ช่วงนี้หัวหมุนจริงๆ ครับ กับการต้อนรับสมาชิกใหม่ น้องของอิลฮามและเตาฟิกครับ ประกาศชื่อได้แล้วครับว่า ชื่อ "ฟัจญรีย์ สองเมือง" ครับ ความหมายคือ แสงรุ่งอรุณ กำหนดผ่าท้องคลอดคือวันที่ 19 ส.ค. ตามที่คุณหมอนัดไว้ แต่ในใจตอนนั้นอยากให้คลอดวันที่ 18 สิงหาคม ครับ เพราะจะได้ตรงกับวันเกิดผม ฮิฮิ พ่อจะได้ไม่ต้องจำวันเกิดลูกได้ง่ายหน่อย ปรากฏว่า ฟัจญรีย์ตามใจพ่อครับ เช้าวันจันทร์เวลา 05.00 น. น้ำเดินครับ ก็เลยพาไปโรงพยาบาล แล้วก็คลอดในเวลา 10.20 น. (ด้วยการผ่า เช่นเดียวกับพี่ๆ) ด้วยน้ำหนัก 3460 กรัม แฮะแฮะ แพ้พี่ๆ ครับ โดยเฉพาะเตาฟิกที่หนักสุดในบ้านด้วยสถิติ 3890 กรัม
ดีนะครับที่ผมไปรับทั้งปูย่าและยายมานอนที่บ้าน ดังนั้นโดยอัตโนมัติครับที่ปู่กับย่าทำหน้าที่ดูแลอิลฮามและเตาฟิก ส่วนผมและยายคอยดูแลคุณแม่ลูกสาม
วันจันทร์หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดก็ต้องไปนอนพักในห้องรวมก่อนครับ เนื่องจากห้องพิเศษไม่ว่างเลย พอบ่ายสองผมก็เริ่มสงสัยว่าทำไมลูกยังไม่มาสักที ออ.แต่หลังจากคลอดพยาบาลห่อผ้าออกมาให้ผมได้ดูหน้าแล้วครับ ก็เลยไปถามพยาบาล จึงรู้ว่า สมาชิกใหม่มีปัญหานิดหน่อย ต้องอยู่ที่หอเด็ก 1 ทราบเบื้องต้นว่า ลูกหายใจเร็ว หมอจึงให้เฝ้าดูอาการก่อน แต่กว่าผมจะได้ไปดูก็บ่ายสามโมงครึ่งครับ เนื่องจากต้องจัดการห้องพิเศษให้เสร็จก่อน
ตอนนั้นแหละครับ ผมรู้สึกตัวเองว่า ผมเริ่มจะเบลอๆ ฮือฮือ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ผมเริ่มจากถามพยาบาลเกี่ยวกับอาการของลูก แล้วก็ถามต่อเกี่ยวกับทำไงให้สามารถย้ายแม่ไปห้องพิเศษได้เร็วที่สุด (เพราะตอนนี้เริ่มสงสารคนเฝ้าไข้กิตติมาศักดิ์วัย 70 กว่าปีครับ) พยาบาลในห้องรวมบอกว่า ผมจะต้องไปจ่ายค่ามัดจำห้องพิเศษก่อนที่ห้อง..... แล้วก็........ จากนั้นผมก็รับสมุดมาเล่มหนึ่ง แล้วก็เดินมั่วออกไปโดยมีเป้าหมายสองเรื่องคือ ไปดูลูกกับไปจ่ายค่ามัดจำห้องพิเศษ เดินไปถึงห้องแรก บอกวัตถุประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ประจำห้องทราบ เธอทำงงครับ แล้วก็บอกว่า ไม่ใช่ห้องนี้ค่ะ ให้เดินย้อนกลับไปอีกสองตึก อ้าวเหรอ งั้นแสดงว่าตึกนี้ก็คงเป็นตึกที่อยู่ของฟัจญรีย์ ก็เลยต่อกลับไปอีกว่า แล้วนี่ใช่ตึกดูแลเด็กหรือเปล่า เธอก็ตอบว่า ไม่ใช่ชั้นนี้ค่ะ ต้องเป็นชั้นสอง แฮะแฮะ แต่จะขึ้นชั้นสองตึกนี้ก็ต้องไปตึกโน้นก่อน โอ้ มันซับซ้อนจริง
ผมเดินย้อนกลับไปอีกสามตึก (บอกตรงๆ ว่า ลืมเรื่องที่ตัวเองขาหักไปแล้วครับ) ยื่นสมุดที่รับมาจากห้องรวมให้เจ้าหน้าที่ ปรากฏเธอก็ทำหน้างง แล้วก็บอกผมว่า ผมเอาสมุดมาผิดเล่มค่ะ ฮาฮาฮา เป็นไปได้...
