ร่วมเรียนรู้และค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรกระบวนการเกี่ยวกับการให้แนวคิดและจัดกระบวนการในการเริ่มต้นเครือข่ายหมอพื้นบ้าน ของอำเภอหนองแสง จัดโดยคนทำงานด้านสาธารณสุขจากโรงพยาบาลและสถานีอนามัย ในเขตอำเภอ  ผมก็เลยได้ออกแบบเวทีโสเหล่ ร่วมเรียนรู้และค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ไป โดยมีใบงานให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยแบ่งกลุ่ม ให้เจ้าหน้าที่เป็นนวัตกร , Note Taker , ผู้นำเสนอ จากนั้นแบ่งกลุ่มย่อย อาจจะเป็น2 3  กลุ่ม ให้มี    อสม.,หมอพื้นบ้าน , เจ้าหน้าที่ กระจายกันแต่ละกลุ่มเท่าๆ กัน และเริ่มจากการแนะนำตัวแต่ละคน โดยหมอพื้นบ้านแนะนำว่าตนเองเชี่ยวชาญการปัวอะไรบ้าง ไม่ต้องลงลึกว่าใช้ยาอะไร วินิจฉัยอะไร เพราะบางคนอาจจะยังไม่พร้อมในการพบกันครั้งแรก โดยในเวทีพูดคุย กะว่าจะแบ่งเป็น 3 รอบ

 

รอบที่ 1 รู้ตนรู้ตัว รู้ความต้องการ

ตั้งประเด็นคำถาม (เน้นความคิดเห็นของหมอพื้นบ้าน)

ประเด็น หมอพื้นบ้านในพื้นที่ยังจำเป็นหรือไม่ เพราะอะไร ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม

ประเด็น สถานการณ์ของหมอพื้นบ้านในพื้นที่ตอนนี้เป็นอย่างไร

ประเด็น แล้วหมอพื้นบ้านในพื้นที่คาดหวังว่าอยากให้เป็นอย่างไร

ประเด็น ถ้าจะให้เป็นอย่างนั้นแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง

·       แกนนำ

·       แกนคิด

·       แกนรู้ องค์ประกอบหลัก งบประมาณ

·       แกนงาน

·       แกนซุก

30 นาที แล้วเจ้าหน้าที่มานำเสนอ

 

รอบที่ 2 ออกแบบเครือข่ายและการจัดการเครือข่ายใน 3 เรื่อง คือ

ประเด็น                 -สมาชิกเครือข่ายเป็นใคร

·       หมอพื้นบ้านในหมู่บ้าน ตำบล มีความสนใจจะเข้ามาเป็นกลุ่มมั้ย

ประเด็น-เรื่องอะไรที่จะเอามาช่วยกัน

·       รวบรวม

·       สังเคราะห์ วิเคราะห์

·       แปรรูป

·       จุดพลุ

·       พื้นที่รูปธรรม

ประเด็น                 -ทรัพยากรที่จะต้องจัดการร่วมกันในเครือข่าย

·       ใบลาน

·       ความรู้ฝังลึก

30 นาที แล้วเจ้าหน้าที่มานำเสนอ

 

รอบที่ 3 ถ้าจะต้องทำงานตามที่ต้องการนั้น คนในกลุ่มคิดว่า จะต้องมีใครทำบทบาทหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง คือ อะไร ตามประเด็นดังนี้

ประเด็น - อยากเห็นคนในตำแหน่งนั้น ๆ ทำอะไร

·       ประธาน

·       รองประธาน

·       เลขานุการ

·       เหรัญญิก

·       ฝ่ายสำคัญ ๆ

ประเด็น - อยากเห็นผลสำเร็จของตำแหน่งงานนั้น ๆ คืออะไร

ประเด็น - ต้องมีใครมาช่วยบ้าง กี่คน ชื่ออะไร

·       ทีมหนุน

·       ทีมนำ

·       ทีมทำ

30 นาที แล้วเจ้าหน้าที่มานำเสนอ

 

