การหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยาง
ดังที่ทราบแล้วว่าในน้ำยาง 100 ส่วนนั้น จะประกอบด้วยส่วนที่เป็นเนื้อยาง 25-45 ส่วน (เฉลี่ยประมาณ) และส่วนที่เป็นน้ำ 55 – 75 ส่วน (เฉลี่ยประมาณ 65 ส่วน) ฉะนั้นจะทราบได้อย่างไรว่า น้ำยางของเกษตรกรแต่ละคนที่กรีดได้ในแต่ละวัน จะมีเนื้อยางเท่าใด
คำตอบก็คือ ต้องหาปริมาณเนื้อยางแท้ในน้ำยาง
การหาปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยาง จะหาเป็นค่าของเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยาง โดยคิดเทียบจากน้ำยาง 100 ส่วนว่า จะมีเนื้อยางแห้งอยู่กี่ส่วน ซึ่งวิธีการหาสามารถกระทำได้หลายวิธี แต่ที่นิยมปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน มี 2 วิธี คือ
1) วิธีใช้เครื่องมือวัดความถ่วงจำเพาะ
2) วิธีชั่งน้ำหนักของยางตัวอย่าง หรือ วิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ
วิธีใช้เครื่องมือวัดความถ่วงจำเพาะ
เครื่องมือวัดความถ่วงจำเพาะของน้ำยาง เรียกว่า “เมโทรแลค” หรือ “ลาเทคโซมิเตอร์” เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดหาปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางโดยอาศัยค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำยาง มีส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนก้านและส่วนกระเปาะ ที่ก้านจะมีขีดกำหนดค่าเนื้อยางแห้งไว้ โดยจะมี 2 ระบบ คือ ระบบอังกฤษ ซึ่งจะบอกค่าเป็นปอนด์ / แกลลอน และระบบเมตริกซึ่งจะบอกค่าเป็นกรัมต่อลิตร โดยค่าปริมาณเนื้อยางแห้งต่ำจะอยู่ด้านล่างค่าสูงจะอยู่ด้านบน ซึ่งหมายความว่า เมโทรแลคจะจมลงไปในน้ำยางที่มีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งต่ำ ทั้งนี้เพราะยางที่มีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งสูงจะมีค่าความถ่วงจำเพาะต่ำกว่าน้ำยางที่มีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งต่ำ
การใช้เมโทรแลควัดหาปริมาณเนื้อยางแห้งยางแห้งในน้ำยางนั้น ส่วนใหญ่โรงงานแปรรูปยางจะใช้วัดหาค่าปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางที่ทางการโรงงานรวบรวมได้ เพื่อผลประโยชน์ในการคิดคำนวนน้ำและน้ำกรดที่จะผสมใส่ลงไปในน้ำยาง เพื่อให้ยางจับตัวกันอย่างสมบูรณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่โรงงานต้องการ ค่าปริมาณเนื้อยางแห้งที่วัดได้จึงไม่ถูกต้องนักเมื่อเทียบกับวิธีชั่งน้ำหนักยางตัวอย่างหรือวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการอย่างไรก็ตามการหาปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางโดยใช้เมโทรแลคนี้ทำได้ง่ายสะดวก รู้ผลทันที จึงมีคนนำมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายน้ำยาง ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งได้ และรับจ่ายเงินได้ทันทีที่มีการซื้อขาย
ขั้นตอนการหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยางโดยใช้เมโทรแลค
ก่อนใช้เมโทรแลคในการวัดหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง ต้องเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้วัดให้พร้อม ซึ่งได้แก่ เมโทรแลค กระบอกตวงสำหรับใส่น้ำยางเพื่อใช้วัดโดยเมโทรแลค ถาดหรือตะแกรงสำหรับรองกระบอกตวงเพื่อรับน้ำยางที่ล้นกระบอกตวงเมื่อใส่เมโทรแลค และน้ำสะอาด จากนั้นนำเมโทรแลค แช่ลงในกระบอกบรรจุน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่และลดแรงตึงผิว แล้วจึงใช้วัดค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งตามขั้นตอน ดังนี้
1. ตักตัวอย่างน้ำยางที่ต้องการวัด 1 ส่วน (ประมาณ 250 – 300 ซี.ซี.) ผสมกับน้ำสะอาด 2 ส่วน กวนให้เข้ากันดี แล้วเทใส่ในกระบอกตวงให้เต็มจนล้น
2. เป่าฟองอากาศที่ลอยอยู่บนผิวน้ำยางในกระบอกตวงออกให้หมดแล้วค่อย ๆ หย่อนเมโทรแลคลงไปในกระบอกตวง ปล่อยให้ลอยเป็นอิสระ
3. อ่านค่าที่ก้านของเมโทรแลค บริเวณที่ผิวน้ำยางตัดกับก้าน เมโทรแลค หลังจากที่เมโทรลอยตัวนิ่งแล้ว
4. นำค่าที่อ่านได้ไปคูณด้วย 3 ก็จะได้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยางตัวอย่างที่ใช้วัดออกมา
ตัวอย่าง
นายเก่ง นำน้ำยางที่กรีดได้จากสวนยางของตน มาวัดหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง โดยใช้เมโทรแลค ตามวิธีที่กล่าวแล้วข้างต้น ปรากฏว่าเมโทรแลคที่ใช้ระบบอังกฤษ อ่านค่าได้ 1 ½ และเมโทรแลคที่ใช้ระบบเมตริกอ่านค่าได้ 125 น้ำยางของนายเก่งมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางเท่าใด
วิธีคิด
เมโทรแลคระบบอังกฤษ
ค่าที่อ่านได้ ระหว่าง 1 กับ 1 ½ หรือ = 1.25
ปริมาณเนื้อยางแห้ง = 1.25 * 3
= 3.75
หมายความว่า
ในน้ำยาง 1 แกลลอน มีเนื้อยางแห้ง 3.75 ปอนด์ หรือ 37.5 %
เมโทรแลคระบบเมตริก
ค่าที่อ่านได้ = 125
ปริมาณเนื้อยางแห้ง = 125 * 3
= 375
หมายความว่า
ในน้ำยาง 1 ลิตร มีเนื้อยางแห้ง 375 กรัม หรือ 37.5 %
นั่นคือ น้ำยางของนายเก่ง มีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง 37.5% หรือ น้ำยางของนายเก่ง 100 กิโลกรัม ถ้าทำให้แห้งจะมีเนื้อยางอยู่ 37.5 กิโลกรัม
ข้อควรระวังในการใช้เมโทรแลค
เนื่องจากากรใช้เมโทรแลควัดหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยางนั้นจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน เพราะหากเกิดผิดพลาดขึ้น ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง อาจทำให้ค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งที่วัดได้ผิดพลาดมากกว่าที่ควรจะเป็น ข้อควรระวังในการใช้เมโทรแลค มีดังนี้
1. น้ำยางที่ใช้วัดต้องเป็นน้ำยางที่สด สะอาด ไม่มีสิ่งเจือปนใด ๆ ในน้ำยาง (ห้ามใส่สิ่งเจือปนใด ๆ ลงไปในน้ำยางเด็ดขาด)
2. ตักตัวอย่างน้ำยาง ให้ได้ตัวอย่างน้ำยางที่แท้จริง อย่าตักน้ำยางเฉพาะด้านบนหรือด้านล่างของถังหรือภาชนะใส่น้ำยาง ควรกวนน้ำยางให้เข้ากันดีก่อนตักตัวอย่างน้ำยางไปวัดหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง
3. ผสมน้ำสะอาดลงในตัวอย่างน้ำยางในอัตราส่วน 2 : 1 (น้ำสะอาด 2 ส่วน น้ำยาง 1 ส่วน) อย่างเคร่งครัด กวนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทใสกระบอกตวงให้เต็มจนล้น และไม่มีฟองอากาศ
4. น้ำสะอาดที่ใช้ผสมควรมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับน้ำยาง ไม่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป
5. ก่อนใช้เมโทรแลค ควรล้างเมโทรแลคให้สะอาด และแช่เมโทรแลคไว้ในน้ำสะอาด เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่และลดแรงตึงผิว
6. อ่านค่าเมื่อเมโทรแลคหยุดนิ่ง และอ่านตรงบริเวรที่ผิวน้ำยางตัดกับก้านเมโทรแลค
7. คูณเลขและจดเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งให้ถูกต้อง อย่าให้ผิด
วิธีชั่งน้ำหนักของยางตัวอย่าง หรือ วิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ
วิธีนี้เป็นวิธีวัดหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยใช้หลักความจริงในการดำเนินงาน คือ นำน้ำยางไปทำให้แห้งให้เหลือแต่เฉพาะเนื้อยาง แล้วนำไปชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบระหว่างน้ำยางก่อนที่จะนำไปทำให้แห้ง กับเนื้อยางที่แห้งแล้วว่าเป็นเท่าไร คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมาก็จะได้ค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยาง เช่น
น้ำยาง 100 กรัม นำไปทำเป็นยางแผ่นแล้วอบให้แห้ง จะได้ยางแผ่นหนัก 35 กรัม นั่นคือ น้ำยางนั้นมีค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง 35 %
อุปกรณ์ที่จำเป็น
1. ตู้อบตัวอย่างยาง
2. เครื่องชั่งละเอียด ทศนิยมอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง ชั่งน้ำหนักได้สูงสุดไม่เกิน 200 กรัม
3. จักรรีดยาง ขนาดเล็ก
4. ถ้วยพลาสติกใส่ตัวอย่างน้ำยาง
5. ถ้วยอลูมิเนียม ใส่ตัวอย่างยางเข้าตู้อบ
6. น้ำกรดอะซิติก ความเข้มข้น 2 %
7. น้ำกลั่นหรือน้ำสะอาด
ขั้นตอนการหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งโดยการชั่งน้ำหนักของยางตัวอย่างหรือวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ
การหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง โดยการชั่งน้ำหนักของยางตัวอย่างหรือวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ มีขั้นตอนดำเนินงาน 10 ขั้นตอนดังนี้
1. สุ่มตักตัวอย่างน้ำยางที่ต้องการหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง
2. ชั่งตัวอย่างน้ำยางในถ้วยพลาสติก ถ้วยละ 10 กรัม (ชั่งถ้วยพลาสติกก่อน ถ้าถ้วยพลาสติกหนัก 8.5 กรัม ก็ให้ใส่นำยางลงไป ชั่งเป็น 18.5 กรัม)
3. เติมน้ำกลั่นหรือน้ำสะอาดผสมลงในตัวอย่างน้ำยาง ประมาณ 20 ซี.ซี.
4. เติมน้ำกรดอะซีติก ความเข้มข้น 2% ลงไปอีกประมาณ 15 - 20 ซี.ซี. คนให้เข้ากัน
5. ตั้งทิ้งไว้ให้ยางจับตัวประมาณ 30 นาที
6. นำยางที่จับตัวสมบูรณ์แล้ว ไปรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ ความหนาไม่เกิน 2 มม.
7. ล้างแผ่นยางที่รีดจนบางได้ที่แล้วให้สะอาด
8. นำแผ่นยางที่ล้างสะอาดแล้ว ไปอบให้แห้งในตู้อบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ระยะเวลาอบ 16 ชั่วโมง
9. นำแผ่นยางที่อบแห้งแล้วออกจากตู้อบ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปชั่งน้ำหนัก พร้อมบันทึกน้ำยางแห้งไว้
10. คำนวณหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งจากสูตร
เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง = (น้ำหนักยางแห้ง×100)/น้ำหนักน้ำยางสด
ปริมาตรของยางที่มีความเข้มข้น 25 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 ลิตร มีน้ำหนักทั้งหมดเท่าไรครับ อยากรู้ด่วน
คุณเส็งครับ
หากจะเอาแบบคร่าวๆก็ใช้การคำนวณตามนี้ครับ
น้ำยางสดมีความหนาแน่นเท่ากับ 0.998 kg/L ครับ
ก้คูณเลยครับ 25x0.998 ก็จะได้น้ำหนักแบบคร่าวๆครับ
แต่หากจะเอาแบบชัวร์ๆก็ต้องใช้การชั่งเอาครับ
ความหนาแน่นของน้ำยางสด มีหน่วยเป็น g/L ครับ ไม่น่าจะไช่ kg/L นะ
ไม่ผิดครับ หน่วยเป็น kg/L หรือ g/mL ครับ
แต่ก็ขอบพระคุณที่ทวงติง บางครั้งผมก็เคย
พิมพ์ผิดเช่นกันครับ
หากจะเอาแบบคร่าวๆก็ใช้การคำนวณตามนี้ครับ
น้ำยางสดมีความหนาแน่นเท่ากับ 0.998 kg/L ครับ
ก้คูณเลยครับ 25x0.998 ก็จะได้น้ำหนักแบบคร่าวๆครับ
แต่ผมว่าค่า ถพ. ของน้ำยางน่าจะน้อยกว่านั้นนะครับ
น่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.975-0.980 นะครับ
คุณอนุวัตร์ เป็นผุ้เชี่ยวชาญเรื่องยางแน่ ๆ เลย
เลยเขียนบันทึกเกี่ยวกับยางทั้งนั้น
ขอบคุณครับ คุณ กอก้าน>>>ก้านกอ*:)*(แก๊งค์ก้านคอพับ)
ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ มากมายหรอกครับ
ก็แค่มีประสบการ์ณเกี่ยวกับเรื่องยางนะครับ
มีข้อมูลก็นำมาแจกจ่ายกัน อาจจะมีผิดบ้าง ถูกบ้าง
ส่วนที่ผิด ก็น้อมรับ คำติครับ ส่วนที่ถูกก็จะมีประโยชน์
ต่อผู้อ่านครับ
ตอบคุณ "น้องบอย" ครับ
ตัวเลขที่ผมบอก คือผมได้จากที่ทดลองครับ โดยผมนำน้ำยางสด
ที่ลูกค้าสวนยางมาขายที่โรงงาน ผมนำน้ำยางสด 1 mL
มาชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั่งที่มีความละเอียด 4 ตำแหน่ง
คืออ่านได้ 0.0001 g แล้วนำมาคิดเป็นค่าความหนาแน่นของน้ำยาง
คือทดลองแบบง่ายนะครับ ก็ได้ตัวเลข 0.998 g/mL ออกมา
ส่วนตัวเลขที่ น้องบอย มีคือ 0.975-0.980 นั้น
คงมาจากเอกสารทางวิชาการครับ ซึ่งเป็นค่าความหนาแน่นของน้ำยางสด
