ทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบผม ครูเพ็ญต้องร้อยพวงมาลัยมะลิสดมากราบไหว้ ทำมา ๒ ปีเต็ม ผมอิ่มบุญที่ได้ช่วยครูท่านนี้ นึกย้อนหลังไปเมื่อสามปีที่แล้ว.....ผมรู้จักพี่คนหนึ่งบอกว่า เฮ้อมีครูเดือดร้อนมากคนหนึ่ง เขาจะลาออก พี่อยากให้น้องช่วยหน่อย นี่เบอร์โทรทำบุญกันหน่อย
ครูเพ็ญ...ไม่มีเงินเดือนเหลือหัก ครอบครัวมีภาวะวิกฤต สามีตกงาน หมดทางออกของชีวิต เงินเดือนที่มีต้องนำไปใช้หนี้นอกที่ค้างอยู่ ทั้งบัตรเครดิด รวมทั้งหนี้สหกรณ์ และยังต้องส่งลูกเรียนอาชีวะ..จนเงินเดือนไม่มีเหลือกิน..ถูก(......)ฟ้องเร่งรัดหนี้ทางกฏหมาย
ครูเพ็ญวันนั้น สภาพร่างกายผอมเกรงเพราะทำงานหนักทุกอย่าง บุคลิกเหมือนไม่ใช่ครู แววตาดูหมดหวังในชีวิต,,,,,"...ในโรงเรียนนี้ผมว่าต้องมีบางคนที่มีสภาพอย่างนี้ หรือยิ่งกว่านี้ .... ถ้าท่านอายกันละก็ โทรไปเล่าให้ผมฟัง...(และก็มี....)... ถ้าทุกคนพร้อมจะช่วยกัน รวมกลุ่มกันทำตามระบบของโครงการ....?.....ที่กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับผู้แทนครูและธนาคารออมสินกำหนด แต่สิ่งหนึ่งครูต้องมีวินัยทางการเงิน....และสมาชิกในกลุ่มต้องจริงใจต่อกัน "
ปัจจุบันครูเพ็ญ แม้จะยังต้องประคองตน แต่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ครอบครัวกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีสุข ไม่ต้องหลบเจ้าหนี้ จนทำให้มีกำลังใจทำผลงานทางวิชาการได้รับเงินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
ทำอย่างไรได้ วิถีชีวิตของครูไทย ถ้าไม่มีสมบัติติดตัวมาเป็นทุน..ก็ต้องสู้ไปจนเกษียณ....ศักดิ์ศรีของครูอยู่ที่ไหน... ขอครูอย่าได้ดูถูกกันเองเลย... อย่าเอาดอกเบี้ยกันเองแพงๆ โปรดอย่าหากำไรกับครูด้วยกันเองจนมากเกินไป...สงสารครูเถิด เพราะเงินเดือนที่ครูได้รับครูต้องเผื่อแผ่ไปถึงลูกศิษย์ในโรงเรียนด้วย
โครงการพัฒนาวิชาชีพครูอำเภอภาชี กล่ม๑ (เดินตามรอยเท้าพ่อเศรษฐกิจพอเพียง)
วันเลิกทาส ได้รับเงินปลดหนี้สินนอกระบบเดือนกันยายน 2549 จากธนาคารออมสินสาขาหัวรอ
ได้รับเงินปลดหนี้สินนอกระบบเดือนกันยายน 2549หลังจากนั้น 5 เดือน
24 กุมภาพันธ์ 2550 ศึกษาดูงานสวนมะลิกับลูกชายอยากทำอาชีพหารายได้เพิ่ม