เราจะต้องแทรกซึมทำงานได้ทุกอย่าง ทุกที่ ทุกเวลา และทุกสถานะด้วย ไม่มีอไรเป็นกรอบที่ตายตัวสำหรับเรา อีกทั้ง ไหล อีกแง่หนึ่งนั้น เป็นพืชที่อยู่ได้ทั้งบกและน้ำ

     เมื่อครั้งก่อนที่ผมเองจะหมดพันธะกับการทำกิจกรรมในสโมสรนิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  ของ มมส. ผมเองได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับกองกิจการนิสิตอยู่เนืองๆ  โดยเฉพาะพี่พนัส  ปรีวาสนาโดยเริ่มจากทีมงานเพียง  สอง สามคนเท่านั้นคือ คุณหนูเล็ก(นายธีรภัทร  สินธุเดช) น้าสิงดาว(นายวีระชน  พรหมสะวัน) และผมเอง เราทำงานกันแบบพี่น้องถึงเวลาเราก็ไปถึงไหนถึงกัน คงนานได้เกือบปีกระมัง

     แล้ววันหนึ่งพี่ พนัสเองก็ให้แนวคิดกับเราว่า "พี่อยากจะจัดกลุ่มทำกิจกรรมที่มีอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงาน ไม่มีกรอบเข้ามาบังคับ" อาจจะเป็นการคุยแบบเล่นๆกันในวงเล็กๆ แต่สีหน้าและแววตาพี่ในขณะนั้นดูเข้ม และจริงจังพอดู แล้วพี่เขาก็ยกตัวอย่างกลุ่ม รองเท้าแตะ  ขึ้นมาเล่าให้ฟังพอเป็นตัวอย่าง  ยอมรับเลยว่าในขณะนั้น ผมไม่รู้หรอกว่ากลุ่มรองงเท้าแตะเนี่ย  มันเป็นยังไง ? รู้แต่เพียงว่าการทำกิจกรรมนั้นเราทำเพื่อสนองคนหมู่มาก และตอบแทนบางอย่างให้กับสังคมเท่านั้น แล้วเรื่องการจัดกลุ่มของเราก็สิ้นสุดลง ด้วยการหันกลับไปทำงานตามหน้าที่ของใครของมัน โดยไม่เว้นที่จะได้ร่วมงานกันอยู่เรื่อยมา

     จนถึงเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมาพี่พนัสจึงได้เอ่ยทวงผมขึ้นมาอีกครั้งว่า ตอนนี้พี่มีอิสระเต็มที่เพราะหลุดจากวงการทำงานตามตำแหน่งแล้ว ขบวนการทำงานกลุ่มเราจะว่าอย่างไรต่อ  เท่านั้นเองสมาชิกกลุ่มรักอิสระชุดเริ่มต้นจึงเกิดขึ้น  โดยครั้งนี้นอกเสียจาก พี่พนัส คุณหนูเล็ก  น้าสิงดาว และผมแล้ว ครั้งนี้เราได้ น้าเดียร์ และท่าน  มรว.(แม่เรียกว่า) ปุ๊  นาโพธิ์ เข้ามาร่วมกระบวนการ รวมไปถึงทีมงานที่ปรึกษาอย่างเช่น  น้ายะ  น้านุ้ย น้านุ เข้ามาเป็นที่ปรึกษากลุ่ม (ที่กลุ่มเราเรียกกันว่า"น้า" เพราะเรียกตามน้องดิน และน้องแดน ลูกชายของบอสเราเอง) ทั้งนี้กลุ่มเราก็ยกตำแหน่ง บอสให้กับพี่ใหญ่อย่างพี่พนัสไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น หากแต่ว่าตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดนั้นกลับกลายเป็นตำแหน่ง Boss of the Boss ของพี่เจี๊ยบ (เยาวภา  ปรีวาสนา)

     คราวนี้ถึงขั้นตอนการตั้งชื่อกลุ่มเราเสียที  ทีมงานของเราร่วมกันให้ชื่อกลุ่มท่ามกลางการตั้งวงกินข้าว ว่า"กลุ่มไหล" บนพื้นฐานของความหวังของบอสเราเองที่อยากจะได้ยินชื่อกลุ่มก่อนที่กิจกรรมแรกของกลุ่มจะก้าวมาถึงคือการได้ออกไปทำกิจกรรมช่วยกลุ่มเด็กรักษ์ป่า ที่จ. สุรินทร์ ในวันที่ 8-10 ส.ค. ที่จะมาถึง  พวกเราร่วมกันนิยาม ความหมายของ  กลุ่มไหลว่า  เราจะต้องแทรกซึมทำงานได้ทุกอย่าง  ทุกที่  ทุกเวลา  และทุกสถานะด้วย  ไม่มีอไรเป็นกรอบที่ตายตัวสำหรับเรา  อีกทั้ง ไหล อีกแง่หนึ่งนั้น เป็นพืชที่อยู่ได้ทั้งบกและน้ำ รากกระจายอยู่ใต้ดิน แต่ลำต้นนั้นขึ้นมางอกงามอยู่ข้างบน  รวมทั้งไหลนี่เป็นพืชที่แพร่พันธ์ได้ง่ายเพียงแค่ใบที่ตกอยู่ตามพื้นก็สามารถงอกเป็นเหง้าไหลอีกได้  นี่แหล่ะ "ไหล"

     การนิยามในครั้งนี้ บอสของเรายังไม่ทราบแน่ชัดหรอกว่า ไหล ที่เราจำกัดความขึ้นนั้น แน่แล้วหมายความกินถึงไหนบ้าง  แต่ก็ยอมรับเอาชื่อกลุ่ม ได้อย่างไม่มีข้อกังขา  ถือว่าชื่อกลุ่มนี้ ทั้งบอสและพวกเรารับได้ทุกคน  แต่ที่เราบัญญัติคำนิยามไว้นั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าบอสสเราจะเห็นดีด้วยหรือป่าวเท่านั้น

     รวมแล้วว่าครั้งเมื่อไปค่ายแรกของกลุ่มไหลที่ จ. สุรินทร์นั้นก็ถือเป็นการรวมตัวของกลุ่มอย่างเป็นทางการครั้งแรก  และนับว่าเราประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งยวดอีกอย่างคือหลังจากครั้งนั้น เราก็ได้ทีมงานผู้ร่วมไหลกับเราเพิ่มขึ้นอีกคือ น้าเบ้น (นายพัฒนพงษ์  เพานาไร่) น้าต้น (นายกัปปน์ติพัฒน์)นามสกุลยังไม่รู้ เพราะจำแค่ชื่อก็ยาวแล้ว และน้องสาวสุดท้องคือ น้ากิ๊ก (น.ส.พัชรี  พันธุตา) รวมถึงผองน้องพี่อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้กล่าวถึง