จากนั้นผมก็เดินไปเยิ่ยมลูกล่ะครับ เก๋อๆ กังๆ ครับ เดินเข้าไปในตึกได้แค่สองก้าว โดนเรียกตัวครับ ถามว่ามาทำไม เป็นพ่อหรือเปล่า เสร็จแล้วเขาก็ให้ผมออกไปจากตึก ผมก็โอเคครับออกก็ออก รู้สึกว่ายังไม่เลยเวลาเยี่ยมนี่หว่า งงมาก แต่ก็ไม่เป็นไรกลับไปดูอาการภรรยาก็ได้ แล้วจะมาใหม่ แฮะแฮะ วันนี้ไม่มีอารมณ์เถียงกับใคร
กลับมาดูภรรยาที่ห้องรวม ก็ถึงเวลาย้ายภรรยาผมไปห้องพิเศษ แฮะแฮะ ภรรยาผมเปลี่ยนเตียงไปมาแล้วประมาณสี่ครั้งครับ เธอเริ่มบ่น แต่ผมบอกว่าดี เพราะการขยับตัวบ่อยๆ เขา(ไม่รู้ใครบอกผม) ว่าดี ทำให้แผลเข้ากันเร็ว และท้องไม่อืด
ผมถามพยาบาลว่า จะย้ายไปตึกไหน ห้องไหน ปรากฏว่า พยาบาลบอกได้ว่า "ตึกลาล่าง" ผมถามย้ำไปสามรอบ เธอก็ตอบแบบเดิม ออ.ที่ทำให้ผมถามซ้ำก็ผมไม่เคยได้ยินชื่อตึกนี้เลย ก็ลูกผมสองคนแล้วคลอดโรงพยาบาลนี้ แถมมาเยี่ยมคนคลอดก็เยอะแล้ว ทำไมตึกนี้ผมไม่เคยได้ยิน เอาล่ะ งั้นห้องไหน เธอก็บอกว่า ไม่ทราบ อันนี้ก็ต้องไปถามที่ตึกลาล่างเอง
เหตุที่ผมต้องถามก่อนไม่ใช่เพราะอะไรครับ ก็เนื่องจากผมคิดเองว่า แม่ยายผมคงเดินตามแปลเข็นไปไม่ทันแน่ ซึ่งปรากฏก็จริงอย่างคิดครับ ผมก็เลยบอกให้แม่คอยก่อน ส่วนผมต้องตามแปรไปจะได้ดูว่าห้องไหน ตึกไหน แหม่ "ตึกยะลาอุทิศ ชั้นล่าง" ขอรับ ห้อง 113 พอทราบห้องเรียบร้อย ผมก็ไปรับแม่มาที่ห้อง
จากนั้นผมก็ไปดูลูกอีกครั้ง คราวนี้กะว่าจะลุยละโว้ย ใครอย่าขวาง เข้าไปถึงประตูตึก เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า เข้ามาทำไม ผมก็ตอบไปว่า มาดูลูกครับ เจ้าหน้าที่ก็ถามกลับมาว่า พ่อชื่ออะไร โอ้คำถามนี้แหละที่ทำผมงงมาก เนื่องจากจากประสบการณ์เดิม เวลาพูดถึงลูกแต่ก่อนเขาจะอ้างอิงไปที่ชื่อแม่ ทำไมปีนี้เขาจึงมาถามชื่อพ่อในการอ้างอิงการเข้าเยี่ยมลูก
ถูกสั่งให้ล้างมือแล้วก็ใส่เสื้อกราว มีคนคุมครับ ผมเลยต้องใส่กระดุมครบทุกเม็ดๆ แฮะๆ ถ้าไม่คุมละก้อเม็ดเดียวก็วิ่งไปเข้าห้องแล้ว
เปิดประตูห้องเข้าไป พยาบาลก็ถามชื่อพ่ออีกแล้วครับ คราวนี้เลยตอบแบบมั่นใจแล้วว่า จารุวัจน์ สองเมืองครับ มาดูลูก พยาบาลเลยพาไปเตียงที่สิบเก้า อัลฮัมดุลลิลลาห์ ได้ดูหน้าชัดๆ แล้ว หน้ากลม แก้มป่องเหมือนกับอิลฮามและเตาฟิกเลย สำเนาถูกต้อง
พอผมยืนได้ที่พยาบาลที่ดูแลก็มาอธิบายอาการลูกให้ฟังอย่างละเอียดครับ ฟัจญรีย์ มีอาการเดียวครับ คือ หายใจเร็ว และตอนนี้พบว่า ไม่ยอมทานนม และก็เห็นหลอดเล็กๆ แหย่เข้าไปในปาก โดยติดสก็อตเทปไว้ที่เหนือคางนิดหน่อย ก็เลยถามว่า ท่ออะไรครับ ได้รับคำตอบว่า ท่อนมค่ะ เพราะเวลาป้อนนม ฟัจญรีย์มีอาการคล้ายจะสำลัก ซึ่งถ้าสำลักเมื่อไรเธอจะถูกให้น้ำเกลือและฉีดยาฆ่าเชื้อ
