การมองภาพใหม่ (Reframing )
วันนี้ไปรับความรู้ใหม่จาก...ว่าที่ด็อกเตอร์จิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะสังคมศาสตร์มาให้ความรู้เกี่ยวกับครอบครัวบำบัด เพื่อเป็นแนวทางในการร่วมกับเพื่อนครูในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพราะสังคมไทยเราทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กในโรงเรียนมีมากมายหลายรูปแบบ คนที่เป็นครูก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา บางกรณีแก้ที่ตัวเด็กอย่างเดียวไม่ได้ พ่อแม่ ผู้ปกครองและคนในครอบครัวต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขด้วย ครอบครัวจึงจะก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง เพราะทุกคนในครอบครัวมีส่วนสำคัญที่จะสร้างให้คนในครอบครัวเป็นอย่างไร ผู้เขียนเคยเล่าเรื่องการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายผู้ปกครองในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาแล้ว และวันนี้ควรที่คนในครอบครัวควรที่จะหันมามองและช่วยกันแก้ไขไม่ใช่ปล่อยให้ครูดูแลช่วยเหลืออย่างเดียว เพราะคนที่อยู่ใกล้ชิดอยู่กับลูกมากที่สุดคงเป็นผู้ปกครอง ที่รู้นิสัยใจคอบุตรหลานตนเองได้ดีกว่าใคร
บางครั้งเราในฐานะครูความหวังดีอยากให้นักเรียนที่มีปัญหาได้รับการแก้ไข หากไม่เรียนรู้หรือศึกษาแนวทางวิธีการหรือเทคนิค การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอาจไม่เป็นผลหรือไม่สำเร็จได้ เพราะเวลาที่เด็กทำผิดครูมักตั้งคำถามว่า ทำไม..ทำไม..ทำไม.. เด็กที่ทำผิดต้องหาเหตุผลมาแก้ต่างให้พ้นผิด โทษโน่นโทษนี่ไปเรื่อยโดนไม่ได้มองตัวเอง
การมองภาพใหม่ (Reframing) เป็นเทคนิคที่ให้สมาชิกในครอบครัวหรือครูมองสมาชิกในครอบครัวหรือในโรงเรียนหรือปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพที่แตกต่างไปจากเดิม โดยให้สมาชิกเปลี่ยนความคิดใหม่ หรือมองในแง่มุมใหม่ ให้มีเหตุผลมากขึ้น ทำให้เข้าใจเหตุการณ์นั้นๆได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ลูกๆมักบ่นกับพ่อแม่หรือครูว่า " แม่หนูนะน่าเบื่อชอบเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของหนูเรื่อย " ครูหรือพ่อแม่ ควรที่จะเปลี่ยนความคิดหรือมองการกระทำของแม่เสียใหม่ว่า " เพราะแม่เขาเป็นห่วง เขาจึงคอยซักถามเรื่องส่วนตัวของลูกไงละ" หรือ บางคนภรรยาช่างพูดช่างบ่นจู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ เราก็มองภาพใหม่เสียว่า ถ้าไม่มีคุณภรรยาคนนี่บ้านก็คงไม่เป็นบ้าน รกรุงรังไปหมด และอีกหลายๆอย่างที่ควรเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ปลอบใจในทางที่ดีไว้ก่อน
นอกจากนี้พ่อแม่หรือคนในครอบครัวควรรู้บทบาทหน้าที่ของแต่ละคน รู้ว่าพ่อทำอะไร แม่ทำอะไร ลูกทำอะไร ไม่ใช่พ่อไปทางแม่ไปทาง ทิ้งแต่จดหมายหรือข้อความพร้อมเงินไว้ให้ลูกปัญหาก็จะตามมา แต่ถ้าทุกคนในครอบครัวร่วมกันสร้างกฏระเบียบด้วยกัน และเคารพกฎกติกา รักษากฎระเบียบทุกคน ตลอดจนทุกครอบครัวมีการอบรมสั่งสอนทั้งคุณธรรมจริยธรรมคนในครอบครัวให้มีจิตสาธารณะตั้งแต่เล็กไม่รอให้โตค่อยสอน ครอบครัวในสังคมก็จะมีแต่ครอบครัวที่ดี สังคมก็สงบสุข ดังนั้นครอบครัวที่ดีต้องร่วมมือ ร่วมใจ มุ่งมั่นกันสร้างความสุขให้กับคนในครอบครัวอย่างพอเพียง
เราดีไป เขาก็ให้ ดีตอบมา เราไปชอบ เขาก็ตอบ ชอบมาหา
เราร้ายไป ร้ายก็ล่อ ต่อร้ายมา ดีไปหา ต่อมาสู่ เป็นคู่กัน
ฝากให้ทุกคนที่มีครอบครัวช่วยกันสร้างครอบครัวที่ดีร่วมกันด้วยนะ
เป็นบทความที่ดีมาก
เราดีไป เขาก็ให้ ดีตอบมา เราไปชอบ เขาก็ตอบ ชอบมาหา
เราร้ายไป ร้ายก็ล่อ ต่อร้ายมา ดีไปหา ต่อมาสู่ เป็นคู่กัน
ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด
ใช่คำสอนที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั้นถูกต้องแล้วพวกเราคนไทยได้รับคำสอนนี้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ในหนังจีนถ้าเคยดูจะมีคำสอนว่าไงรู้ไหม บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ ก็เลยฆ่ากันไปฆ่ากันมาไม่จบสิ้นเสียที แต่ชาวพุทธเรามักอโหสิกรรมให้กันไม่อาฆาตมาดร้ายคิดเสียว่าเป็นเวรกรรมที่เราไปทำเขาก่อนชาติที่แล้ว มาชาตินี้เลยต้องใช้เวรกรรมเขา ความรู้สึกที่แค้นก็ลดไป