ระลึกถึง ค่ายศิลปะเบิกบาน คราใด ทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำอุรา

ปี 2549-50 ที่ผ่านมา ผู้เขียนโชคดีได้มีโอกาส ออกค่าย ศิลปะ เบิกบาน ร่วมกับคณะทำงานและองค์กรร่วมจัดงาน ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มเราเข้าใจ มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ โรงเรียนศิลปะแหลมคม กลุ่ม deo documentary เครือข่ายผู้ติดเชื้อแห่งประเทศไทย กลุ่มดินสอสี ศูนย์ศิลปะการละครเพื่อการพัฒนา โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี หน่วยโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ มข. กลุ่มเพื่อนศรีนครินทร์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้จัดออกค่ายศิลปะ เบิกบาน ขึ้น 3 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ให้เด็กได้รับความสนุกสนานเบิกบานจากการทำงานศิลปะ ได้ถ่ายทอดจินตนาการออกทางงานศิลปะ ตลอดจนเด็กได้รับการพัฒนาความสามารถด้านศิลปะ

ค่ายศิลปะ เบิกบาน ครั้งที่ 1 จัดที่สัตหีบ มีเด็กมาร่วมออกค่ายประมาณ 90 คน ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการเจอกันครั้งแรก เด็ก ๆ ยังไม่คุ้นเคย กันและทีมผู้จัดก็บางส่วนก็ยังไม่คุ้นเคยกันเท่าใดนักการบริหารจัดการทั้งในเด็กและทีมผู้จัดก็อาจต้องใช้เวลาในการประสานงาน ซึ่งศิลปะที่นำมาให้เด็กเรียนรู้หลักๆ ประกอบด้วย การวาดภาพ การทำศิลปะ paper marche การแสดงละครหุ่นจากเศษวัสดุเหลือใช้ โดยทุกคนจะได้เรียนรู้ทุกกิจกรรมเพื่อค้นหาว่าตนเองชอบกิจกรรมใด บางกิจกรรมที่เด็กไม่ชอบก็อาจมีเนือยๆไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วเด็กก็สนุกสนานได้เจอะเจอเพื่อนใหม่ สนุกสนานกับงานศิลปะ

ค่ายศิลปะ เบิกบาน ครั้งที่ 2 จัดที่ภูมิภาคของตัวเอง ทีมโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จัดที่ อาคารขวัญมอ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ครั้งนี้ให้เด็กเลือกทำงานศิลปะที่ตัวเองชอบโดยแบ่งงานศิลปะเป็นกลุ่มใหญ่คือ วาดภาพ ถ่ายรูป และถ่ายหนังสั้น เราเห็นเด็กแต่ละคนทำงานศิลปะที่ตัวเองชอบอย่างมีความสุข เด็กๆ หลายคนถ่ายทอดงานศิลปะที่ตัวเองชอบออกมาได้ดี การบริหารจัดการและจัดกิจกรรมนันทนาการก็สนุกสนานเพิ่มความคุ้นเคยในตัวเด็ก และในทีมผู้จัดเพราะคุ้นเคยร่วมงานกันเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นตลอด 2 วันของการออกค่ายจึงเป็นวันที่สบายๆ และผ่อนคลาย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ค่ายศิลปะ เบิกบาน ครั้งที่ 3 จัดที่ วังเทพ สระบุรี เป็นการรวมเด็กและทีมงานจากทุกภาค แต่ครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งแรกเด็กได้ทำงานร่วมกัน ได้เลือกทำงานศิลปะที่ตัวเองชอบ เด็กแต่ละคนมุ่งมั่นทำงานที่ตัวเองชอบ และวันสุดท้ายมีการแสดงงานศิลปะซึ่งหลักๆประกอบด้วย นิทรรศการภาพวาด ถ่ายภาพ ละคร ดนตรี ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานแต่เมื่อเห็นผลงานศิลปะของเด็ก ทีมผู้จัดหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เด็กๆก็ภาคภูมิใจที่มีผลงวานศิลปะมานำเสนอกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะคืนวันสุดท้ายทีมที่คิดรูปแบบงานจัดทำได้น่าประทับใจยิ่งนัก พร้อมทั้งค่ายนี้มีการร้องเพลง คนล่าฝัน ซึ่งก็เป็นเพลงประจำค่ายครั้งนี้ ซึ่งเพลงนี้ฟังทีไรรู้สึกสร้างขวัญและกำลังใจได้ดีแท้ เอาตัวเอย่างบางตอนมาฝาก

แสงตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า มีเวลาให้คนเราอีกมากมาย

พาชีวิตก้าวไปสู่ยังจุดหมาย ถึงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็น่าลอง

มองดูฟ้า ฝูงนกกาเที่ยวหากิน ไปยังถิ่นแดนไกลสุดสายตา

เหมือนย้ำเตือนว่าชีวิตล้วนเกิดมา แสวงหาต่อสู้และดิ้นรน

* โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน

แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ

งานออกค่ายศิลปะ เบิกบานผ่านมาเป็นปีแล้ว แต่เมื่อใดที่ระลึกถึงค่ายศิลปะ ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาเราก็ยิ้มด้วยความสุข สุขใจที่เห็นเด็กๆมีความสนุกสนาน เบิกบาน สุขใจที่ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการทำงานนี้

ส่วนตัวแล้วคิดอยู่เสมอว่าเส้นทางการทำงานกับเด็กติดเชื้อ และผู้ได้รับผลกระทบยังคงทอดยาวให้เราก้าวเดินเพื่อจับมือร่วมกันทำงานต่อไป