อยากให้ชมรมจัดการสอนสาธิตการทำอาหารเบาหวานประจำถิ่นของเราเอง อยากรู้ว่าอาหารประจำถิ่นของเรานี้พอใช้ได้กับพวกเราที่เป็นเบาหวานไหม?...

เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมากลุ่มผู้ป่วยเบาหวานของศูนย์สุขภาพชุมชนเขตเมือง โรงพยาบาลสระบุรี ได้เข้าร่วมประชุม เพื่อใช้ความพายายามอย่างยิ่งยวดที่จะก่อตั้งให้เป็นชมรม โดยมีทีมงานจากงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ กลุ่มงานเวชกรรมสังคมเป็นผู้ประสานงาน กระตุ้น  สนับสนุนและติดตามมาโดยตลอด  การรวมตัวกันในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้ว โดยมีความเป็นมาก่อนหน้านั้น คือ

ได้มีการนัดประชุมครั้งแรก โดยเลือกเชิญผู้รับบริการของศูนย์สุขภาพชุมชนบางท่านมาร่วมปรึกษาหารือ เมื่อวันที่  ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๘ มีสมาชิกประชุมเพียง ๑๓ ท่าน สมาชิกที่มาประชุมสรุปว่ามีสมาชิกน้อยไป ควรนัดประชุมคราวต่อไปและให้สมาชิกแต่ละท่านไปชักชวนเพื่อน ๆ มาร่วมประชุมให้มากขึ้น

ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๘ มีสมาชิกมาร่วมประชุม ๒๓ ท่าน สามารถเลือกประธาน และกรรมการกลุ่ม มีแนวคิดที่จะให้กลุ่มสามารถดำเนินกิจกรรมอยู่ได้ด้วยตนเองมากที่สุด ทีมงานเจ้าหน้าที่เพียงสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมเท่านั้น ในครั้งต่อไปนัดหมายจะมีการคุยเรื่องกิจกรรมที่จะดำเนินการต่อไป

การประชุมครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘ มีผู้เข้าร่วมประชุม  ๒๕ ท่าน ซึ่งสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายของกลุ่ม โดยเริ่มจากจากความต้องการของสมาชิกแต่ละท่าน เช่น ผู้ป่วยเบาหวานมีสุขภาพที่ดี สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ สามารถช่วยเหลือดูแลเพื่อน ๆ และผูป่วยเบาหวานอื่น ๆ ได้  สามารถขยายเครือข่ายหาสมาชิกเพิ่ม  มีความเป็นอยู่ดีขึ้น  จากนั้นช่วยกันรวบรวมเป็นเป้าหมายร่วมของกลุ่มหรือชมรม คือ เพื่อให้สมาชิกมีสุขภาพดี สามารถดูแลตนเองและผู้อื่นได้ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นต่าง ๆ ระหว่างสมาชิก  มีการเสนอคำขวัญประจำกลุ่มและท้ายที่สุดได้ลงมติว่าสมาชิกจะใช้คำขวัญเพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมว่า "อยู่อย่างเบาหวานที่มีความสุข" ท่านประธานกลุ่มได้ชักชวนสมาชิกตั้งชื่อให้กับกลุ่ม ซึ่งจะนำไปสู่ชื่อของชมรม มีการเสนอชื่อขึ้นมามากมาย ในที่สุดที่ประชุมได้เลือกใช้ชื่อชมรมว่า "หวานชื่นใจ"

หลังจากนั้นได้ร่วมกันคิดว่าชมรมควรจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง โดยสรุปสมาชิกเหนร่วมกันว่ากิจกรรมที่ชมรมจะจัดให้เกิดขึ้นควรประกอบด้วย

๑.ศึกษาดูงานจากชมรมอื่น ๆ

๒.แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ในการดูแลสุภาพตนเองของสมาชิก

