ดินแน่นแข็ง

 

สภาพพื้นดินของเกษตรกรที่มีสภาพเป็นดินดาน แน่นแข็ง น้ำไหลซึมผ่านได้ยาก จะทำให้พืชมีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ต้นแคระแกรน ใบเหลือง รากไม่สามารถออกไปหากินได้ไกล ๆ และทำให้พืชอ่อนแอต่อโรคและแมลงได้ง่าย และในการที่น้ำท่วมขังนาน ๆ อาจจะก่อให้เกิดปัญหารากของพืชขาดอากาศหายใจ และนำมาซึ่งสาเหตุที่ทำให้เชื้อราโรคพืชเข้ามาทำลาย ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องรากเน่าโคนเน่าอันเป็นสาเหตุที่ทำให้พืชผักไม้ผลของพี่น้องเกษตรกรเสียหายหรือตายได้

ในกรณีที่ดินของเราแน่นแข็งในเบื้องต้นอาจจะต้องแก้ไขด้วยการปรับปรุงสภาพดินให้มีโครงสร้างของดินที่ดีเสียก่อนโดยการเติมอินทรียวัตถุเพิ่มลงไปในดินให้เพียงพอเสียก่อน เช่น การใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกที่ได้จากธรรมชาติ  คือมูลสัตว์ที่ได้จากการเลี้ยงเป็ด ไก่ ห่าน ช้าง ม้า วัว ควาย ที่มีอยู่ในหมู่บ้านของเรา หรือถ้าจะซื้อ ก็ควรพิจารณาให้ดีเสียก่อนไม่ควรจะซื้อในราคาที่แพงมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เป็นการสิ้นเปลืองเงินทุนโดยใช่เหตุ เพราะปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ก็คือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ไม่จำเป็นจะต้องดีเลิศมากนักเหมือนกับที่เขาโฆษณาขายกันทั่วไปว่าปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพของเขามีเปอร์เซ็นต์ปุ๋ยสูงอย่างนั้น อย่างนี้ แต่จริง ๆ อาจจะนำปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกไปผสมกับปุ๋ยเคมีก็เป็นได้ ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นและเกษตรกรก็จะเป็นผู้แบกภาระ  แต่ถ้าเราใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกแบบธรรมดาสามัญทั่วไป แล้วนำปุ๋ยเคมี มาผสมเพิ่มเติมเพื่อให้พืชของเราได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ก็ใช้ได้เหมือนกันและเปอร์เซ็นต์ของปุ๋ยก็มากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ที่นำไปผสมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกแล้วนำไปผ่านกระบวนการปั้นแล้วนำมาผึ่งลมให้แห้ง ซึ่งเปอร์เซ็นต์ของปุ๋ยที่มีอยู่อาจจะสูญเสียไปในกระบวนการผลิตนี้ก็เป็นได้ แต่ราคายังคงสูงอยู่เหมือนเดิม เกษตรกรต้องพิจารณาให้รอบคอบ

ทำการตรวจวัดสภาพความเป็นกรดและด่างของดินอยู่เสมอ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพือจะได้ทำให้ดินของเราเป็นดินที่ตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ย คือใส่ปุ๋ยลงไปแล้วพืชสามารถที่จะนำไปใช้ได้ทันที มิใช่ว่าใส่ปุ๋ยลงไปแล้ว ถูกจับ ยึด ตรึงโดยดินที่มีสภาพเป็นกรดจัด หรือ ด่างจัด ทำให้พืชไม่สามารถที่จะกินปุ๋ยได้ ทำให้การเจริญเติบโตก็ช้าลงตามไปด้วย

แต่ถ้าเราต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยทำการระเบิดหน้าดินลงไปอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ เพื่อมิให้พืชของเราอ่อนแอเสี่ยงต่อการเกิดโรค และผลผลิตลดน้อย ถอยลง พี่น้องเกษตรกรก็สามารถที่จะใช้ สารละลายดินดาน ALS 29  30 -50 ซี.ซี.ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือราดรดรอบทรงพุ่ม  ก่อนใช้ควรทำการราดรดน้ำรอบทรงพุ่มให้เปียกชุ่มโชกเสียก่อน เพื่อให้ดินนั้นฉ่ำไปด้วย หลังจากนั้นจึงค่อยราดรด สารละลายดินดาน ALS 29 ตามอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้น้ำเป็นตัวนำสารลงไปให้ระเบิดดินดานชั้นล่างให้ลึกมากที่สุด หรือจะใช้หลังฝนตกใหม่ ๆ ก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง                                                       

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (www.thaigreenagro.com)