ผมยังเล่าเรื่องของฟัจญรีนไม่จบนะครับ แต่บังเอิญมีเรื่องอื่นมาเขียนเสียก่อน เลยต้องเก็บเนื่องของฟัจญรีนไว้ เนื่องจากเรื่องนี้ต้องมีภาพประกอบ

วันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการลืมตาดูโลกของฟัจญรีน์ พยาบาลมาเตือนว่า ระหว่างตัวเหลือง ผมก็บอกว่า ไม่น่าจะตัวเหลืองนะครับเพราะกินนมเก่ง แถมกินนมแม่ตลอด (ยกเว้นตอนอยู่ตึกเด็ก) ต่างจากพี่ๆ ซึ่งหลังคลอดแม่ยังค่อยมีนม ต้องใช้นมกระป๋องแทน ปรากฏพยาบาลไม่ได้เตือนเปล่าๆ เอาตัวฟัจญรีนไปเจาะเลือดด้วย ซึ่งสังเกตว่ารอบหลังๆ พยาบาลจะไม่พยายามฉีดยาหรือเจาะเลือดในห้องพักของแม่แล้วครับ เนื่องจากมักจะหาเส้นเลือดไม่เจอ

ค่าที่ได้รอบแรกคือ มีความเหลืองอยู่ที่สิบสอง ซึ่งหากถึงสิบห้าก็จะต้องเข้าเตาอบครับ ปรากฏยังไม่ทันได้วัดรอบต่อมาเลยครับ หมอเข้ามาตรวจปั๊บก็สั่งเตาอบมาเลย แถมเป็นชนิดสองเครื่องมาเรียงกันเลย

สิ่งที่สังเกตเห็นอย่างหนึ่งคือ ฟัจญรีนกินนมน้อยมาก เอาแต่นอนเป็นส่วนใหญ่ ผมใช้วิธีการปลุกให้กินนมทุกๆ สองชั่วโมง แฮะแฮะ แม่เขาปลุกไม่ตื่นครับ ต้องวิธีการผม คือ จักจี้ไปที่สะเอวบ้างท้องบ้าง ฝ่าเท้าบ้าง ยกมาเขย่าบ้าง ตื่นมากินได้นิดเดียวกับหลับอีก

ตอนสองทุ่มโดนเจาะเลือดไปวัดอีกครั้ง คราวนี้อยู่ที่ 17.5 สูงมากครับ พยาบาลเลยขู่ว่า หากคืนนี้ไม่ลด จะต้องส่งไปอยู่ตึกเด็ก

จากที่เริ่มไม่ค่อยจะยอมกินนม เป็นขยันตื่นมากินมากขึ้นครับ แฮะแฮะ ไม่ต้องสงสัยครับ เพราะที่นอนมันร้อน ฟัจญรีนจึงร้องบ่อยขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ยี่สิบนาทีต่อครั้ง ที่ผมจะต้องเป็นคนยกฟัจญรีนจากแปลนอนไปให้แม่ป้อนนม สรุปคืนนั้นผมเกือบจะไม่ได้นอนเลยครับ ผมเริ่มลุกมาอุ้มไม่ไหวก็ตอนตีสี่ ผมหลับสนิทจนไม่ได้ยินเสียงร้องของฟัจญรีน หรือบางครั้งได้ยิน แต่พอลืมตามาดูก็เห็นยายของฟัจญรีนมาอุ้มไปให้แม่เรียบร้อยแล้ว สุดยอดความทรหดจริงๆ ครับ ปกติอย่างอิลฮามและเตาฟิก จะอยู่ที่สองชั่วโมงครั้ง แต่นี้ยี่สิบนาทีครั้ง

ผมเคยรับรู้มาก่อนหน้านี้ว่า ตัวเหลือเป็นภาวะที่เด็กทานนมน้อย ดังนั้นถึงแม้ฟัจญรีนจะอยู่ในเครื่องอบน้อย แต่หากกินนมมากขึ้นก็น่าจะช่วยได้ ดังนั้นเมื่อเธอไม่ยอมนอนในแปล แต่ยอมแลกด้วยการกินนม ผมก็ยังโอเคครับ