ที่ยังไม่ได้เติมสารเคมี เช่น แอมโมเนียน้ำ,ยาขาวหรือน้ำลงไป
ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ ก็เลยไม่ตรงกันครับ ผมก็เคยสงสัยเช่นกันครับ
ว่าทำไมไม่ตรงกัน แต่ก็สันนิษฐานว่าคงตามที่ผมกล่าวไปแล่วครับ
ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ที่ทวงติงมาครับ
ขอบคุณสำหรับรายละเอียดครับข้อมูลแน่นจังเลย
ศรีตรังคงพัฒนาไปอีกไกลถ้าให้คุณเอกเป็นนักวิจัย
อยากถามคุณเอกว่ามีความเป็นไปได้ไหมถ้าเราจะใช้ก๊าซ
Ozone ในการทำให้ Mg++ ในน้ำยางสดลดลง
แทนการใช้ DAP เนื่องจากคุณสมบัติของโอโซนสามารถ
ทำให้ธาตุพวกเหล็กต่างๆ ตกตะกอนได้ และอาจช่วยรักษา
สภาพน้ำยางได้เนื่องจาก เขาใช้ Ozone ในการค่าเชื้อต่างๆได้
อาจจะเป็นตัวช่วย ควบคุมค่า VFA.no. ได้ด้วย
คนมันอยากรู้นะครับ คือว่าไม่ได้เรียนมาทางด้านยาง
แต่เรียน จบ ไฟฟ้า
ขอขอบคุณ น้องบอย สำหรับความคิดเห็น
ใช้ Ozone ก็เป็นไปได้ครับ
แต่สารรักษาสภาพคุณภาพน้ำยาง ต้องมีขายในท้องตลาด
รวมทั้งราคาถูกด้วยนะครับ ถึงจะมีโรงงานใดโรงงานเลือกใช้
มีนักวิจัย ได้วิจัยคิดค้น สารรักษาสภาพน้ำยางออกมามากมาย
แต่พอหาชื้อในท้องตลาดทั่วไป(ผู้ผลิตหรือจำหน่าย)น้นหาชื้อยาก
และราคาแพง แม้จะมีประสิทธิดีกว่าสารเคมีที่ใช้อยู่ก็ตาม
หากหาชื้อยากและราคาสูง ก็ไม่มีโรงงานไหนใช้
งานวิจัยชิ้นนั้นก็ไร้ค่าในสายตาของผู้ผลิตน้ำยาง
กลายเป็นว่าวิจัยออกมาแต่ไม่มีใครใช้ ปัจจุบันมีแบบนี้เยอะครับ
สวัสดีครับคุณเอก
ผมอยากทราบว่าคุณเอกพอจะแนะนำตัวแทนหรือโรงงานที่รับซื้อน้ำยางสดที่สุราษฎร์บ้างไม่ครับ พอดีผมมีสวนยางนิดหน่อยที่อำเภอกิ่งวิภา สุราษฎร์
แต่ไม่อยากทำยางแผ่น หรือทำขี้ยางขาย เพราะติดปัญหาเรื่องน้ำ และการลักขโมยยางแผ่นที่ตากไว้ สวนข้างๆยกเค้าไปหมดหลายครั้งแล้วครับ
ให้คนกรีดยางนอนเฝ้า เขาก็บนกลัวโดนปล้นตอนกลางคืน ผมมาคิดดูกับเพื่อนๆถ้าขายน้ำยางสดก็น่าจะดีและสะดวก เพื่อนๆแนะนำให้ผมรับซื้อไปเลย
ตอนแรกจะซื้อน้ำยางสดขนไปทำแผ่น แต่ไปศึกษาดูแล้วโอกาศขาดทุนสูงมาก จึงอยากจะขายนำยางสดแทน แต่ยังหาตัวแทนหรือโรงงานที่รับซื้อน้ำยางสด
จึงอยากจะขอคำแนะนำด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ
ทวีศักดิ์
ผมขอแนะนำลองติดต่อ 2 บริษัทนี้ครับ ซึ่งแตะละบริษัทก็จะมีจุดรับซื้อย่อยอีก
ซึ่งอาจจะใกล้กับสวนยางของคุณทวีศักดิ์ ลองติดต่อก้บฝ่ายสรรหาวัตถุดิบ
ของโรงงานนะครับ
1. บริษัท ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี จำกัด(มหาชน) สาขาสุราษฎร์ธานี
68/2 ม.4 ถ.สุราษฎร์-พุนพิน ต.วัดประดู่ อ.เมือง 84000 เบอร์แฟกส์ (077)200524 เบอร์โทร(077)200521-3
2. บริษัท ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี จำกัด(มหาชน) สาขากาญจนดิษฐ์
๑๐๑/๑-๔ ม.๗ ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี โทร.๐๗๗-๒๐๐๕๒๒.
