ชื่อเรื่อง รายงานผลการพัฒนากระบวนการคิดและการแก้ปัญหาโดยใช้เกมการศึกษาสำหรับ
เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 5 ปี)
ผู้รายงาน จำนงค์ ทองระย้า
สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี)
บทคัดย่อ
จุดมุ่งหมาย
การรายผลการพัฒนากระบวนการคิดและการแก้ปัญหาโดยใช้เกมการศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 5 ปี) มีวัตถุประสงค์เพื่อ ตรวจสอบคุณภาพ ประสิทธิภาพ และทดลองใช้เกมการศึกษาเกมการศึกษาที่ใช้ในการพัฒนากระบวนการคิดและการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี)
วิธีดำเนินการ
กลุ่มทดลองที่ในการพัฒนาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 5 ปี)
โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลนครพิษณุโลก ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2550 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาได้แก่ 1. เกมการศึกษาพัฒนา
กระบวนการคิดและการแก้ปัญหา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 5 ปี)
2. แผนการจัดประสบการณ์ประกอบการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาพัฒนากระบวนการคิดและการแก้ปัญหาสำหรับเด็กปฐมวัย 3. แบบวัดพัฒนาการทางด้านกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา 4. แบบสังเกตพฤติกรรมเด็ก 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย
ด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และด้านสติปัญญา การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่า IOC ประเมินความเหมาะสมของเกมการศึกษา ค่า t-test เปรียบเทียบพัฒนาการด้านกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาก่อนและหลังการจัดกิจกรรมโดยใช้เกมการศึกษา ค่า E1 /E2 ตรวจสอบประสิทธิภาพของเกมการศึกษา ค่าเฉลี่ย ตรวจสอบพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
ผลการศึกษา
1. ผลการพิจารณาความเหมาะสมของของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อแบบวัดกระบวนการคิด
กับจุดประสงค์การเรียนรู้ของเกมการศึกษาที่ใช้ในการพัฒนากระบวนการคิดและการแก้ปัญหา
ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี) พบว่า ค่า IOC มีค่าระหว่าง 0.60-1.00 และมีค่า เฉลี่ย 0.82 - 0.96
2. การประเมินความเหมาะสมสอดคล้องของเกมการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการคิด
และการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี) ในภาพรวม
มีความเหมาะสมในระดับมาก
3. ประสิทธิภาพของเกมการศึกษาพัฒนากระบวนการคิดและการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย
ชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 5 ปี) คือ 83.54/86.25
4. การเปรียบเทียบพัฒนาการด้านกระบวนการคิดและการแก้ปัญหา สำหรับเด็กปฐมวัย
ชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 5 ปี) ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา ด้วย t – test กำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ 95 % พบว่า ค่า t = 57.25 Sig. (2-tailed) = .00 แสดงว่าผลการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5. การประเมินพฤติกรรมระหว่างการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา ส่งเสริมพัฒนาการ
ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ในภาพรวมอยู่ในระดับดี มีคะแนนเฉลี่ย 2.33 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านสติปัญญา มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมาก รองลงมาด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม อยู่ในระดับดี
ดีมากๆ
very good
จะลองดูมั่งค่ะ
เป็นผลงานที่ดี จะนำไปทดลองใช้
น่าสนใจมาก ขอบคุณค่ะ
อยากให้ช่วยลงวิธีทำเกมเพื่อจะได้ศึกษา
เกมการศึกษาเป็นเกมที่น่าสนใจนะคะ
เป็นผลงานที่ดีมากครับ
ความสามารถในการแก้ปัญกาของเด็กปฐมวัย
ดีค่ะ แต่อยากได้วิจัยของอนุบาล 1 บ้าง