พัฒนาทักษะปลูกคะน้าโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง (จบ)


คะน้าปลอดสารพิษ คู่มือการปลูกคะน้า

 

 

ช่วงคะน้ามีอายุได้ประมาณ 20 วัน จะต้องทำการแยกต้นที่อยู่ชิดกันมากเกินไป หรือต้นที่ที่ลีบ เล็ก มีขนาดไม่ได้มาตรฐานออกโดยให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10 เซนติเมตรเหมือนเป็นการตัดแต่งกิ่งไปในตัวครับ จะทำให้คะน้าไม่แออัดยัดเยียดมากเกินไป สามารถมีอาหารแบ่งกันกินอย่างพอเพียง ต้นที่แยกออกไปก็สามารถนำไปขายได้ในท้องตลาด และยังเป็นที่นิยมของผุ้บริโภคไม่แตกต่างกัน เพราะเป็นคะน้าอ่อนที่คนทั่วไปก็นิยมทานกันครับ

หลังจากแยกคะน้าเสร็จแล้วให้ทำการใส่ปุ๋ยอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2  ปุ๋ยที่ใช้ก็แนะนำให้ใช้ปุ๋ยผักทั่ว ๆ ไป ครับ เช่น 25-7-7, 20-11-11 หรือ 12-8-8  หรือหาสูตรที่ใกล้เคียงกัน โดยอัตราส่วนจะอยู่ที่ 2 : 1 : 1 หรือใครที่ชำนาญแล้วก็สามารถที่จะนำสูตรปุ๋ยสำหรับผักกินใบจากชมรมฯ ไปใส่ดูก็ได้นะครับ เพราะเป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารครบทุกตัว และที่สำคัญคือราคาประหยัดกว่าท้องตลาดอีกด้วยครับ (http://www.thaigreenagro.com/aticle.aspx?id=1431 )   ส่วนปุ๋ยน้ำสำหรับฉีดพ่นพืชผักกินใบก็ให้ใช้สูตรนี้นะครับ (http://www.thaigreenagro.com/aticle.aspx?id=1435 ) จะช่วยทำให้คะน้าเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง เพราะจัดสัดส่วนของธาตุอาหารอย่างครบถ้วน หลังจากนั้นเมื่อคะน้ามีอายุได้ 30 วันก็จะทำการแยกต้นอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้จะทำการแยกให้มีความห่างระหว่างต้นประมาณ 20 เซนติเมตร  แล้วทำการใส่ปุ๋ยเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่งจนถึงระยะการก็บเกี่ยว คะน้าที่แยกออกไปในวัยนี้เมื่อตัดรากออกก็สามารถขายเป็นคะน้ายอดได้  สรุปง่าย ๆ ว่าปลูกคะน้าแล้วเราสามารถที่จะมีรายได้จากการขายได้ถึง 3 ครั้งเลยนะครับ ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าทดลองสำหรับเกษตรกรสมัยใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างและยาวไกลนะครับ

สำหรับปัญหาในเรื่องโรคและแมลงนั้นในช่วงระยะที่คะน้าเริ่มงอกและเจริญเติบโตออกมาใหม่ ในช่วงนี้อาจจะต้องทำการฉีดพ่น สมุนไพรไล่แมลง ไทเกอร์เฮิร์บ (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=102 ) เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงรูป รส กลิ่น ของคะน้าให้แตกต่างออกไปจากเดิม จะช่วยลดการเข้าทำลายและวางไข่ของแม่ผีเสื้อกลางคืนและแมลงศัตรูของคะน้าลงไปได้บ้างไม่มากก็น้อยแต่ก็ถือว่าเป็นการดีในเชิงป้องกัน หรืออาจจะฉีดพ่นพร้อมกันไปทีเดียวเลยก็ได้เพื่อลดต้นทุนในการฉีดพ่นโดยแนะนำให้ฉีดพ่นพร้อมกับ แพล้นท์เซฟ MT (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=97)  และ ไพเรี่ยม (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=585 ) ฉีดพ่นทุก ๆ 7 วัน เพื่อเป็นการทำวัคซีนให้แก่คะน้าของเราตั้งแต่ยังเล็กๆ สามารถที่จะป้องกันได้ทั้งหนอนและเพลี้ยไฟ ไรแดง และแมลงอื่นๆ ที่จะเข้ามาทำลายได้อย่างกว้างขวาง         ก่อนฉีดพ่นทำการปรับสภาพน้ำด้วย ซิลิสิค แอซิด (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=95 ) เสียก่อน เพื่อเป็นการป้องกันการทำลายฤทธิ์ยาและช่วยให้สมุนไพรให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ในกรณีที่ทำการฉีดพ่นสมุนไพรเพื่อป้องกันและกำจัดเรียบร้อยแล้ว อาจจะมีไข่ของแม่ผีเสื้อบางส่วนที่หลงเหลือหรือเล็ดลอดอยู่ได้ทำให้มีหนอนออกมาระบาด ในช่วงนี้ แนะนำให้ใช้เชื้อ บีทีชีวภาพ (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=106) ซึ่งใช้เพียง 5 กรัมแล้วหมักตามสูตรที่มีรายละเอียดตามลิงค์ที่ให้ไว้ ซึ้งต้นทุนก็ไม่ได้แพงอะไรตกประมาณปี๊ปละ 3 -5 บาทเองขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้หมัก ทำการฉีดพ่นทุก 3 – 7 วัน ถ้ามีการระบาดมากก็ให้ใช้ 3 วัน และ 7 วันในสถานการณ์ปรกติหรือมีหนอนไม่มากเกินไป