มีแต่โรงงานที่ต้องการน้ำยางสด ถ้าเราสามารถหาน้ำยาง
ได้ปริมาณมากๆ เราจะมีอำนาจในการต่อรองราคาได้ระดับหนึ่ง
และอีกอย่างโรงงานก็มีเกณฑ์ในการรับซื้อในเรื่องของ DRC
และ VFA.no. ซึ่งยังไงก็ต้องเข้าไปคุยรายละเอียดกับทางฝ่าย
สรรหาของบริษัทนั้นๆ ยังไงก็ลองบวก-ลบ ระยะทาง
กับราคา ของแต่ละโรงงานดูแล้วกัน
จะบอกให้ว่าโรงงานบางโรงมีเครื่องปั่นจำนวนมากยังหาน้ำยางมาป้อนให้
ปั่นไม่ทันเลย ฮิฮิ
ขอบคุณมากครับคุณเอก น้องบอย
อยากได้คำแนะนำ
1. การหา DRC ง่ายๆสำหรับจุดรับซื้อนำยางสดครับ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการรับซื้อครับ
2.ปริมาณแอมโมเนียที่ใช้เพื่อรักษาสภาพน้ำยาง
3.น้ำยางสดจากสวนใส่แอมโมเนีย เก็บรักษาได้กีวัน ส่งโรงงานนำยางข้นแล้วไม่เน่าเสีย
4.คำแนะนำดีๆและประสบการณ์คนที่ทำแล้วสำเร็จและล้มเหลว จะได้ไม่เจ็บตัวครับ
ขอบคุณมากๆๆครับสำหรับคำแนะนำดีๆ
ขอแนะนำเฉพาะที่แนะนำได้แล้วกัน
1.เรื่องการหาค่า DRC นั้นเรื่องการใช้แมโทรแลคนั้นคุณเอกได้อธิบายไว้แล้วตามไปดูได้เลย ส่วนอีกวิธีที่เห็นพวกพ่อค้าแถวบ้านทำเห็นใช้ไมโครเวพ อะครับ
คือน่าจะเป็นวิธีการคร่าวๆ คล้ายๆการทำ TSC ของห้อง Lab แต่ก็ไม่ได้สังเกตุว่าเขาชั่งน้ำยางสดกี่กรัม และเมื่อชั่งแห้งแล้ว เขาจะคูณจะหารอย่างไร จึงออกมาเป็นค่า DRC ให้กับชาวสวน แต่อย่างไรเขาก็ต้องทำให้เขา ชนะเปอร์เซนต์ชาวสวนอยู่แล้ว
2.เรื่องปริมาณแอมโมเนียที่ใช้ในการรักษาสภาพน้ำยางนั้นส่วนมากทางโรงงานจะให้กับลูกค้าน้ำยางสด ในปริมาณน้ำยางสด 1 ตัน / แอมโมเนียน้ำ 30 กก.+ ยาขาว 1 กก. ซึ่งจะใส่มาในแกลลอนเดียวกันเราก็ใส่ตามสัดส่วนที่เขาให้มานั่นและครับ การเติมควรจะแบ่งเติมนะครับ คือ 1 รองพื้น 2 เมื่อได้ปริมาณ 1/2 ของถัง 3 ก็เต็มถังแล้วคนให้เข้ากันให้ดี ออลืมบอกไปก่อนเติมเขย่าให้ยาขาวกับแอมโมเนียเข้ากันให้ดีเสียก่อน เพราะเมื่อทิ้งไว้นานๆ ยาขาวจะตกตะกอน
3 เรื่องการเก็บรักษาน้ำยางสดนั้นเน้นความสะอาดเป็นหลักครับควรกรองน้ำยางสดก่อนถ่ายลงถังด้วย หลังจากถ่ายน้ำยางออกจากถังทุกครั้งควรต้องล้างให้สะอาดและแห้ง และแนะนำให้ส่งทุกวัน แต่หากมีเหตุจำเป็นเช่นได้ปริมาณน้อยไม่เพียงพอที่จะส่งก็จำเป็นต้องมีการดองน้ำยาง 1 คืน ซึ่งจะมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่ยางจะ มีค่า VFA.no สูงเกินกว่าเกณฑ์ที่ทางโรงงานกำหนด ซึ่งส่วนมากพ่อค้าจะเพิ่มปริมาณแอมโมเนียที่เติมให้สูงขึ้น และส่วนมากจะไม่ค่อยเกินที่ทางโรงงานกำหนด(ประมาณ O.070) แต่ถ้าดองน้ำยาง 2 คืนมีแนวโน้มที่จะเกินได้สูง ซึ่งถ้าค่า VFA.no เกินทางโรงงานจะตัดราคา ตามสัดส่วน และหากไม่รับซื้อก็ได้
4 แนะนำยากนะครับข้อนี้ก็มีทั้งคนที่สำเร็จ และล้มเหลว เพราะมีหลายปัจจัยนะครับในธรกิจเกี่ยวยางพาราไทย แต่แนวโน้มแล้วธรุกิจน้ำยางสดนั้นน่าจะดีกว่ายางแผ่น เรื่องหลักของน้ำยางคือ ค่า DRC ส่วนเรื่องราคานั้นเราเป็นพ่อค้าควรจะมี Connection สัก 2 ที่เพื่อจะได้มีทางเลือกบ้าง
การทำธุรกิจสำคัญคือความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตัวเอง ลูกค้าน้ำยาง โรงงานหรือศูนย์รับซื้อ ค่อยๆทำไป แล้วประสบการณ์จะสอนท่านเอง
ปาดเจ้าของบล็อคแล้วโทษที ยังไงก็รอ"คุณเอก"เพิ่มเติม
เห็นด้วยกับ คุณ "น้องบอย" ครับ
ผมยินดีและดีใจอย่างยิ่งที่มีผู้มาแสดงความคิดเห็น
แนะนำ ความรู้และประสบการณ์ ยินดีต้อนรับคุณ น้องบอย เสมอครับ
ตามสบายเลยครับ บล็อคผม ก็เป็นบล็อคของทุกท่านเช่นกันครับ
ผมยังมีประสบการณ์เกี่ยวกับ การซื้อ-ขาย น้ำนางสด น้อยครับ
น้องบอย คงจะมีประสบการณ์มากกว่าผม ส่วนใหญ๋ข้อมูลที่ผมมี
จะเป็นในเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพ,การรักษาคุณภาพของน้ำยางมากกว่า
หากในด้านเทคนิค การดูแลการซื้อ-ขาย ก็ต้องขอคำแนะนำจาก น้องบอย ด้วยละกัน ผมขอเพิ่มเติมข้อมูลของน้องบอย นิดนะครับ
ในข้อ 1 ที่นน้องบอย กล่าวถึงคือ การทดสอบหาค่า TSC แบบเร็วครับ
เป็นวิธีลัดในการหาค่า DRC ของน้ำยางสดแบบหยาบๆครับ ความถูกต้อง
อาจจะอยู่ในช่วง 90-95% ครับ แต่หากทำไปสักระยะแล้วนำข้อมูลที่ทำมา
วิเคราะห์หาค่าความคลาดเคลื่อน ก็จะทำให้ได้ค่า DRC ที่ถูกต้องขึ้นครับ
คือในน้ำยางจะ ประกอบด้วย ของแข็ง ซึ่งรวมเนื่อยางและสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อยาง
เช่น ขี้แป้งที่ชาวสวนเรียกกันหรือตกตะกอนสิ่งสกปรก เป็นต้น และของเหลวหรือน้ำ หากเราหาปริมาณของแข็งในน้ำยาง คือ TSC ที่ว่านั้นแหละครับ
แล้วเรามีค่า ของแข็งที่ไม่ใช่เนื้อยางโดยทั่วไปจะเรียกว่าค่า NRC
แล้วนำ TSC-NRC ค่าที่ได้คือ ปริมาณเนื้อยาง(DRC)ครับ
ส่วนเรื่องการแพ้หรือชนะค่า DRC นั้นมีกันทุกคนครับ ไม่มีใครชนะตลอด หรือ
แพ้ตลอด โรงงานก็เช่นกันครับ อย่ากลัวเลยครับ
เหมือนที่ น้องบอยแนะนำนั่นแหละครับ "แล้วประสบการณ์จะสอนท่านเอง"
"คุณเอก" ครับมีโปรแกรมมาแนะนำ
เป็นโปรแกรม Latex สำหรับศูนย์ซื้อน้ำยาง
มีทั้งตัวที่ Download และ license ตาม Address ข้างล่าง
เผื่อเป็นประโยชน์กับท่านที่สนใจ
http://www.qsofttech.com/content/view/101/27/
ช่วงนี้ผมว่างมากนะครับ วิจัยฝุ่นอยู่นั่งหน้าจอวันละหลายชั่วโมง ไม่รู้ทำอะไร
ช่วงนี้เป็นชาวสวนอะครับ ตัดแต่งหญ้าสวนยาง- ใส่ปุ๋ย ที่บ้าน ขี้คร้านทำงานให้คนอื่นรวย
ไม่อยากให้คนที่บ้าน ต้อง ทำงานหนัก ช่วยงานที่บ้านดีกว่า ไม่มีเงินเดือน
เพราะทำงานมีเงินเดือน ก็ไม่เหลือเก็บ เพราะที่ผ่านมา ทั้งกิน ทั้งเที่ยว
ที่จริงผมก็ไม่ได้ มีประสบการณ์อะไรมากมายหรอกครับ ก็แค่เคยทำงานในโรงงาน
ผลิตน้ำยางข้นปีกว่า และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนหลายคน
จนถึงลูกค้าน้ำยาง ที่จริงผมก็อยากเปิดศูนย์ซื้อน้ำยางนะ แต่ว่า...........
