
<< ประเพณีติดสมองแก้ไม่ตก>>
สมัยปัจจุบันนี้ พระใหม่บวชเข้ามาครูบาอาจารย์ก็ให้ตำราเจ็ดตำนาน สิบสองตำนานให้ท่องก็พอแล้ว พระสมัยนี้จึงมีส่วนมากที่เรียนแต่ปริยัติ แล้วหาเงินหาทองเพื่อก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ มีแต่เอาบุญวัตถุบอกชาวบ้านชาวเมือง เมื่อเอาบุญให้แล้ว ตำนานไม่สอนให้ยิ่งขึ้นไป หรือเป็นเพราะไม่รู้ คนอื่นก็ไม่รู้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสเรื่องกลองอานกะแก่กษัตริย์ทสารหะ ว่าต่อไปนี้ถ้าพูดเรื่องฉันมื้อเดียว ความสงบ สมถะ โดยอาศัยป่าช้า ป่าชัฏ หรือปฏิบัติเพื่อมรรคผลนิพพานแล้ว พระสง์ก็จะเอามือปิดหู ไม่ยอมฟัง จะกล่าวไปใยถึงการปฏิบัติเพื่อลดละ
ภิกษุ ทุกวันนี้ บางหมู่คณะ ทำแต่เดรัจฉานวิชา เช่นรดน้ำมนต์ พ่นน้ำหมาก ปลุกเสก ลงเลขยันต์ ทำเครื่องรางของขลังต่างๆ ก่อสร้าง สวดกัน ส่องเนื้อพระ ดูหมอ ถ้าเทศน์ก็ต้องมีค่ากัณฑ์เทศน์เป็นเรือนพันเรือนหมื่นฯลฯส่วนพระอาริยะเกิด ขึ้นได้ยากถ้าใครทำดีล้ำหน้าไปก็หาทางตัดรอนทำลายด้วยอำนาจ
มรรคผลจึงเกิดขึ้นได้น้อยในสังคมศาสนา
คน ที่จะบรรลุธรรมนั้นยังมีอยู่ ถ้าพระสอนจริงๆก็จะเกิดขึ้นได้บ้างสำหรับผู้หวังและเชื่อมรรคผลจริงๆ หมื่นหรือแสนต่อหนึ่งก็ดีแล้ว ดีกว่าจะให้พุทธจริงๆสูญไปจากโลก ขณะนี้มีแต่พุทธเทียมๆ การเผยแพร่สัจจะจริง
ยาก มาก เพราะระบบการก่อสร้างและเดรัจฉานวิชายึดพื้นที่หมดแล้ว หรือพระเทวทัตที่หลงบัญญัติ ๕ประการ และพระเจ้าอชาติศัตรูทรงเชื่อคำยุยงของพระเทวทัต ได้ปลงพระชนม์พระราชบิดาจนสิ้นพระชนม์
ก็ยังกลับใจมาเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เว้นแต่พระเทวทัตที่ไม่ทราบว่าป่านนี้จะพ้นนรกแล้วหรือยัง
การ วิเคราะห์วิจัยธรรมเรื่องนี้ก็เป็นอย่างนี้จริงๆมิได้หาเรือ่งอะไรทั้งสิ้น หากแม้นว่าผู้ใดได้อ่านได้ฟังอย่างจริงใจ มีไฟปัญญาจุดขึ้นในใจก็จะได้ประโยชน์มาก ถ้าไม่มีไฟปัญญาก็กระไรอยู่
ทำ อย่างไรสิ่งที่ยากที่สุด จึงจะสำเร็จแก่ศาสนาและสังคม คือถ้าคนทั่วโลกหันมาเชื่อพระพุทธเจ้า หรือเชื่อศาสนาของตน น้อมใจเชื่อศีล ๕ ละอบายมุขทั่วไปแล้ว โลกนี้ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง แบบฟ้าถล่มดินทลายจริงๆเลย จะเกิดสันติสุข สันติภาพ ร่มเย็นเป็นสุขทั่วหน้า โลกทั้งผองจะเป็นพี่น้องกันจริงๆตามคำสอนของบัณฑิตที่ว่า
สักวันหนึ่งดอกไม้จะบานสพรั่ง
สักวันหนึ่งคนจริงจังจะหลากหลาย
สักวันหนึ่งคนดีทั้งหญิงชาย
จะเกิดขึ้นมากมายเต็มแผ่นดิน
สรุป การปฏิบัติภาคธรรมดาๆพื้นฐานของชาวบ้านชาวเมือง ปฏิบัติธรรมอยู่กับบ้านกับเรือน กับลูกกับหลานในหน้าที่การงานต่างๆ ปฏิบัติได้ทุกชาติชั้น วรรณะ ไม่เลือกบุคล สถานที่ แม้พระพุทธองค์ปรินิพพานไปแล้วสองพันกว่าปี ก็สามารถปฏิบัติธรรมได้มรรคได้ผล ตามที่พระองค์ทรงสอนไม่ให้ประมาท ทรงมอบศาสนาไว้กับพระสงฆ์หมู่ใหญ่ ไม่ได้มอบให้องค์หนึ่งองค์ใดโดยเฉพาะ
