การเรียนการสอนในอดึต

เรื่องครูไทยสมัยโบราณ  (ตอนที่ 1)

            คุณตาคือคุณพ่อของครูดาซึ่งครูดาจะเรียกตามหลาน  ปัจจุบันคุณตาอายุ  87  ปี  บ้านเกิดเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรีก่อนที่จะมาตั้งรกรากที่เชียงใหม่  คุณตาเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรง  มีความจำดี  ชอบอ่านหนังสือ  เป็นคนชอบคิดวิเคราะห์  และชอบเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตให้คนอื่นฟังอยู่เสมอ (ตามประสาคนแก่ที่ชอบเล่าความหลัง)  ครูดาเห็นว่าเรื่องที่คุณตาเล่าบางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้  บางเรื่องเป็นการแสดงความคิดหรือมุมมองของคนในวัย 87  ปีซึ่งหาอ่านได้ยากแล้วในสมัยนี้  บางเรื่องเป็นเกร็ดความรู้ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณเป็นเรื่องเล่าจากคุณปู่  (คุณพ่อของคุณตา) ซึ่งถ้านับถึงปัจจุบันก็กว่าร้อยปี  ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูดาคิดว่าเป็นองค์ความรู้ที่อยากให้ครูหรือผู้สนใจได้อ่าน  อาจเกิดประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย  จึงขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของคุณตาเป็นตอน ๆ ไปนะคะ

            เรื่องแรกนี้เป็นประเด็นที่ครูดาอยากให้ท่านแสดงความคิดเห็นจึงตั้งชื่อหัวข้อให้ท่านเขียนบันทึกว่า  "การเรียนการสอนในอดีต"  คุณตาเลยเขียนเป็นบันทึกให้ครูดาอ่าน  ลองอ่านสำนวนนักเรียนป. 4 สมัยเมื่อประมาณ 80 ปีที่แล้วดูนะคะ (ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป. 4)

          เมื่อข้าพเจ้าเข้าโรงเรียนสมัยนั้นประมาณ 70 กว่าปีที่แล้วมา  เริ่มตั้งโรงเรียนขึ้นมาโรงเรียนแรกคือโรงเรียนประชาบาล  สมัยนั้นอาศัยศาลาวัดเรียนเป็นส่วนมากเพราะไม่มีเงินสร้างโรงเรียนเหมือนสมัยนี้ครูก็มีน้อย  คนหรือสองคนเท่านั้นแต่มีความสามารถสอนนักเรียนเป็นร้อยคน  เริ่มเรียนจะมีชั้นเตรียมหรืออนุบาลสมัยนี้  เมื่อสอนนักเรียนมีความรู้จึงจัดชั้นเรียนป.1 ป.2 เริ่มขึ้นไปเรื่อย  ตอนข้าพเจ้าเรียน  ครูคนเดียวสอนนักเรียนร่วมร้อย  วิธีสอนคือจัดตารางสอนเวลาเช้าจะไม่พ้นเลขคณิต  ทุกชั้นจะมีการสอนคือ  ให้นักเรียนทำเลข 5 ข้อแล้วมาส่งที่โต๊ะครู  บางชั้นก็คัดลายมือ  บางชั้นก็อ่านเอาเรื่องสลับกันไป  วันหนึ่งอย่างน้อยก็สองสามวิชา  จะสอนจนถึงวันโกน  คือวัน 7 ค่ำหรือวัน 14 ค่ำ  เพราะศาลาทางวัดจะทำบุญกัน

ไม่หยุดวันเสาร์อาทิตย์เหมือนสมัยนี้  พอถึงวัน 7 ค่ำหรือ14 ค่ำเรียนครึ่งวัน  พอ 11 น.เราจะมารวมกันคือสวดมนต์เสร็จแล้วก็กลับบ้านครึ่งวัน

          ส่วนการสอนมีการสอนภูมิศาสตร์  ประวัติศาสตร์  ธรรมจริยา  ให้เรียนการทำปูนขาวและอื่น ๆ ส่วนภูมิศาสตร์ให้รู้ว่าประเทศไทยมีแม่น้ำกี่สาย  อากาศมีกี่ฤดู  หน้าฝน  หน้าร้อน  หน้าหนาวคือเหมันต์  หรือฤดูหนาว  คิมหันต์ฤดูร้อน  วสันต์คือไม่ร้อนไม่หนาวคือปานกลาง 

สอนให้รู้ว่าเอเชียเรามีอินโดนีเชีย  สิงคโปร์  มาเลเซีย  พม่า  ลาว  เขมร  เวียตนาม  แต่ละประเทศมีพลเมืองเท่าไร  มีอาชีพทำอะไร  จะสอนให้เรารู้หมด

          สอนวิทยาศาสตร์ให้รู้น้ำขึ้นน้ำลงเพราะเหตุไร  เพราะความดึงดูดของดวงจันทร์  ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงอย่างไร  ต้นไม้มีประโยชน์อย่างไร  สอนให้เรารู้ว่าเวลากลางวันต้นไม้จะดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปทำให้อากาศเย็น  ส่วนกลางคืนจะคายอากาศเสียออกไม่ควรอยู่ใต้ต้นไม้หรือนอนใต้ต้นไม้เวลากลางคืน  ส่วนเมฆฝนเกิดจากดวงอาทิตย์มีพลังความร้อนเผาน้ำให้เป็นไอลอยในอากาศจับเป็นก้อนเมื่อมีน้ำหนักมากจะตกลงมา  ทำให้ป่าชุ่มชื่นต้นไม้ใบไม้จะรองรับน้ำฝนไว้ทำให้ป่าชุ่มชื้น  แล้วหยาดหยดลงมากลายเป็นลำธาร  และน้ำตก  ถ้าป่าไม่มีไม้ถูกทำลายหมด  ป่าจะแห้งแล้ง  ไม่มีอะไรรองรับน้ำฝนเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน  จะเกิดอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหายมากมายเหมือนทุกวันนี้  ส่วนการเรียนการสอนเหมือนดังที่ข้าพเจ้าได้อธิบายให้ทราบ  ส่วนนักเรียนเมื่อครูสั่งให้ทำเลข  คัดลายมือเสร็จ  ครูจะนั่งตรวจเลขและคัดลายมือ  ส่วนเลขจะทำเครื่องหมายถูกผิดให้  ส่วนคัดลายมือจะบอกว่าพอใช้  ยังไม่พอใช้  ดีหรือดีมาก  ตรวจเสร็จก็ให้เอาสมุดเลขกลับ  แล้วครูจะอธิบายบนกระดานดำ  บางคนตอบถูกแต่วิธีทำผิดครูจะอธิบายให้ฟัง  .......

บันทึกของคุณตายังไม่จบนะคะยังมีต่อตอนหน้า  เป็นยังไงคะอ่านแล้วพอจะมองเห็นภาพห้องเรียนสมัยโบราณไหม  มีความคิดเห็นอย่างไร  เชิญแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้นะ  จะอ่านให้คุณตาฟังด้วยคะ