ถ้าสภาพอากาศมีความชื้นสูง หรือฝนตกบ่อย ๆ และมีปัญหาเรื่องเชื้อรา ให้ใช้ ฟังก์กัสเคลียร์ (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=99) อัตรา 2 กรัม ร่วมกับ แซนโธไนท์ (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=101) 2 ซี.ซี. ฉีดพ่นเพื่อทำการล้างใบและทำลายสปอร์ของเชื้อราที่อาจจะติดปนเปื้อนอยู่บนใบ ทำให้ลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราโรคพืชลงไป และถ้ายังมีหลงเหลือตกค้าและเชื้อเริ่มงอกเจริญเติบโตออกมาทำลายคะน้าเราบ้าง ก็สามารถที่จะทำการฉีดพ่นสลับกับ บีเอสพลายแก้ว (http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=107) ซึ่งขั้นตอนการหมักและวิธีการใช้ก็เหมือนกับเชื้อ บีทีชีวภาพเลยครับ

บริเวณรอบแปลงเราควรทำการปลูกกระถินหรือชะอม เพื่อเป็นผักที่คอยบ่งบอกลักษณะของการระบาดของโรคไว้บ้างก็ดีนะครับ เพราะกระถินหรือชะอมนั้น ค่อนข้างที่จะ อ่อนไหว  (Sensitive) ต่อเรื่องของเพลี้ยไฟ ไรแดง หนอน และ โรคต่างๆ  ได้ดี ทำให้เมื่อเราพบว่ามีโรคหรือแมลงเข้ามารบกวนยอดอ่อนของกระถิน เราก็สามารถที่จะทำการฉีดพ่นแปลงคะน้าของเราได้ทันท่วงที

บริเวณรอบ ๆ แปลงควรใช้กาวเหลืองดักแมลงโดยติดให้รอบทิศ หรือจะใช้แสงไฟจากหลอด แบล็คไลท์ก็ได้ โดยให้หันหน้าออกไปนอกแปลง ซึ่งแมลงศัตรูพืชเมื่อเห็นแสงไฟ ก็จะไม่เข้าไปในแปลงคะน้า แมลงจากในแปลงเมื่อเห็นแสงไฟก็จะบินออกนอกแปลง และพยายามบินวนไป เวียนมา เล่นแสงไฟอยู่อย่างนั้น จนเหน็ดเหนื่อยและตกลงมา ถ้ามีบ่อน้ำที่เลี้ยงปลาอยู่แล้วก็จะเป็นการลดค่าอาหารปลาลงไป แต่ที่สำคัญคือมีปลาช่วยทำลายแมลงศัตรูพืชของคะน้าออกไปส่วนหนึ่งอย่างแน่นอน  แต่ถ้าไม่มีบ่อปลาเราก็สามารถที่จะนำกะละมังใส่น้ำผสมกับแชมพูสระผมหรือสารลดแรงตึงผิวต่าง ๆ นำมาตั้งไว้ใกล้กับหลอดนีออน เพื่อให้แมลงที่บินจนเหนื่อยตกลงไปแล้วปีกของเขาเปียกติดกับสารเปียกใบ ทำให้ไม่สามารถบินขึ้นมาใหม่ได้  นี่ก็เป็นอีกแนวทางที่จะช่วยลดจำนวนปริมาณของแมลงศัตรูพืชของคะน้าออกไป อย่างน้อยก็ทำให้เบาบางลงไปได้มากพอสมควร และช่วยให้การระบาดลดน้อยลง ทำให้การจัดการในเรื่องของการดูแลอย่างปลอดสารพิษก็มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งขึ้น

 

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

หมายเลขบันทึก: 205454เขียนเมื่อ 3 กันยายน 2008 22:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 ธันวาคม 2012 12:04 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ จะลองนำมาปรับใช้กับสวนผักที่กำลังปลูกอยู่ตอนนี้ คะน้าขึ้นมามี3-4ใบแล้ว แต่ดูเหมือนจะถูกแมลงกินเกือบหมดแล้ว อยากทำผักปลอดสารพิษ เลยยังไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ทำให้คิดหนักมากเลยว่าจะทำยังไงดีจึงจะกำจัดแมลงได้

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี