จริยธรรมและคุณธรรมคืออะไรและหาได้จากที่ไหน?

จริยธรรมและคุณธรรมคืออะไรและหาได้จากที่ไหน?

            ตามความเข้าใจของผู้เขียน ซึ่งเน้นความสำคัญที่การปฏิบัติ มากกว่าการอ่านจากตำราและรับฟังครูสอนมาแทบจะพูดได้ว่า ตลอดชีวิตอีกทั้งได้รับการถ่ายทอดจากความคิดของพ่อ ซึ่งเลี้ยงลูกให้รู้จักเผชิญกับความลำบากจากระดับพื้นดินด้วยตัวเองอย่างอิสระ มาตั้งแต่อายุยังน้อยมาก

            ทำให้เชื่อในเหตุผลว่า จริยธรรมน่าจะหมายถึงการนำปฎิบัติทุกสิ่งทุกอย่างจากรากฐานความเป็นตัวของตัวเองอย่างอิสระปราศจากการยึดติดอยู่กับสิ่งทั้งหลายซึ่งสามารถสัมผัสได้จากสภาพภายนอกอย่างหลากหลาย ไว้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นวัตถุหรือทรัพย์สินเงินทอง รวมทั้งตำแหน่งซึ่งหลายคนรู้สึกว่าสูงส่งแค่ไหน ซึ่งสิ่งนี้เองที่เชื่อว่าคือ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

            บุคคลผู้มีคุณสมบัตินี้อยู่ในวิญญาณตนเองอย่างลึกซึ้ง แม้อาจพบว่าตนจะต้องสูญเสียสิ่งนี้ไปเพราะเหตุใดก็ตาม ย่อมสละได้แม้กระทั่งชีวิตตัวเอง สมกับคำปรารภซึ่งหลักธรรมได้ชี้ไว้อย่างชัดเจนว่า จงสละทรัพย์สินเพื่อรักษาอวัยวะ จงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต และจงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรมะ

            คุณสมบัติเช่นนี้ น่าจะมีความเหมาะสมที่ควรได้รับการยกย่องว่า  เป็นนักรบผู้กล้าหาญในยามเกิดสงครามทางวัฒนธรรม การศึกษา สังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพรุกหนักอยู่ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ยืนยันความจริงให้เห็นว่า หายากยิ่งกว่านักรบในสงครามอาวุธเช่นสมัยก่อนๆ ทั้งนี้และทั้งนั้น เนื่องจากมีความลึกซึ้งยิ่งกว่าสงครามอาวุธเช่นแต่ก่อนมาก

            อนึ่ง เรามักคิดในเชิงสำทับว่า รับฟังการพูดเท่านั้นยังไม่พอ ต้องนำไปปฏิบัติด้วยผู้เขียนรับฟังคำพูดดังกล่าวมาเป็นเวลานานพอสมควร แต่ก็ยังไม่ทำให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน จนกระทั่งชีวิตผ่านพ้นมาแล้วช่วงหนึ่ง จึงมองเห็นความจริง ทำให้รู้สึกว่า รับฟังมาแล้ว อย่าพึ่งเชื่อ แม้อ่านจากหนังสือตำรา หากควรหวนกลับไปทบทวนสิ่งซึ่งตนนำไปปฏิบัติมาแล้วตั้งแต่อดีต เพื่อค้นหาความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เน้นความสำคัญในสิ่งซึ่งตนรู้สึกว่าคือปัญหา

            เราจึงสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ว่า ปัญหาคือครูของการดำเนินชีวิตที่แท้จริง เพราะมีบทบาทช่วยสอนให้เข้าใจความจริง หรือเข้าใจธรรมะ โดยมุ่งไปยังรากฐานตัวเอง ถ้าสามารถรักษาอิสรภาพเอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้

            ในเมื่อธรรมะหมายถึงธรรมชาติ เริ่มต้นจากธรรมชาติในตัวเอง สานถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว แล้วขยายขอบข่ายออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ กับในมุมกลับ ช่วยสอนให้ผู้ปฏิบัติสามารถรู้เหตุรู้ผลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จึงกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า การเรียนรู้จากธรรมชาติของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งมีความหลากหลาย หากสามารถเข้าใจได้จริง แม้ใครนินทาด่าว่า ย่อมไม่ถือสา แม้ใครชมเชยยกย่อง ย่อมไม่หลงติดอยู่กับมัน หากสามารถวางใจเป็นกลางได้จากความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง

            คนส่วนใหญ่ และยิ่งจะขยายกลุ่มใหญ่มากยิ่งขึ้น ยึดติดอยู่กับเปลือกของสรรพสิ่งต่างๆ ทำให้มองด้วยทิศทางออกจากตัวเองด้านเดียว ดังประจักษ์พยานที่เห็นเด่นชัดมากที่สุด ได้แก่ การมองธรรมชาติมุ่งไปยังต้นไม้และฝนฟ้าอากาศทำให้คนรักต้นไม้ยังคงเห็นแก่ตัว และต้องการใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือบำบัดความใคร่แห่งตนมากกว่า ส่วนฝนฟ้าอากาศซึ่งมีการผันผวนปรวนแปรย่อมมีเหตุสืบเนื่องมาจากการคิดการกระทำของมนุษย์ผู้เห็นแก่ตัว

            หลังจากกล่าวมาถึงช่วงนี้ น่าจะช่วยให้แต่ละคนสามารถหาคำตอบได้เอง จากคำถามที่ว่า จริยธรรมและคุณธรรมคืออะไร โดยที่รู้ว่า จริยธรรมคือการนำปฏิบัติจากรากฐานที่เป็นจริงของตัวเอง และควรมีใจกล้าที่จะเผชิญกับปัญหาด้วยความรู้สึกท้าทาย ส่วนสิ่งที่ได้รับซึ่งนำเข้าไปใช้พัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพของจิตใจให้สูงขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เราเรียกกันว่า คุณธรรมประจำใจหากมีสิ่งใดมากระทบกับจุดที่เหมาะสม ก็จะปรากฏออกมาเป็นความคิดและการนำไปปฏิบัติ โดยที่มีจินตนาการจากรากฐานอย่างอิสระ และมีเป้าหมายซึ่งมุ่งมั่นไปให้ถึง เพื่อความสุขอันพึงได้จากผลสำเร็จ อย่างต่อเนื่องกันเป็นช่วงๆ

            กับอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งตั้งคำถามไว้ว่า หาได้จากที่ไหน?ผลจากการอธิบายเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้วทั้งหมด น่าจะช่วยให้พบคำตอบเองได้ว่า หาได้จากการปฏิบัติด้วยตัวเอง โดยร่วมกับเพื่อนมนุษย์ได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เน้นความสำคัญในการปฏิบัติร่วมกับชนรุ่นหลัง และสานรากฐานจิตใจถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจากเงื่อนไขดังกล่าว สามารถช่วยให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

            หากเป็นผู้บริหารงานบุคคลภายในองค์กรราชการ แม้เอกชน ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติร่วมกับคนระดับรองลงมาจนถึงระดับล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เน้นการเป็นผู้นำ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีวิญญาณความรักที่จะนำปฏิบัติอย่างเป็นธรรมชาติเพราะความรู้สึกอันเป็นธรรมชาติ มีความจริงใจอยู่ภายในรากฐานให้ผู้ที่มีโอกาสสัมผัสสามารถรู้สึกได้จากสัญชาตญาณ จึงเกิดความรักและศรัทธาจากใจจริง

            ธรรมชาติของมนุษย์ มีพลังภายในอันมหาศาล ดังนั้น ถ้ารู้จักศรัทธาและมีความสุขที่จะทำงาน ย่อมมีพลังในการสร้างสรรค์ปรากฏออกมา นับเป็นการช่วยประหยัดทุนในการจัดการได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนมีตัวอย่างจากของจริง ซึ่งขออนุญาตินำมากล่าวไว้เพื่อพิสูจน์ความจริง

            ระหว่างที่รับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์            ตนใช้เงินงบประมาณน้อยมาก แต่เสียงจากภายนอกปรารภว่า บัณฑิตซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในช่วงนั้น มีคุณภาพสูง แม้หลังเสร็จการสอบปีสุดท้าย โดยที่ยังไม่ทราบคะแนนการสอบครั้งสุดท้าย มีคนจากองค์กรต่างๆ มาสัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาจองตัวไว้เป็นการล่วงหน้า

