ว่ากันว่าหนังสือการ์ตูนภาษาอังกฤษเรื่อง The Fountain ของสำนักพิมพ์ VERTIGO เป็นเสมือนหนัง The Fountain ฉบับ Director’s Cut
ลายเส้นเป็นฝีมือของ Kent Williams นักเขียนการ์ตูนมือรางวัลเจ้าของผลงาน Blood:A Tale , Destiny:A Chronicle of Deaths และ Havok and Wolverine:Meltdown
ผู้เขียนเรื่องคือ Darren Aronofsky ผู้กำกับมือรางวัลจากหนังเรื่อง ¶ และ Requiem of a Dream สำหรับนักดูหนังนอกกระแสจะรู้จักดี
การ์ตูนและหนังเป็นอิสระจากกัน การ์ตูนวางตลาดปี 2005 หนังออกฉายปี 2006
ฉากที่ 1 หนังสือการ์ตูนเปิดเรื่องในอเมริกาใต้ ปี ค.ศ.1535 โทมัสเป็นแม่ทัพสเปนนำกำลังพลบุกขึ้นปิรามิดของชนเผ่ามายาเพื่อตามหาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใครได้ดื่มกินจะมีชีวิตเป็นอมตะ โทมัสถูกชาวมายาฆ่าตายก่อนที่จะได้ลิ้มรสน้ำพุศักดิ์สิทธิ์นั้น
ฉากที่ 2 การ์ตูนตัดภาพมาที่เนบิวลาแห่งหนึ่งในปี ค.ศ.2463 คือประมาณเกือบ 1000 ปีจากฉากแรก โทมัสนั่งในท่าขัดสมาธิบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะตายในอาณาบริเวณหนึ่ง เขายังคงตามหาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์นั้น แต่ว่าแม้กระทั่งดาวฤกษ์ที่เคยสุกใสก็ยังต้องตาย นับประสาอะไรที่สรรพสิ่งอื่นจะรอดไปได้
ฉากที่ 3 เป็นเหตุการณ์ในปี ค.ศ. 1997 โทมัสและอิซซี่รักกัน “ผมจะอยู่กับคุณตลอดไป” โทมัสพูดประโยคที่ชายหนุ่มหลายพันล้านคนเคยพูด แต่ใครเล่าที่เคยรักษาสัญญานี้ได้ จะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้อย่างไรในเมื่อคนเราทุกคนต้องตาย
ฉากที่ 4 เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน ปี ค.ศ.2005 โทมัสกำลังเร่งงานวิจัยสารประกอบชนิดหนึ่งที่ได้มาจากกัวเตมาลา เขามุ่งมั่นจะสังเคราะห์ยาใหม่จากสารประกอบนี้ในเวลาชั่วข้ามคืนเพื่อนำมารักษาอิซซี่ที่กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง โทมัสละเมิดกฎเกณฑ์การวิจัยหลายข้อ เขาละทิ้งอิซซี่ไปทดสอบตัวยาในเวลาที่อิซซี่ต้องการเขา เขาคิดว่าหนทางที่จะได้อยู่กับอิซซี่ตลอดไปคือหายาวิเศษให้พบ ขณะที่หนังสือการ์ตูนเริ่มตั้งคำถามว่าหากเขาใช้เวลาอยู่กับอิซซี่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตของเธอ เช่นนี้หรือเปล่าที่เขาทั้งสองคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป
ในที่สุดอิซซี่ก็ตาย โทมัสพยายามยื้อชีวิตของเธอสุดความสามารถและเขาจะไม่ยอมแพ้แม้ว่าเธอตายแล้ว
“ความตายทุกหนแห่ง” โทมัสรำพึง “ฉันรู้แล้ว ฉันมีศัตรูตัวใหม่ ฉันจะหยุดมัน ฉันจะรักษามัน ฉันจะฆ่ามัน”
ศัตรูของโทมัสคือความตาย โทมัสตั้งใจที่จะหยุดความตาย รักษาความตาย และฆ่าความตาย เป็นความตั้งใจเดียวกันกับที่นายแพทย์นักวิจัยบางกลุ่มในปัจจุบันตั้งใจจะทำจริงๆ นั่นคือเห็นความตายเป็นโรคและศัตรูที่ต้องหยุด รักษา และทำลายให้ได้
“Death is a disease.Nothing more.A disease and I will find a cure” โทมัสพูดประโยคนี้ในหนังสือการ์ตูนหน้า 140 แปลว่า “ความตายเป็นโรคชนิดหนึ่ง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และผมจะหาวิธีรักษามัน”
เป็นทัศนะของการแพทย์แผนปัจจุบันที่แยกความตายออกจากชีวิต มองเห็นความตายเป็นศัตรูที่น่ารังเกียจ
เรียบเรียงใหม่จากบทความเรื่อง The Fountain ของ นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์