อยากทราบว่าคุณบอยทำงานอยู่ที่เดียวกับคุณเอก รึปล่าว ที่ RBL หนะ เก่งทั้งคู่เลย
อยากสอบถามหน่อยคะ ว่าเราสามารถหาปริมาณ T/Z ในน้ำยางสดได้รึปล่าว เครียดมากเลย หาคำตอบไม่ได้
ยังไงก็ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
สามารถทดสอบหาปริมาณ T/Z ได้ทั้งในน้ำยางสดและน้ำยางข้นแล้วครับ
เป็นงานวิจัยที่อาจารย์ ดร.วิไลรัตน์ ชีวะเศรษฐธรรม
ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้วิจัยออกมา
สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://gotoknow.org/blog/aceru1/230194
ได้เลยครับ หากต้องการวิธีการก็ลองติดต่อสอบถามกับอาจารย์ดูนะครับ
ผมไม่ได้ทำงานที่เดียวกับคุณเอกหรอกครับ แต่คนที่ทำงานเกี่ยวกับโรงงานน้ำยางข้น ก็ต้องต้องมีความรู้พวกนี้อยู่แล้ว แล้วแต่ใครจะลึกซึ้งกว่ากันในรายของแต่ละความรับผิดชอบแต่ละหน้าที่และตำแหน่ง และยังมีคนอีกหลายคนที่รู้มากกว่าผม และคุณเอก แต่เขาอาจไม่ได้ใช้บล็อคนี้ เราก็แค่คนที่พอมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยางและใฝ่หาความรู้ไม่ให้มันหยุดนิ่ง
เรื่อง T/Z นั้นจริงๆโรงงานจะมีอัตราส่วนการใช้ ตั้งแต่จ่ายให้ลูกค้าน้ำยางสด เติมในบ่อพักน้ำยาง ก่อนที่จะจ่ายให้กับเครื่องปั่น และเมื่อจ่ายปั่นออกมาแล้วเป็นน้ำยางข้นก็จะมีการเติมเพื่อให้เหมาะสมกับน้ำยางข้นแต่ละชนิด ตั้ง low Ammonia , meduim Ammonia Hi Ammonia ขั้นตอนของโรงงานที่ผ่าน Iso ต้องสามารถสอบกลับผลิตพันธ์ได้ จึงต้องรู้ว่าเราเติมสารเคมีต่างๆ ปริมาณเท่าไรก่อนจะเป็น finish Product
ส่วนเรื่องอัตราการเติม T/Z ในน้ำยางสดนั้น ขออธิบายคร่าวๆแล้วกัน
เริ่มตั้งแต่การเตรียมสารเคมี TMTD/ZnO จะมีความเข้มข้น 25% จ่ายให้กับลูกค้าน้ำยางสด 1 กก. ต่อน้ำยางสด 1000 กก แสดงว่า ในน้ำยางสดจะมี T/Z=0.250 กก. ต่อน้ำยางสด 1000 กก. ซึ่งเทียบเป็นเปอร์เซนต์ = 0.025%
และอาจจะมีการเติมในบ่อพักน้ำยางก่อนที่จะจ่ายปั่นอีก
ปล. ตัวเลขต่างๆ นั้นเป็นแค่คร่าวๆ จากที่เคยทำงาน ส่วนเรื่องที่จะหาค่า T/Z จากตัวอย่างน้ำยางนั้นให้คุณเอกแนะนำดี กว่า่
รบกวนคุณเอกช่วยตรวจสอบความถูกต้องด้วย
Thank&best regard.
สวัสดีครับคุณเอก น้องบอย
ขอบคุณมากครับสำหรับแชร์ข้อมูลที่มีประโยนช์และประสบการณ์ที่ดีมากๆๆ สำหรับคนทั่วไปและมือใหม่อย่างผม คงจะได้แลกเปลี่ยนกันอย่างต่าเนื่องนะครับ
ผมว่าถ้าพวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ เมืองไทยของเราและบ้านเมืองของเราคงจะพัฒนาไปได้อีกไกลนะครับ อย่าไปหวังนักการเมืองขี้โกงบางคน
นักธุรกิจเห็นแก่ตัวบางกลุ่ม เราประชาชนต้องรวมตัวกันเองทำตามแนวพ่อหลวงท่านเศรษฐกิจพอเพียง น่าจะดีที่สุด
ขอโทษที่บนความอึดอัดใจออกมานะครับ
อยากจะทราบว่า
1. น้ำยางโดยทั่วไป มีเนื้อยางประมาณกี่ % ค่าต่ำสุด-สูงสุดด้วยนะครับ
2.ยางในช่วงเริ่มกรีดจะมี%เนื้อยางสูงหรือต่ำต่างกันหรือไม่ อย่างไร
3.ทราบได้อย่างไรบ้างถ้ามีแป้งหรือทิสซูผสมในน้ำยาง ถ้าเช็คค่า%เนื้อยางโดยไมโครเวฟ ผมไม่คิดว่ามีคนจะทำนะ
แต่เพื่อนแนะนำให้เรียนรู้เพื่อป้องกันไว้ก่อนครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับทุกคำแนะนำ