ตื่นแต่เช้าครับ เช้าวันที่ 12 ตุลาคม 2547 เปิดโทรทัศน์ดู UBC ช่อง HBO มีหนังฝรั่งเขียนบรรยายไทยครับ ลงไปทานอาหารเช้าของโรงแรม ต่อจากนั้นเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม มหาวิทยาลัยสวยงามดีครับ โอ่โถง
ทีแรกผู้จัดได้กำหนดให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อเตรียมนำเสนอโปสเตอร์ แนะนำหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้นักศึกษาเวียดนามฟังเป็นภาษาอังกฤษ แต่เอาเข้าจริงก็ได้บรรยายโปสเตอร์เป็นภาษาไทยครับ เพราะนักศึกษาที่มาฟังบรรยายเป็นนักศึกษาที่เรียนสาขาวิชาเอกภาษาอังกฤษ สาขาวิชาโทภาษาไทยครับ พูดไทยเก่งครับ หลังจากนั้นก็เดินชมรอบๆ มหาวิทยาลัย ครับ นักศึกษาหญิงจะแต่งชุดพื้นเมืองครับ “ชุดอ๋าวส่าย” “อ๋าว” แปลว่าเสื้อ “ส่าย” แปลว่า ยาวครับ หลายท่านคงจะเคยเห็นในโทรทัศน์บ้างแล้วนะครับ หลังจากนั้นก็ไปชมพิพิธภัณฑ์ และสุสานท่าน โฮจิมินท์ วีระบุรุษผู้กู้ชาติของชาวเวียดนาม ผู้ซึ่งชาวเวียดนามให้ความเคารพ ศรัทธาและนับถือเป็นอย่างมากครับ ทุกๆบ้าน/อาคารจะมีรูปท่านติดผนังไว้ครับ ผมจำชื่อจัตุรัสไม่ได้ แต่อาคารสุสานนั้นยิ่งใหญ่มากครับ ด้านหน้าเป็นลานกว้างๆครับ คล้ายจัตุรัสเทียนอันเหมินของจีนครับ ใกล้ๆนั้นก็จะมีทำเนียบรัฐบาล บ้านพักท่านโฮจิมินและของใช้ของท่าน และสถานที่สำคัญๆของรัฐบาล อาคานส่วนใหญ่จะเป็นทรงสไตล์ฝรั่งเศสครับ พวกเราเอาป้ายผ้าออกมากางเพื่อจะถ่ายรูปร่วมกันบริเวณสนามหญ้าหน้าสุสาน ตำรวจก็มาเป่านกหวีดไล่ เนื่องจากเขาห้าม เพราะ เกรงว่าจะเป็นการปลุกระดมเพื่อประท้วง และเขาเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงของชาติครับ (เราก็ยังดื้อถ่ายจนได้)
ในบ้านพักของท่านโฮจิมินอยู่หลังทำเนียบรัฐบาลครับ มีอุปกรณ์เครื่องใช้ รถยนต์ ห้องทำงานและหลุมหลบภัย จากนั้นเดินไปชมวัดเสาเดียวเป็นศาลาหลังเล็กๆ มีเสาเดียว ตั้งอยู่กลางสระน้ำ คาดว่าสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1000 เศษๆ ครับ มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ ส่วนในพิพิธภัณฑ์ของท่านโฮจิมิน มีของเยอะมากครับ และมีนิทรรศการบอกเล่าประวัติเรื่องราวของท่านและประเทศเวียดนามในยุคของการกอบกู้เอกราชครับ
จากนั้นเดินทางไปชมสระคืนดาบ เป็นบึงอยู่กลางเมืองครับ บึงนี้ใหญ่ดีครับ มีเกาะกลางมีสะพานสีแดงๆเชื่อมต่อ คนมข.เลยพูดกันเล่นๆว่า เป็นสระพลาสติก 2 และสะพานแดง (เพราะที่มข. มีสระพลาสติกและสะพานขาวครับ) มีตำนานเล่าซะยืดยาว เลยขี้เกียจจดบันทึก อยากทราบลองค้นหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมได้ครับ จากนั้นเดินเลือกซื้อของในตลาดครับ ราคาถูกแม่ค้าพูดไทยได้ครับ (คนไทยไปเที่ยวเยอะ) กลยุทธ์ในการซื้อของที่เวียดนามต้องให้แม่ค้าเป็นคนตื้อเราครับ หรือไม่ก็ต้องแสดงว่าเราอยากได้ต่อราคาแบบสุดๆเลยครับ จะได้ของถูก แต่เมื่อกลับมาที่รถห้ามถามกันว่าซื้อมาเท่าไหร่ครับ เพราะจะทำให้เพื่อนข้างๆ ที่ซื้อมาเหมือนกันแล้วแพงกว่าจะรู้สึกเสียใจ
จากนั้นกลับโรงแรมที่พัก แล้วก้ไปรับประทานอาหาร และไปชมละครหุ่นกระบอกน้ำ(Water Pubpet) ดูรอบ 2 ทุ่มครับ (แสดงชั่วโมงกว่าๆ ครับ) กลับถึงโรงแรม 3 ทุ่มกว่าๆครับ แล้วก็เกิดเหตุการณ์น่าระทึกขวัญเกิดขึ้น ที่โรงแรมครับ ไฟไหม้ที่โรงแรม อ่านต่อตอนต่อไปครับผม