            นอกจากนั้น ยังได้รับแรงศรัทธาจากบรรดานิสิตซึ่งสื่อถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังสานความเคารพรักและศรัทธาถึงพ่อแม่ซึ่งอยู่ทางบ้านอย่างกว้างขวางอีกด้วย สิ่งซึ่งบุคคลผู้บริหารได้รับก็คือความสุขทางใจซึ่งไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินหรือแลกด้วยวัตถุ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยให้ตนทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจ ให้กับการคิดริเริ่มสร้างงานใหม่ๆ โดยยกผลงานให้กับคนซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ มากกว่าเอาเป็นผลงานของตนเองคนเดียว

            การรับเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9ซึ่งเป็นการประชุมระดับโลกครั้งแรกของประเทศไทย มีการเตรียมงานล่วงหน้าเป็นเวลา 6 ปี มีผู้มาร่วมประชุมจากประเทศต่างๆกว่า 56 ประเทศ และมีผู้ร่วมงานประมาณ 3,000 คน ในฐานะที่ผู้เขียนเรื่องนี้ได้รับแรงศรัทธาจากคนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกทำให้ประเทศใหญ่ๆ ซึ่งเป็นคู่แข่งครั้งนี้อีก 4 ประเทศขอถอนตัวเพื่อประเทศไทย โดยไม่ต้องแข่งขัน

            นอกจากนั้น การจัดงานยังไม่ต้องเสนอของบประมาณจากรัฐบาลเลย ทั้งๆที่อาจต้องใช้เงินค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านบาท แต่ทุกสิ่งมาด้วยแรงศรัทธาบารมีซึ่งสั่งสมมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี อีกทั้งในการทำงานซึ่งต้องใช้คนจำนวนร่วม 1,000 คน ส่วนใหญ่รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสเข้ามาร่วมทำงานด้วย

            ส่วนผู้บริหาร ย่อมได้รับประโยชนยิ่งกว่าคุ้มค่า เนื่องจากมีโอกาสเรียนรู้สัจธรรมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ยังมีกรณีตัวอย่างเพื่อการศึกษาถึงความจริงอีกมาก แต่ไม่อาจนำมากล่าวไว้ได้หมด คงต้องรอหนังสือเกี่ยวกับ ประวัติชีวิตและผลงานของผู้เขียน ซึ่งบรรดาชนรุ่นหลังที่ให้ความเคารพและศรัทธาร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้สู่ชนรุ่นหลังซึ่งขณะนี้กำลังจัดรวบรวมทำกันอยู่

            ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในตอนแรกแล้วว่า การพัฒนาจริยธรรมและคุณธรรม หาใช่เป็นสิ่งซึ่งกระทำอย่างได้ผลถึงเป้าหมาย จากการให้บริการฝึกอบรมดังเช่นที่กระทำกันมาแล้วในเรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นด้านเทคโนโลยีไม่ แม้การสอนในหลักสูตร ซึ่งยิ่งมีผลทำให้ยึดติดรูปแบบหนักมากยิ่งขึ้น อันควรถือว่า มีผลทำลายคุณธรรมอย่างยิ่ง

            การสอนซึ่งน่าจะเข้าถึงรากฐานจิตใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าเป็นผู้ใหญ่คนไหนจะสอนเรื่องอะไรหรือไม่ก็ตาม ถ้าเป็นผู้ถือปฏิบัติจากสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ย่อมมีผลทำให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ทั้งนั้น ดังนั้นแม้มีบางองค์กรอาจมีหน่วยงานนี้โดยเฉพาะ แต่ควรทำหน้าที่ประสานงานให้คนจากทุกด้านได้รับการคัดเลือกอย่างอิสระ โดยไม่ถูกล้อมกรอบไว้ด้วยการแบ่งแยกหน่วยงาน รวมทั้งระบบอาวุโส หากคิดถึงคุณภาพเป็นพื้นฐาน

            อนึ่ง กลุ่มบุคคล ผู้เข้ามาทำหน้าที่คัดตัวบุคคล เพื่อให้บริการฝึกอบรม นับว่าเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุด เพราะควรได้รับการยอมรับนับถือจากคนทั่วไปว่า เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมอย่างชัดเจน กับอีกสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญมาก คือการคัดตัวบุคคลอย่างอิสระโดยไม่ยึดติดอยู่กับ กฎ ระเบียบ และกรอบขององค์กร รวมทั้งสาขา หากพบว่าเป็นคนมีคุณธรรมเป็นที่ยอมรับอย่างชัดเจน

            แทนที่จะนำเอาคุณงามความดีไปผูกติดไว้กับรูปวัตถุในระดับสูง ดังเช่นที่คนแต่ก่อนเคยกล่าวไว้ว่า ผู้ดีมีเงินซึ่งมาถึงสมัยนี้ น่าจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นผู้ดีน่าจะมีแนวโน้มเป็นคนไม่มีเงินมากกว่าเพราะไม่ติดอยู่กับความร่ำรวย มีแต่ให้สังคมจากความจริงใจ ดังนั้น ระบบเรี่ยรายเงินเพื่อช่วยสังคมจึงเป็นเรื่องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นอกจากนั้นยังมีผลสนับสนุนธุรกิจเพื่อชีวิตตนเอง ซึ่งคิดว่าการบริจาคเงินและสิ่งของ จะทำให้มีหน้ามีตา อีกทั้งอาจช่วยให้ตนได้รับเครื่องประดับร่างกายที่หรูหรา ตามกระแสค่านิยมแบบเก่า

            ในประเด็นนี้ ถ้ามองจากรากฐานที่อิสระ คำว่า ผู้ดีอาจมีเงินหรือไม่มีเงินก็ได้ ถ้ามีจิตใจงามพร้อม โดยที่สะท้อนภาพการนำปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของทุกคน ถ้าบุคคลลักษณะนี้มีโอกาสดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงเป็นส่วนใหญ่ สังคมจะเจริญก้าวไกลไปกว่านี้มาก

            บุคคลผู้ทำหน้าที่ในระบบการจัดการควรเป็นผู้ที่รู้ธรรมชาติของมนุษย์อย่างถึงรากฐานช่วยให้เข้าใจความจริงจากการแสดงออกของทุกคนบนพื้นฐานความหลากหลาย จึงมีทั้งความเมตตา ให้โอกาส ให้อภัยและให้กำลังใจ มีความสุขุมเยือกเย็น โดยเฉพาะเน้นการปฏิบัติซึ่งทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่า ควรถือเป็นแบบอย่างที่ควรเคารพรักและศรัทธา

            อีกสิ่งหนึ่งซึ่งน่าจะมีความสำคัญไม่น้อยกว่าเรื่องอื่นๆ ได้แก่ความรู้สึกดังกล่าว ไม่มีกรอบกำหนดว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ภายในความรับผิดชอบบนพื้นฐานองค์กรซึ่งตนทำงาน หากเกิดจากความรู้สึกของคนทั่วไปอย่างอิสระ

 

การดำรงชีวิตและปฏิบัติงานอย่างรู้เขารู้เราของผู้บริหาร

            ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับหัวกลับหาง สิ่งที่ควรจะเป็นด้านปลายกลับได้รับความสำคัญมากกว่าด้านหัว ผู้เขียนจึงรู้สึกว่า สังคมไทยคือสังคมที่นิยมปลายเหตุ เพราะคนส่วนใหญ่มองไม่เห็นความจริงซึ่งมีอยู่ในรากฐานตนเอง หากกลับมุ่งมองไปยังคนอื่นมากกว่าดังที่พบความจริงว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้น มักสะท้อนให้เห็นนิสัยมุ่งโทษคนอื่น

          ยิ่งนโยบายการบริหารงานด้านราชการ เราพบความจริงมานานแล้วว่า ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นจากการบริหารงานภายในระบบ ห้ามมิให้นำมาพูด โดยถือว่า คือการตำหนิตัวเอง หากเป็นเรื่องดีย่อมได้รับการการสนับสนุนให้พูด หลายครั้งหลายหน จนทำให้รู้สึกไม่ได้ว่าคือการชมตัวเอง

            อาทิเช่น สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งผู้นำรัฐบาลออกมาพูดว่า กำลังดีขึ้น ทั้งๆที่เป็นผลงานจากงานซึ่งฝ่ายตนเป็นผู้ปฏิบัติ ถ้ามีรากฐานจิตใจเปิดกว้าง ย่อมรู้ได้ว่า เรื่องนี้ควรให้ประชาชนเป็นผู้พูดมากกว่า ซึ่งคนในยุคก่อนนำมาพูดในเชิงเปรียบเทียบว่า ยกหางตัวเองหรืออีกนัยหนึ่ง หมาขี้ย่อมยกหางที่ผู้เขียนนำความตอนนี้มากล่าวโปรดอย่าคิดว่าเป็นคำหยาบคายหรือไม่สุภาพ ในเมื่อเรื่องใดก็ตาม ที่มีการพูดกันเป็นประเพณีนิยมมาแต่ดั้งเดิม จึงควรถือว่าคือวัฒนธรรมเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้วแต่อดีตมากกว่า

            ประเด็นนี้ ถ้าพนักงานจากบริษัทธุรกิจก็ดี ข้าราชการของรัฐก็ดี นำมาพูดตามตรง อาจถูกเพ่งเล็งลงโทษโดยฝ่ายบริหาร โดยกล่าวหาว่า ไม่มีมารยาท เพราะตำหนิหน่วยงานซึ่งตนเองสังกัดอยู่ สะท้อนให้เห็นว่า เราขาดนโยบายการมีใจเปิดกว้างมาเป็นเวลานาน ทำให้อีกด้านหนึ่งซึ่งมีนิสัยสร้างสรรค์เพราะแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา การถูกเพ่งเล็งลงโทษ หรือไม่ก็ถูกกระแสค่านิยมปิด รุมทำร้ายด้วยวิธีการต่างๆ แม้การถูกรุมกันเกลียดชัง นับเป็นการถูกทำร้ายในด้านจิตใจอย่างสำคัญ

            ประเด็นปัญหานี้ ถ้าไม่มีนิสัยมุทะลุ ย่อมสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังช่วยให้ตนได้รับประโยชน์มุ่งสู่แนวทางสร้างสรรค์ความคิดด้วย ดังเช่นที่ผู้ใหญ่ในยุคก่อนเคยพูดเตือนสติชนรุ่นหลังไว้ว่า ควรรู้ว่า สิ่งใดควรพูด สิ่งใดยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดก็อย่าพึ่งพูดหากควรเก็บไว้ในใจและรักษาให้มั่นคงอยู่

            โปรดอย่าพึ่งเข้าใจว่า ผู้เขียนคิดจะให้ทุกคนต้องฟังแล้วเชื่อผู้ใหญ่ด้านเดียวเท่านั้น เพราะเรื่องที่นำมาเขียนทั้งหมด ตนนำมาจากผลการปฏิบัติจริง สิ่งที่ได้รับการพิสูจน์ความจริงแล้ว สัจธรรมจึงชี้ไว้อย่างชัดเจนว่า การเรียนรู้ความจริงต้องได้รับข้อมูลจากการปฏิบัติจากความจริงใจ ซึ่งยังมีเงื่อนไขสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือ ต้องมีวิญญาณความรัก ที่มุ่งลงปฏิบัติคลุกคลีกับกลุ่มผู้ใช้ชีวิตอยู่ในระดับพื้นดิน และชนรุ่นหลัง

            ณ จุดนี้เอง น่าจะนำประเด็นสำคัญอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมากล่าวย้ำไว้ว่า การที่คนจะมีความรักและสามัคคีกันได้อย่างแนบแน่นมั่นคง ทั้งสองด้านจำเป็นต้องมีวิญญาณความรักอันถือเป็นรากฐานที่แท้จริงของแต่ละคน หยั่งลงถึงพื้นแล้วจึงเกิดความรักอันแนบสนิทถึงเนื้อเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากสิ่งนี้คือบ่อเกิดความจริงใจต่อกัน

            ทุกสิ่งที่มีความเป็นมาตามธรรมชาติ ความร้าวฉานระหว่างกันในอนาคตย่อมไม่เกิดขึ้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลุดไปก่อน โดยที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่อาจช่วยไว้ได้