เช้าวันเสาร์ ค่าความเหลืองลดมาอยู่ที่สิบห้าครับ ยังต้องอบต่อครับ แต่ช่วงเย็นของวันนั้นเหลือแค่เครื่องอบเครื่องเดียว

ปกติเด็กที่เข้าเครื่องอบจะต้องปิดตา ซึ่งที่เห็นๆ มาจะนำผ้าก็อดมาปิด แต่ที่นี้เขาใช้ชุดปิดตาครับ ซึ่งผมว่า ไม่ค่อยจะดีเท่าไร เพราะหลายครั้งที่ผ้าขยับแล้วตาของฟัจญรีนก็เปิดออก

(แปลงร่าง ตอนนี้ฟัจญรีนแปลงร่างเป็นมดเอ๊กซ์เรียบร้อยแล้ว จะเข้าเครื่องอบแล้ว)

ส่วนเครื่องอบก็เป็นปัญหาสำหรับผมมากเหมือนกันครับ เดิมพยาบาลท่านหนึ่งเอาผ้าอ้อมมาคลุมให้ค่อนข้างมิด ปรากฏพอตอนเย็นพยาบาลอีกคนหนึ่งเข้ามา ก็ถามว่า ทำไมปิดแบบนี้มันมิดชิดเกินไป มันร้อนแล้วก็อุดอู้ด้วย เธอก็ปรับแต่งให้ใหม่

แต่พอเหลือเครื่องอบเพียงเครื่องเดียว พยาบาลก็ใช้ผ้าคลุมเฉพาะ ซึ่งนั่นแหละผมเพิ่งจะรู้ว่าระดับที่เหมาะสมน่าจะเป็นแบบนี้

(เข้าเครื่องอบเรียบร้อยแล้วครับ ภาพนี้เป็นเครื่องอบเครื่องเดียวครับ)

สังเกตว่าสีจะออกเป็นสีฟ้าๆ ครับ จริงตอนใช้สองเครื่องพร้อมกัน แหม่ ตาผมพร่าไปทั้งวันทั้งคืน

กลับมาบ้านฟัจญรีนยังไม่ค่อยจะยอมกินนมครับ นอนอย่างเดียว ปลุกมากินก็ไม่ยอมตื่น ซึ่งผมเริ่มเป็นกังวลมากขึ้น คิดอยู่ว่าจะต้องพาเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหรือเปล่า แถมมีอาการถ่ายทุกครั้งที่กินนม อันนี้แม่เขายิ่งเครียดครับ แต่ผมว่า น่าจะเป็นเรื่องปกติ เพราะอุจจาระของลูกยังมีเป็นสีเขียวเข้มอยู่ แสดงว่ายังขับของเสียออกไม่หมด แต่ถ้าอึเป็นสีเหลือง แล้วถ่ายบ่อยอันนี้แหละผมว่าน่าเครียดกว่า

 สุดท้ายต้องจบที่สูตรของแม่ผมครับ คือ เอาไปอาบน้ำให้บ่อย ฮิฮิ เจอน้ำเข้า ตื่นดีมากขึ้นครับ จนกระทั่งวันนี้ดูเหมือนว่าจะกินนมได้เป็นปกติของเด็กทั่วไป

(เตาฟิก หน่วยส่งกำลังใจให้น้องสาว)

การอาบน้ำฟัจญรีนเป็นหน้าที่ของย่าครับ โดยมีพี่ชายอย่างเตาฟิกสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ฮาฮาฮา

นี่เป็นภาพการอาบน้ำครั้งแรกของฟัจญรีนครับ ได้มาอาบน้ำครั้งแรกที่ก็บ้านแหละครับ ในขณะที่คนอื่นๆ อาบน้ำครั้งแรกที่โรงพยาบาล อันนี้ก็เนื่องจากต้องฉีดยาตลอดทั้งแปดวันที่อยู่โรงพยาบาลเลย