทธาได้อย่างกว้างขวาง ย่อมหาได้ยากยิ่งขึ้น จึงตกอยู่ในสภาพอันเป็นศูนย์รวมใจได้อย่างชัดเจน ให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า เป็นแบบอย่างที่ดี ที่กว้างขวางยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

            ดังที่สัจธรรมได้ชี้แนะไว้ว่า ไม่มีอะไรที่สูญเสียไปร้อยทั้งร้อย แม้เหลือเพียงหนึ่งเดียวก็ยังช่วยให้เกิดใหม่ได้อีก

ผู้บริหารที่มีคุณธรรมย่อมเข้าใจความแตกต่างระหว่างรูปธรรมและรูปแบบอย่างชัดเจน

            ปัจจุบันนี้ คนในสังคมมักสะท้อนความคิดออกมา ทำให้อ่านได้ถึงความเข้าใจระหว่างรูปธรรมกับรูปแบบที่สับสน ทั้งนี้และทั้งนั้น เนื่องจากส่วนใหญ่มีรากฐานยึดติดรูปแบบอย่างลึกซึ้ง ยิ่งขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูงมักยิ่งทำให้ความคิดคับแคบมากยิ่งขึ้น แทนที่จะเปิดกว้าง เพื่อหวังให้ชนรุ่นหลังและคนระดับล่างได้ใช้เป็นที่พักพิงอาศัยทางใจ ดังนั้นจึงทำให้ความรักความศรัทธาซึ่งควรจะมีต่อผู้บริหารส่วนใหญ่ ลดลงเรื่อยๆ

            หากให้ความสำคัญแก่ชีวิตคน ซึ่งควรจะคิดจากรากฐานตัวเองอย่างอิสระ และตัดสินใจนำปฏิบัติจากสิ่งซึ่งตนพบว่าคือความจริง หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวว่า นำปฏิบัติจากความจริงใจ กลับพบว่า มีการนำความคิดไปเกาะติดอยู่กับคนอื่น ดังที่พบเห็นเป็นความจริงอย่างกว้างขวาง

            แม้ในด้านการเกษตร ซึ่งปลูกอะไรปลูกตามกัน เพราะขาดความคิดที่จะริเริ่มสร้างงานใหม่ๆ เพื่อช่วยกระจายพลังการตลาด ทั้งๆที่ การเกษตรคืองานซึ่งอยู่ใกล้พื้นดินมากที่สุด ซึ่งควรจะเปิดโอกาสเรียนรู้โดยหยั่งรากลงสู่พื้นดินได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้มีผลสนับสนุนความเจริญภายในรากฐานตนเองให้เป็นผู้ซึ่งคิดได้อย่างอิสระ แต่กลับถูกแทรกแซงจากอิทธิพลของรูปวัตถุ ซึ่งมีรากฐานอยู่กับคนต่างถิ่น ซึ่งปัจจุบัน นับวันยิ่งเห็นชัดมากขึ้น

            อนึ่ง รากฐานคนซึ่งมีความคิดอิสระจริง ย่อมมีปรัชญาอันเกิดจากการเรียนรู้ความจริงเป็นสิ่งรองรับ นอกจากนั้นยังมีการแสดงออกมาบนพื้นฐานความจริงให้ผู้อื่นนำไปคิดและแปรเป็นรูปธรรมได้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็เป็นการนำปฏิบัติควรมีการตัดสินใจแปรจากความคิดซึ่งเกิดจากรากฐานตัวเอง ออกมาเป็นวิธีปฏิบัติอย่างอิสระเป็นธรรมชาติ

            หาใช่การบอกให้คนอื่นต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งรูปลักษณะการบอกให้ทำตามคำสั่ง เป็นการหยิบยื่นรูปแบบซึ่งมิได้เกิดจากรากฐานการคิดได้เอง ซึ่งสิ่งนี้น่าจะมีลักษณะที่เรียกกันว่า รูปแบบ เพราะมิได้กำหนดขึ้นจากจิตวิญญานของตนเอง

            วิถีชีวิตคนในสังคมไทยเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้ว เป็นมาในลักษณะเช่นนี้นานมาก จนกระทั่งกลายเป็นนิสัย ดังนั้น แม้ผู้ซึ่งทำหน้าที่บริหารเองก็มีความเชื่อเช่นนั้น จึงมีคำว่า ทำตามคำสั่ง เกิดขึ้น และดำเนินการต่อมาอย่างเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

            จึงทำให้เกิดภาวะสับสนขึ้นระหว่างรูปธรรมกับรูปแบบ จนกลายเป็นเรื่องที่แสดงออกมาอย่างขาดความเข้าใจได้ถึงรากฐาน โดยที่รู้ความจริงว่า เป็นคนละด้านกัน เพราะนำมาไว้บนพื้นฐานเดียวกันแทบจะทั้งหมด

            สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประจักษ์พยานทำให้อ่านได้ถึงปัญหานี้ ได้แก่คำปรารภในเชิงบ่นว่า พูดอะไรเป็นเรื่องนามธรรมไปหมด ทำไมไม่บอกออกมาเป็นรูปธรรมว่าจะต้องทำอย่างไร?

            ซึ่งเรื่องนี้ถ้าผู้เขียนได้ยินเสียงบ่น มักแสดงความกล้าที่จะไม่ยอมบอก โดยที่ไม่เกรงว่าผู้ถามจะโกรธหรือเกลียดชัง แต่ก็ใช้โอกาสอธิบายให้รู้ว่า รูปธรรมกับรูปแบบมีพื้นฐานอยู่กันคนละด้าน หากบอกไปก็เท่ากับทำให้ผู้รับฟัง ยึดติดรูปแบบมากขึ้น ซึ่งผู้เขียนกล้าที่จะไม่ยอมทำเช่นนั้น

            โดยเหตุที่รู้ความจริงว่า ความหมายของรูปธรรม หมายถึง ผลอันเกิดจากการคิดกำหนดรูปแบบของวิธีการได้เองอย่างอิสระ หากบอกให้ ย่อมหมายความว่า เกิดจากรากฐานซึ่งไม่ใช่ของเขาเอง จึงน่าจะปรากฏออกมาเป็นรูปแบบ โดยที่ผู้รับมิได้อยู่ในรากฐานตนเอง จึงส่งผลทำลายความเป็นตัวของตัวเอง เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรามากกว่า

            แม้แต่เรื่องกล้วยไม้ ซึ่งช่วงหลังๆ ผู้เขียนมักพบเสมอๆว่า มีผู้ต้องการปลูกกล้วยไม้ถามมาว่า อยากจะปลูกกล้วยไม้ แต่ไม่รู้จะปลูกอะไรดี?” หลังจากรับฟังแล้วทำให้ผู้เขียนรู้สึกอึดอัดใจมาก อย่างดีก็ตอบไปว่า ลองสำรวจตัวเองดูซิครับว่า รักที่จะปลูกอะไรและทำไปเพื่ออะไร มีของให้เลือกอยู่อย่างหลากหลาย ขออย่าคิดตามคนอื่นเลยครับ มันจะทำให้เราต้องผิดหวังในกาลข้างหน้า

            ผู้เขียนรู้ดีว่า ความหวังดีต่อคนอื่น หากมองการณ์ไกล แม้บางครั้งคำตอบอาจทำให้เขาไม่พอใจ ก็คงต้องยอมพูดความจริง วันหน้าเขาคงหวนกลับมานึกถึงเราเอง และอาจขอบคุณอย่างลึกซึ้ง ดีกว่าไปบอกเขาในทางที่ผิด ทำให้เขาต้องรับผลเสียหายในอนาคต

            จากสิ่งที่เล่ามาให้ฟังแล้ว ให้รู้สึกว่า จากรากฐานที่ยึดติดรูปแบบของคนจำนวนมาก ให้เข้าใจสับสนไปว่า รูปแบบคือรูปธรรม

            ถ้ามองเห็นภาพประเด็นนี้ได้ชัดเจน ย่อมทำให้เห็นความจริงต่อไปว่า แนวคิดซึ่งแฝงไว้ด้วยการสั่งการ ซึ่งอยู่ในกระบวนการบริหารงาน ยิ่งในภาครัฐบาล มีผลทำลายรากฐานความคิดที่ควรจะอิสระ ช่วยให้แต่ละคนสามารถรู้และเข้าใจปัญหาได้อย่างแท้จริง เลยไปถึงการกระจายความรับผิดชอบ ในการตัดสินใจแก้ไข และที่น่าจะถือว่าสำคัญที่สุดก็คือ มีผลพัฒนาความคิดของคนทำงาน โดยที่ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรวบอำนาจไว้คนเดียว ยิ่งกว่านั้น ยังมีผลให้ทำงานอย่างมีความสุข