๓.จัดเวทีสำหรับการให้ความรู้ใหม่ ๆ แก่สมาชิก

๔.กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

๕.กิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันโดยการนำของสมาชิกเอง

๖.แลกเปลี่ยนสาธิตเมนูอาหารเบาหวานโดยสมาชิกเอง

๗.ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชมรมและการหาสมาชิกใหม่

ที่ประชุมตกลงว่าจะจัดประชุมอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยในเดือนนี้นัดไว้วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๘  และกำหนดว่าจะมีการขึ้นทะเบียนสมาชิกชมรมอย่างเป็นทางการ มีการจัดการด้านทะเบียน จัดทำบัตรประจำตัวสมาชิก และจะจัดกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกันโดยการรำไทย(หนึ่งในกิจกรรมร่วมที่ได้กำหนดไว้)

แม้ว่าผมจะไม่สามารถอยู่ร่วมการประชุมในครั้งนั้นได้ตลอด แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้ร่วมพูดคุยอยู่ด้วยก็รู้สึกได้ว่าทีมงานพี่เลี้ยงมีความมุ่งมั่นในการกระตุ้นผลักดันให้เกิดการรวมตัว สร้างเป้าหมายร่วมกัน พยายามสนับสนุนให้มีการจัดการภายในกลุ่มด้วยตัวเอง และเมื่อติดตามสอบถามข้อสรุปที่ได้จากการประชุมดังที่ได้เขียนเล่ามานี้แล้ว ก็ต้องยอมรับและชื่นชมในความพยายามของทีมงานเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับความสนใจของสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมแล้วเชื่อว่าความพยายามนี้น่าจะสัมฤทธิ์ผลให้เห็นได้ชัดเจนในอนาคตอันใกล้ 

อย่างไรก็ตาม มีบางประเด็นที่คิดว่าทีมงานเองก็กำลังคิดอยู่ คือ ทำอย่างไรให้สมาชิกเกิดความรู้สึกและมุ่งมั่นตามเป้าหมายที่ได้ร่วมคิดไว้อย่างต่อเนื่อง  จะใช้กระบวนการอะไรให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นในพลังกลุ่มของตนเองว่าสามารถดำเนินกิจกรรมตามเป้าหมายได้ด้วยกลุ่มเอง ? และเมื่อมีสมาชิกใหม่ ๆ เข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น ถึงจุดใดจึงควรมีการทบทวนเป้าหมายและกรอบกิจกรรมของชมรม ?

คิดดูแล้วผมว่า หนึ่งในคำตอบน่าจะเป็นการทบทวนและรับรู้ผลงานของกลุ่มเองอาจเป็นปัจจัยที่จะกระตุ้นพลังของกลุ่มให้หมุนต่อไปได้  ...... นั่นย่อมแสดงว่ากลุ่มหรือชมรมคงต้องหาวิธีวัดความสำเร็จของพวกเขา และให้เวลากับการทบทวนตรวจสอบความสำเร็จเป็นระยะ ๆ

หนึ่งในคำตอบอาจเป็นการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชมรมอื่น ๆ ... วิธีที่เราชอบใช้อยู่เสมอ ๆ และใช้ได้ผลในการกระตุ้นความฮึกเหิมของทีมงานต่าง ๆ มามากต่อมาก แต่คงต้องไม่ลืมว่ากิจกรรมที่จัดแล้วดีในที่อื่น ๆ อาจไม่เหมาะในกลุ่มหรือชมรมของเรา สมาชิกชมรมจะต้องกลับมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพที่เป็นอยู่จริงของเรา เหมือนอย่างที่คุณป้าท่านหนึ่งที่เป็นสมาชิกได้เสนอไว้ในที่ประชุมว่า "อยากให้ชมรมจัดการสอนสาธิตการทำอาหารเบาหวานประจำถิ่นของเราเอง อยากรู้ว่าอาหารประจำถิ่นของเรานี้พอใช้ได้กับพวกเราที่เป็นเบาหวานไหม?...."

และอีกหลาย ๆ คำตอบที่ทีมงานต้องช่วยกันค้นหาร่วมกับสมาชิกชมรมต่อไป....

แม้ว่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก็ขอให้กำลังใจชมรมและทีมงานที่จะได้รวบรวมพลังให้เกิดก้าวหน้าในชมรม มีกิจกรรมที่ดี ๆ ต่อเนื่องยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและอาจเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยรายอื่น ๆ ในอนาคต