บทที่ 1 ในคัมภีร์เต้าเต๋อจิง ฉบับประยุกต์ใช้ ที่เรียบเรียงโดยท่านอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ มีข้อความดังต่อไปนี้:
"เต๋า" ที่ใช้ถ้อยคำภาษาบอกเล่าได้
มิใช่เต๋าอันเป็นอมตะ
"นาม" ที่ใช้ถ้อยคำภาษามาแสดงได้
ก็มิใช่นามอันอมตะ
"ไม่มี" คือนามที่เรียกขานระหว่างก่อนฟ้าดินอุบัติ
"มี" คือนามที่เรียกขานเมื่อสรรพสิ่งก่อกำเนิดแต่แรกเริ่ม
อยู่ในอาณาจักรเลิศล้ำมหัศจรรย์สุดหยั่งแห่งความว่างเปล่าเสมอ
สามารถสำรวจความลี้ลับแห่งการสร้างสรรค์ของสรรพสิ่ง
อยู่ในอาณาจักรที่มีวัตถุดำรงอยู่จริงเสมอ
สามารถสำรวจปั้นปลายแห่งวิถีธรรมชาติ
ทั้งสองประการนี้มีที่มารากเหง้าเดียวกัน แต่ขานนามต่างกัน
ทว่าต่างแฝงความหมายลึกซึ้งยาวไกล
การเสาะแสวงสืบค้นอย่างต่อเนื่อง จากลุ่มลึกสู่ความลุ่มลึกมากขึ้น
นั่นก็คือประตูสู่การรับรู้ความลี้ลับทั้งมวลในธรรมชาติ
ผม “ตีความ” เอาเองว่า “เต๋า” นั้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วย “ถ้อยคำและภาษา” และเนื่องจากถ้อยคำและภาษานั้นเป็นสิ่งที่มาจาก “ความคิด” เพราะฉะนั้นเต๋าก็ไม่สามารถ “เข้าถึง” ได้ด้วยความคิดเช่นกัน ความคิดหรือคำพูดที่ใช้อธิบายเต๋านั้นย่อมไม่ใช่เต๋าที่แท้จริง
เต๋า “น่าจะ” เข้าถึงได้เฉพาะในสภาวะที่ “ไร้ซึ่งความคิด” เท่านั้น ความคิดทำให้เราไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ในขณะที่ “เต๋า” นั้นแฝงตัวอยู่ในปัจจุบันขณะ ความคิดมักจะนำพาเราให้หลุดเข้าไปในอนาคตหรือวิ่งกลับเข้าไปในอดีต นี่คงเป็นเหตุที่ทำไมเราจึงไม่ได้พบสิ่งที่เรียกว่า “เต๋า”
แต่ในชั่วแว้บหนึ่งที่เราไร้ซึ่งความคิด มันคือช่วงขณะที่เราลืมอัตตาตัวตนของเราไป เราได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง เต๋าคือสภาวะของการเชื่อมโยงนี้ เป็นสภาวะที่เราก้าวข้ามความเป็นตัวตนของเราไป และนี่คือ “ประตูสู่ความลี้ลับทั้งมวล” ซึ่งเป็นชื่อของบทที่ 1 นี้
เรียนท่านอาจารย์
(พุทธในที่นี้ก็แค่ที่ท่านอาจารย์ขยายความนะขอรับไม่ใช่ทั้งหมด)
เรียนท่านอาจารย์ อีกครั้งครับ
การเสาะแสวงสืบค้นอย่างต่อเนื่อง จากลุ่มลึกสู่ความลุ่มลึกมากขึ้น นั่นก็คือประตูสู่การรับรู้ความลี้ลับทั้งมวลในธรรมชาติ...น่าจะเป็นคำอธิบายหนทางแห่งการถอนรากถอนโคนตัวตน เพื่อเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง เพื่อต่อยอด ...ชั่วแว้บหนึ่งที่เราไร้ซึ่งความคิด ...ให้อยู่เป็นปัจจุบันอย่างธรรมชาติ
ในความเห็นน้อยนิดของผม ผมว่า หลักการ connect to the source หรือ ที่ ก้นลึกของตัว U หรือ จิตว่างๆ สติมา ปัญญาเกิด ..... ก็เป็นเรื่องเดียวกัน
ที่จิตว่างมีสติกำกับนี้ เราเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง เพราะ เราเป็นสรรพสิ่ง สรรพสิ่งเป็นเรา ห้องสมุดแห่งภพชาติ ก็เปิดออก ความรู้ก็ ผุดโผล่ (emerge) ออกมา
ขออวยพร ขอให้ทุกคนได้ สามารถ เข้าสู่สภาวะนี้ นะครับ
ขอบคุณอาจารย์ขจิตสำหรับ link ของ web เต้าเต๋อซิ่นซี ผมเองก็ได้ไปร่วมรำมวยกับเขาที่สวนจตุจักรตอนเช้าวันเสาร์เหมือนกันครับ
เสริมคุณเด็กข้างบ้าน ว่า “พุทธจากอินเดียมาเจอเต๋าในจีน กลายเป็นเซนครับ"
ขอบคุณท่านอาจารย์วรภัทร์สำหรับการขยายความที่กระจ่างชัดครับ
มาอ่านและลงชื่อไว้ครับ
ข้าน้อยเป็นเต่าที่คลานดมกลิ่นเต๋าอยู่ครับ
ผู้รู้ไม่พูด ผู้พูดไม่รู้ ปรัชญาของเต๋า