แล้วนัดประชุมคราวต่อไป  โดยหลังจากนั้น 2 3 วัน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ลงสอบถามความในใจของกลุ่มที่มาร่วมคิดในประเด็น 4M 1T “จดทุกคำพูด ทุกความคิด และให้นำมาสรุป ดังนี้

1.คิดเห็นอย่างไรที่วันนั้นมาคุยกัน มันจะเป็นจริงหรือไม่

2.ให้เจ้าหน้าที่สรุปสิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่ทำไม่ได้ดี ในการคุยกันวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพราะอะไรถึงดี เพราะอะไรถึงไม่ดี ประเด็น 4M 1T

·       ประเด็นเรื่อง คนที่มาวันนั้น ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งกลุ่ม

·       ประเด็นเรื่อง การจัดการด้านงบประมาณ

·       ประเด็นเรื่อง การจัดการด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ

·       ประเด็นเรื่อง การบริหารจัดการ

ประเด็นเรื่อง การจัดการด้านเวลา

 

เริ่มแรกผมได้ให้ข้อมูลแนะนำว่าหมอพื้นบ้านเป็นใครแล้ว หลาย ๆ คนในเวทีอาจจะเริ่มสงสัยว่าตนมาถูกเวทีหรือเปล่า เริ่มสงสัย ๆพ อแนะนำหมอพื้นบ้านแล้ว เครือข่ายได้พูดความเป็นมาโดยเริ่มจากพ่ออำนวย พูดถึงที่มาของชมรม มีการดำเนินการเกี่ยวกับการซอกหาคน ค้นหายา สร้างศรัทธา หาแนวทำ มีผู้ซุกยู่ ชมรมได้งบประมาณจาก สกว.บ้าง สสส. บ้าง เกิดจากการพูดคุย ลงมติ ตามข้อบังคับของชมรม มีวันหนึ่งหมออนามัยตำบลบ้านชัย มาชวนไปตรวจลูกน้ำ ผมเลยเสนอให้ไปตั้งรางวัลนำจับคนมีลูกน้ำ อสม.ไปงานในบ้าน กลับมาเมียด่า  มีนิทานก้อม พญายุงสั่งให้ยุงทั้งหลายจงกัดแต่เด็กน้อย ยุงสงสัยว่าเด็กน้อยเป็นจั่งได๋ เด็กน้อยสิแก้ผ้า ดูดนมแม่ ยุงทั้งหลายลงไปเห็นบักเฒ่ากำลังนอนนำเมียอยู่ก็เลยรุมกัด ผู้ใหญ่เลยพากันเป็นไข้เลือดออกตั้งแต่นั้นมา

                จากนั้นพี่สมัย เล่าว่า ผมว่าต่อไปห้องนี้สิน้อยเกินไปหละ  ถ้าจุดเริ่มต้นมารวมกันได้ขนาดนี้  มักมีการพูดกันว่า จั๊กแหล่ว  เอาโลดสู  กูหากว่า  มีโรคที่หมอพื้นบ้านรักษาได้ดี เช่น วัด , ฝีในท้อง , หมากไม้ สมัยก่อนเรามีอุ้มลุ้มตุ้มโฮม ชมรมเราเห็นว่าเรื่องของหมอพื้นบ้านน่าจะเป็นเรื่องที่ได้ทำให้มา ก่อการดี (ผู้พิมพ์) ร่วมกัน เรามาจัดเวทีเริ่มต้นชี้แจงให้คนที่มาร่วมกันคราวแรก  วิเคราะห์หาข้อมูล สอบประวัติของแต่ละคน  (เวที ลปรร-ผู้พิมพ์) จากนั้นมาจัดเวทีคืนข้อมูล (รรขจ ผู้พิมพ์) พากันไปจัดกิจกรรมเดินป่าภูวัว (แนวทางการสำรวจข้อมูลสมุนไพรท้องถิ่น)

เราได้มีการจัดระบบสุขภาพท้องถิ่น ให้มีคลินิกชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้มีทางเลือก และในที่สุดจะช่วยให้เด็กน้อยในชุมชนได้รู้จักวัฒนธรรม ประเพณี

                ปิดท้ายด้วยผู้ใหญ่ชัยพฤกษ์  ฮักแพงกันไว้ ... ไพพู่นกินปลา ... เบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นเครือข่ายนำสู่ความยั่งยืน  เดิมเครือข่ายได้ดำเนินการเกี่ยวกับครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง  เครือข่ายเล็งเห็นว่ายาพื้นบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่จะชักนำให้หมอพื้นบ้าน ผู้รู้ทางประเพณี ได้มารวมกัน ปี 2546 เราเชื่อมโยงงานเอดส์เป็นเบื้องต้น ต่อมามีโอกาสร่วมกับสมัชชาสุขภาพ ได้มาทำงานเกี่ยวกับนักวิจัยไทบ้านเริ่มทำเรื่องหมอยาพื้นบ้าน ได้มีการแบ่งเขตงานออกไปจาก 7 หมู่บ้าน เริ่มจากที่ไม่มีทุน ไปจัดเวทีสัญจร ใช้พลังสายสัมพันธ์ครอบครัว  นำสู่การส่งเสริมให้คนในเครือข่ายได้เป็น อสม.ดีเด่นถึง 3 คน ขยายกิจกรรมไปในปีแรก 10 หมู่บ้าน คุณเพ็ญศิริ ศรีจันทร์ พาเสนอโครงการเมื่อปี 2546 2547 เอาแต่คำเว่าไปนำเสนอ ไปผู้เดียว ไม่คิดว่าจะได้รับอนุมัติการขยายเครือข่าย ต่อมาได้มาร่วมกันทำงานในโครงการของ สกว. เห็นความสำคัญของการร่วมกันของหมอพื้นบ้าน นำไปสู่การก่อตั้งชมรมหมอพื้นบ้าน และก็ได้ดำเนินการต่อเนื่อง ความเป็นพี่เลี้ยงยังคงอยู่หนุนเสริม  ก้าวเข้ามาร่วมกับชมรมหมอพื้นบ้าน มีฝ่ายระเบียบ เหรัญญิก  มีการประชุมกันเนืองนิจ  ที่สำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์  มีการเอื้ออาทรกันแล้ว ขยายพื้นที่จาก 3 ตำบล เป็น 5 ตำบล ขยายสมาชิกไปเรื่อย ๆ เป็น 120 คน  แบ่งเขตงาน แกนนำลงไปช่วยพูดคุย  มองหาช่องทาง จนได้ใจของทีมงาน  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำมารวมกัน จูนเข้าหากัน ตอนนี้เรามีองค์ประกอบการขับเคลื่อนให้แกนนำของโครงการ ขยายกระจายเขตงานออกไป

ก็จะเริ่มเข้าแผนแบ่งกลุ่มผมก็เริ่มเห็นส่วนขาดของการจัดเวทีลักษณะอย่างนี้ คือถ้าเราไม่มีการชี้แนะบทบาทให้เจ้าหน้าที่อนามัยของแต่ละที่ที่มา การ CONCENTRATE ในการประชุมก็จะวิ่งเข้า วิ่งออก เพราะพอให้แยกเวทีแล้วเกิดความว้าวุ่นเล็กน้อย และเนื่องจากเวลาเร่งเข้ามา ก็เลยปรับคำถาม จาก 3 เวที เป็นเวทีเดียว โดยมี 4 คำถามคือ

คำถามที่ 1

เรามี ปัญหาร่วมกัน / โจทย์ที่ชัด หรือยัง  (วัตถุประสงค์) ถ้าไม่มี ต้องเริ่มคิดร่วมแล้วนะ

เช่นอยากเป็นกลุ่มกันจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นกลุ่มแล้วเราจะทำอะไร เพื่อใคร เพื่อสังคม ชุมชน เพื่อตนเอง เพื่อเยาวชน

คำถามที่ 2

เรามี “Core Team” แกนนำ ที่หลากหลาย และสนใจเรื่องนี้ หรือยัง

          คิดว่า ควรมีตำแหน่ง / ฝ่ายไหนบ้าง

          คิดว่าตำแหน่งนั้น ควรทำหน้าที่ อะไรบ้าง

          คิดว่าหน้าที่นั้น ควรให้ใครทำ

คำถามที่ 3

เรามี คุณอำนวย ช่วยหมุน เกลียวความรู้ ไหม

1.       คิดว่าได้แก่ใครบ้าง

2.       คิดว่าใครคนนั้น ควรช่วยตรงไหนได้บ้าง

3.       คิดว่าคนที่จะมาอำนวยช่วยเหลือต้องทำบทบาทหน้าที่อะไรบ้าง

คำถามที่ 4

สุดท้ายเลย ถ้ามันจะเป็นเรื่องจริง ที่ไปต่อได้จริง

          คิดว่า พวกเรา ควรทำอะไรก่อนหลัง

ความคาดหวังก็คือถ้าตอบ 4 คำถามนี้ได้แล้ว กลุ่มในแต่ละตำบลน่าจะพอมองเห็น เป้าหมายของการรวมกลุ่ม คนที่จะมาทำงานในกลุ่ม คนที่จะทำหน้าที่อำนวยช่วยเหลืออย่างจริงจังแก่กลุ่ม และแผนการทำงาน

                ทีนี้ก็ลองดูนะครับว่าแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร

 

บทสรุปบทเรียนจากการพูดคุยเรื่องการเริ่มงานหมอพื้นบ้าน

1.ถ้าแต่ละกลุ่มทำจริง ๆ แล้วหมอพื้นบ้านไม่ต้องอายหมอใหญ่ , คนไข้กล้าบอกหมอใหญ่ว่าไปกินยาสมุนไพรมามาไม่ถืกฮ้ายมั้ย หมอพื้นบ้านจะได้รับการรับรองหรือไม่  คุณค่าของความรู้ฝังลึกในตัวหมอพื้นบ้านจะได้รับการจัดการอะไร อย่างไร หรือไม่ และยังมีคำถามอีกมากมาย ต้องช่วยกันตั้งโจทย์ จับประเด็น และวางยุทธศาสตร์กันจริงจัง

 

2.ตัวคนอำนวยช่วยเหลือ ที่ชุมชนชี้ให้ว่าเป็นหมออนามัย นั้น จริงหรือไม่ ทั้งในแง่แรงใจ และแรงกาย ผมอยากให้ไปดูตัวอย่างจากหลาย ๆ ที่ เช่น จอมศรี อ.เพ็ญ , บ้านชัย อ.บ้านดุง , บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง , กุมภวาปี ลองถามจากพี่คเณศวรดู  งานนี้ต้องอาศัยพลังความเชื่อและศรัทธาในตัวเองของอนามัย  รวมทั้งต้องขวนขวายไม่หยุดนิ่ง ถึงจะพาชุมชนลงเรือออกทะเลได้ แล้วมันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็คงต้องดูกันต่อไป ท้าทาย ท้าทาย ครับ

 

3.จะเห็นว่าประเด็นคำถามที่ถาม4 คำถาม ยังไม่ได้คำตอบที่สมบูรณ์ ซึ่งคุยกันว่าจะจัดเวทีที่ในพื้นที่ตนเองอีก ก็ยังสงสัยว่าจะจัดจริงหรือ หรือเป็นเพียงการมาคุยกันแล้วก็แล้ว ก็เลิก ก็เหมือนเด็กเล่นขายขนมครก เหล่นเฮือนน้อย