ใน พระไตรปิฎกเล่ม ๑๕ หน้า ๖๖ ข้อ ๑๐๓ พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ว่า ดูกรพราหมณ์ฉันนั้นเหมือนกันแล ในเมื่อนิพพานดำรงอยู่ ทางไปนิพพานก็ดำรงอยู่ ผู้บอกและชวนก็ดำรงอยู่ มีแต่สาวกของเรา อันเราโอวาทสั่งสอนอยู่นี้บางพวกเพียงส่วนน้อย ยินดีนิพพาน อันมีความสำเร็จล่วงส่วน บางพวกก็ไม่ยินดีเลย ดูกรพราหมณ์ ในเรื่องนี้เราจะทำอย่างไรได้ ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น
ฉะนั้น หลักทฤษฎี ของพระพุทธเจ้านั้น วางใจง่ายๆ ตามฐานะของคน คือศีลเป็นเบื้องต้น สมาธิ ท่ามกลาง ปัญญาบั้นปลาย ชาวบ้านชาวเมืองจะต้องถือศีล ๕ ศีล ๘ เป็นฐานปฏิบัติการงานต่างๆ ละกิเลสได้ตามฐานะของตนๆ หลักปฏิบัติง่ายแต่การละกิเลสยาก แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น ความขยันกับความตั้งใจย่อมสำเร็จกิจได้ทุกอย่าง
ถ้า หากชาวบ้านชาวเมือง ชาววัด หันมาปฏิบัติธรรมแบบมีกรรม มีกิริยา ทำหน้าที่การงาน คือการฟัง การคิด การพูด ให้มีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกคำพูด ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม พูด คิด ดังกล่าว ฯลฯ และเปลียนแนวคิดที่จะให้แต่ คนแก่ คนวัด หรือพระเท่านั้นไปปฏิบัติ มาเป็นทุกคนมีกรรมกริยาปฏิบัติได้ทุกคนไม่เลือก และผ่อนจากการหลับตามาเป็นลืมตา ปฏิบัติแบบทำการทำงานไปพร้อมกับเห็นมรรคเห็นผลไปพร้อมๆกันเก็บสะสมความสุข ความสงบจากการกระทำหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ตามจุดหมายรายทาง
ไม่ต้องรอคอยความสุขตรงจุดหมายปลายทาง สังคมบ้านเมืองจะดีวันดีคืน กลับคืนมายุคพระศรีอาริยจริงๆ
ตอนนี้ขอจบลงด้วยบทกวี ของ ท่าน พ.กิ่งโพธิ์ จาก คอลัมน์ น.ส.พ.ไทยโพสต์ประกายสำนึก
ห้ามเหล้าเข้าวัด
มหาเถรสมาคมสมค่า
ห้ามสุราอารามงามหรู
"ศีลห้า"น่าเทิดเชิดชู
แม้มีอยู่คู่ไทยแต่ไม่ทำ
เอาจริงเอาจังได้ดังว่า
พุทธศาสนาไม่ตกต่ำ
ท่าทีที่ไม่เหลวลอยลำ
พายจ้ำสู่เส้นชัยน่าชม
............................................................................................
กราบนมัสการพระคุณเจ้า...
เห็นบรรยากาศการปฏิบัติธรรมแล้วน่าชื่นชมยินดี ...
ตอนนี้ตนเองก้กำลังเคลียร์ตัวเองให้ว่าง ..และหาเวลาว่างของคนในครอบครัวให้ตรงกัน
วางแผนกันไว้ว่าจะไปนั่งถือศีลปฏิบัติธรรม เพื่อ หา ...แนวทางแห่งความพ้นทุกข์...
เช่นกัน...
แวะมาทักทายเจ้าคะ
(ตอนแรกว่าจะชวนพระคุณเจ้า ไปเข้าแก๊งค์คนน่าตาดี ... แต่ก็คงไม่สมควรที่จะชวน และมาประชาสัมพันธฺใหทราบเจ้าค่า...)
เอื้องแสงเดือน คนน่าตาดี
ตามแนวทางของพระธุดงค์รวมเยอะอยู่เหมือนกัน
เป็นเรื่องยาก ที่จะขัดเกลาจิตใจให้สู่หนทางแห่งมรรค
เพราะ คนในปัจจุบันนี้ ตกอยู่ใต้อำนาจแห่งพญามาร
ซึ่งนับวันจะมีกำลังมากขึ้น จึงต้องอาศัย
ผู้นำที่มีความมั่นคงในทางจิตวิญญาณ
อบรมฝึกฝน ให้เยาวชนได้เข้าใจ
พระยุคดิจิตอล ก็มุ่งแต่เรื่องทางโลกเสียมาก
จนละเลยการปฏิบัติ อีกหน่อยก็มีแต่
พระครู พระใบฎีกา พระปลัด และ อื่น ๆ
เต็มไปหมด เหมือนกับผักตบเต็มสระ
แต่จะหาดอกบัวสักดอก ก็หาพบไม่
กราบนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง