วันนี้ได้มีโอกาสไปติดต่อประสานงานเพื่อการจัดการสมบัติเก่าๆ (ที่ไม่เป็นที่ต้องการอีกแล้ว) ที่ร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งย่านท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี ภายหลังทราบจากสติกเกอร์หน้ารถคันแก่ๆ ของทางร้านว่าชื่อร้านครเจริญค้าของเก่าเลยเดาว่าพื้นเพเดิมของคนรับซื้อของเก่าเจ้านี้น่าจะอยู่ที่ โคราช  ปรากฏว่าตอนที่เรา (ไปหลายคน) ไปติดต่อ เจ้าของร้านชายพาลูกไปซื้อนมที่ร้าน 7-11 เจ้าของร้านหญิงก็เลยกุลีกุจอเข้าไปโทรศัพท์ตามตัวให้

ขณะที่เรายืนรออยู่ภายใต้แสงแดดแผดเผานั้น ก็ได้พยายามสอดส่ายสายตาไปทั่วๆ บริเวณที่ถูกล้อมรั้วอย่างหยาบๆ ให้เป็นอาณาเขตของร้าน ด้านในสุดเป็นเพิงพักที่ปลูกสร้างอย่างง่ายๆ มีสิ่งของวางและแขวนระเกะระกะอยู่มากมาย แทบจะไม่มีที่ว่างให้เห็นเลย ส่วนบริเวณด้านหน้าทั้งหมดเป็นกองของเก่าบรรดามีที่รับซื้อมาขนาดเนินเขาย่อมๆ หลายเนินเรียงลดหลั่นกันเต็มบริเวณ มี เจ้าหน้าที่ คัดแยกและจัดหมวดหมู่ขยะกำลังทำงานของเขาอยู่อย่างขะมักเขม้น เท่าที่มองเห็นก็จะมี ขวดน้ำดื่มพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า หม้อหุงข้าว พัดลม กระติกน้ำร้อน เป็นต้น กระดาษ ส่วนของกระดาษนี้จะมีการคัดแยกละเอียดออกไปอีกเป็นกระดาษสี กระดาษขาวดำ กระดาษหนังสือพิมพ์ ฯลฯ เจ้าของร้านบอกว่ากระดาษแต่ละชนิดเหล่านี้นำกลับไปใช้ใหม่ได้ไม่เหมือนกัน การรับซื้อก็จะให้ราคาแตกต่างกัน  เช่นถ้าเป็นกระดาษขาวดำก็จะให้ราคาสูงหน่อย เพราะนำกลับไปแปรสภาพเป็นกระดาษชำระ (ทิชชู) ได้ นอกจากนี้ ก็จะมีพวกกระป๋อง ถัง กะละมังผุ ทั้งหลาย ฯลฯ

เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วทำให้หวนคิดถึงรายงานการวิจัยของ นพ. ดร.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และคณะ เรื่อง พลวัตสุขภาพกับการพึ่งตนเอง : การวิจัยเพื่อการพัฒนาระบบการพึ่งตนเองด้านสุขภาพในระดับครอบครัวและชุมชน เมื่อได้รับงานวัยเล่มนี้มา น่าจะประมาณ 2 ปีมาแล้ว เป็นฉบับที่มีความหนา 414 หน้ากระดาษ A4 จำได้ว่าตอนนั้นอ่านแบบวางไม่ลง จะอ่านแบบผ่านๆ ไปก็ไม่ได้ เพราะนอกเหนือจากความรู้เกี่ยวกับการพึ่งตนเองด้านสุขภาพของคนกลุ่มต่างๆ หลากหลายที่น่าสนใจอัดแน่นอยู่ในเล่มแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยอรรถรสที่ทำให้เกิดความเพลิดเพลินในการอ่าน และ อิน ไปกับกลุ่มคนในชุมชนต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในงานวิจัยนั้นด้วย - มีบทหนึ่งกล่าวถึง "ชุมชนเก็บขยะ: คนชายขอบผู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมือง" ความช่วงหนึ่งว่า ...ชาวชุมชนมีรูปแบบของการแปรทรัพยากรที่ไร้ค่าของเมืองมาเป็นทรัพยากรที่มีค่า มีราคา เพื่อการอยู่รอดในสังคมเมืองของพวกเขา ...อาชีพนี้จึงได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นการลดปัญหาขยะที่เกิดจากเมืองใหญ่ อันเป็นปัญหาที่เมืองทั่วไปเผชิญอยู่ ...เป็นการทำงานในส่วนที่คนเมืองไม่อยากทำ โดยการกำจัด "ส่วนเหลือจากการบริโภคของเมือง" ทำให้เมืองต่างๆ อยู่ได้ และกลายเป็นเมืองน่าอยู่ที่ไม่มีขยะล้นเมือง ส่วนหนึ่งก็เพราะคนขายของเก่าและเหล่าซาเล้ง ... นั่นเอง

สิ่งที่มองเห็นกองอยู่ตรงหน้าขณะนี้เองที่เรียกว่า "ส่วนเหลือจากการบริโภคของเมือง" ซึ่งอีกไม่นานจากนี้ เราก็จะเป็นอีกกลุ่มคนหนึ่งที่จะมาช่วยเพิ่มปริมาณของมันให้มากขึ้น เคยเดินผ่านบางมุมของสำนักงานหลายแห่ง ซึ่งเป็นที่เก็บสมบัติเก่า อันได้แก่ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบทั้งหลาย เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นโบราณ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บของ กระดาษ/เอกสาร ฯลฯ ที่ไม่ต้องการใช้แล้ว กองทับถมกันอยู่อย่างไร้ระเบียบ แล้วก็นึกถึงที่พักของตนเองที่ยังมีส่วนเหลือและส่วนเกินจากการบริโภคอยู่อีกมากที่จะต้องกำจัดออกไปให้เป็นภาระของ "นักจัดการขยะมืออาชีพ" เพื่อให้เกิดความโล่งสบายขึ้นสำหรับการบริโภคสิ่งใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ ... ตราบเท่าที่การดำรงชีวิตอยู่ ยังห่างไกลจากคำว่า "พอเพียง"

ปลาทู

23 มีนาคม 2549