ผู้ใหญ่ในที่นี่ ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านนะครับ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เมื่อกล่าวถึงนามท่านแล้ว หลายคนจะรู้จัก และที่จะกล่าวต่อไป ท่่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดน่านมาก่อน
ท่านธนะพงษ์ จักกะพาก เคยมาำดำรงตำแหน่ง ผวจ.น่าน เป็นเวลา 4 ปี ต.ค.2541 - ก.ย.2545 ระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง ในห้วงเวลนั้นประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจรุนแรง IMF ท่านใช้หลักเมตตา ปรองดอง ท่านมีฝักใฝ่ในธรรมะอย่างยิ่ง พระมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีเมือง ท่านเป็นประธานจัดสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาส 72 พรรษา เด่นตระหง่านอยู่บนดอยวัดพระธาตุเขาน้อย
ที่สำคัญแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการ ท่านธนะพงษ์ฯ ไปมาหาสู่จังหวัดน่านทุกปี นำกฐินมาทอดที่วัดพญาวัด เพราะร่วมสร้างวิหารร่วมกับท่านเจ้ายุทธ ( มรณภาพไปก่อนหน้า ) ขณะนี้วิหารหลังนี้ยังสร้างไม่เสร็จ แน่นอนการสร้างวิหารฯ ขาดแก่นหลักจากไปอีกหนึ่ง
ท่านธนะพงษ์ จากไปอย่างสงบเมื่อวานนี้ พี่ ๆ เพื่อนผองส่งข่าวการจากไปของท่านให้ทราบทางโทรศัพท์ ว่า วันนี้มีการรดน้ำศพท่านที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพมหานคร ด้วยความเคารพรักและคิดถึง ขอเขียนข้อความมารำลึกถึง กรรมดีที่ท่านให้สร้างห้วงดำรงชีวิตอยู่ ให้เป็นธรรมส่งทาง หนุนนำให้ด้วยวิญญาณท่านธนะพงษ์ฯ สู่สุขคติสถิตสรวงสรรค์ด้วยเทอญ.
๒๐ ก.พ.๒๔๘๕ เป็นวันเกิด คุณพ่อท่านเป็นปลัดกระทรวง เป็นบุตรคนโตในจำนวน ๕ คน ภรรยาถึงแก่กรรม มีบุตรชาย ๓ คน อดีต ผวจ.น่าน
ทำงาน พ.ศ.๒๕๐๙ ไปเป็นนายอำเภอ พ.ศ.๒๕๒๐ และ พ.ศ.๒๕๓๒ ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ.๒๕๓๔ รอง นครศรีธรรมราช และ ชลบุรี เป็นผวจ.น่าน พ.ศ.๒๕๔๑ - ๒๕๔๕ เป็นเวลา ๔ ปีเกษียณอายุราชการ
ผ่านไป 10 ปีแล้วไวจริงๆครับอาจารย์ ผมยังคิดถึงคุณพ่ออยู่เลยครับ ผมจำกิจกรรมของคุณพ่อได้ เวลาว่างจากราชการคุณพ่อชอบออกไปตรวจท้องที่ ไปหาชาวบ้านโดยขับรถไปด้วยตนเอง(หลายครั้งที่ผมไปด้วย) ผมถามคุณพ่อว่าทำไมไม่เอาลูกน้องไปด้วย(บางพื้นที่ก็อันตราย) คุณพ่อสอนผมว่า "ถ้าเอาคนไปเยอะเราก็จะไม่ได้เห็นวิถีชาวบ้านจริงๆ เราจะไม่ได้ไกล้ชิดชาวบ้าน ไม่ได้คุยปัญหากันแบบตรงๆ เอาพรรคพวกไปเยอะ ชาวบ้านก็เหนื่อยมาต้อนรับเราอีก ไปแบบนี้ดีแล้วลูก"...จากความทรงจำลูกคนที่สองครับ
ผ่านไป 10 ปีแล้วไวจริงๆครับอาจารย์ ผมยังคิดถึงคุณพ่ออยู่เลยครับ ผมจำกิจกรรมของคุณพ่อได้ เวลาว่างจากราชการคุณพ่อชอบออกไปตรวจท้องที่ ไปหาชาวบ้านโดยขับรถไปด้วยตนเอง(หลายครั้งที่ผมไปด้วย) ผมถามคุณพ่อว่าทำไมไม่เอาลูกน้องไปด้วย(บางพื้นที่ก็อันตราย) คุณพ่อสอนผมว่า "ถ้าเอาคนไปเยอะเราก็จะไม่ได้เห็นวิถีชาวบ้านจริงๆ เราจะไม่ได้ไกล้ชิดชาวบ้าน ไม่ได้คุยปัญหากันแบบตรงๆ เอาพรรคพวกไปเยอะ ชาวบ้านก็เหนื่อยมาต้อนรับเราอีก ไปแบบนี้ดีแล้วลูก"...จากความทรงจำลูกคนที่สองครับ