ระหว่างผมยืนดูฟัจญรีย์ พยาบาลก็มาลองป้อนนมอีกครั้งกับขวดนม กว่าเธอจะยอมให้จุกนมเข้าไปในปากเธอก็นานครับ เมื่อเข้าไปได้ นมลงไปได้นิดหนึ่ง ปรากฏก็ออกมาหมด คราวนี้มีพยานเห็นกันสามคนคือ คนป้อน ผมและพยาบาลคนรับผิดชอบดูแลฟัจญรีย์ๆ ถามว่า แบบนี้สำลักหรือเปล่า คนป้อมก็ตอบว่า ไม่น่าจะใช่สำลัก ผมก็เห็นด้วยครับว่า ไม่ใช่สำลัก แต่คล้ายๆ การคายออกมากกว่า (แต่ผมไม่ได้พูดอะไรนะครับ) สรุปว่า ลงมติกันไม่ได้ระหว่างพยาบาลทั้งสองครับจึงหันไปปรึกษาหัวหน้าใหญ่ สรุปได้ความว่า ต้องหยุดการให้นมและต้องให้น้ำเกลือแทน พอได้ข้อวินิฉัยแล้ว พยาบาลก็บอกว่า คุณพ่อหมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ ผมก็ต้องออกจากห้องไป
แฮะแฮะ บรรยากาศการทำงานในห้องเด็กดูน่ารักดีครับ มีพยาบาลอาวุโสอยู่หนึ่งท่าน (ไม่ใช่หัวหน้าวอร์ดนะครับ) พยาบาลทุกคนเรียกว่า "ย่า"ครับ ส่วนคนอื่นๆ ก็เป็นแม่ครับ ทำให้ผมนึกถึง ที่โรงเรียนประถมเก่าของผม ซึ่งพ่อผมทำงานที่นั่น แล้วครูทุกคนในโรงเรียนเรียกพี่เรียกน้องกันทุกคน ผมเห็นพ่อผมเรียกครูที่อาวุโสกว่าว่าพี่ ไม่เคยได้ยินสักครั้งเลยครับว่า ท่านจะเรียกเพื่อนร่วมงานที่อาวุโสกว่าด้วยชื่อเฉยๆ ผมว่าเป็นการให้เกียรติเพื่อนร่วมงานที่ดีและอบอุ่นครับ (แฮะแฮะ พูดถึงพ่ออีกแล้ว)
กลับมาที่ห้องพักของภรรยาอีกที ภรรยาก็บอกว่า โดนพยาบาลดุว่า เอาคนแก่มาเฝ้า ไม่ไหวหรอก ไม่ได้ด้วย ต้องมีคนหนุ่มๆ หน่อย แฮะแฮะ ก็ใครจะให้แม่วัยเจ็ดสิบกว่าเฝ้าละครับ แค่ท่านต้องการมาเป็นกำลังใจ ฮิฮิ แต่คนเฝ้าไข้ตัวจริงยังไม่มาครับ ก็นัดไว้พรุ่งนี้ สรุปว่า ผมต้องเฝ้าไข้ครับ ส่วนอินฮามและเตาฟิกก็นอนกับปู่ย่ากันไปก่อน
ยินดีกับสมาชิกใหม่ค่ะ
ขอบคุณครับ paula wara
มาเร็วมากเลยครับ
ยินดีด้วยครับ คุณพ่อครับ
ขอบคุณครับคุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
พ่อลูกสามแล้วครับ อัลฮัมดุลลิลาห์
ยินดีอย่างยิ่งสำหรับสมาชิกใหม่ของครอบครับอาจารย์
อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ หนูดีใจด้วยนะคะ คุณพ่อลูกสาม ของขวัญจากพระองค์อัลลอฮ หนูต้องขอมาอาฟมากๆนะคะที่เงียบหายไปนานมากๆ การเป็นล่ามไม่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆ แต่หนูก็จะพยายามให้ถึงที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาติดตามลูกศิษย์นี้ไปทุกที่ ทุกครั้งที่แปล คุณหมอ และ คนไข้ จะถามเสมอว่าหนูไปเรียนภาษาอาหรับมาจากที่ไหน แถมพูดภาษาอาหรับกลาง(ฟุซฮาอ)ได้ด้วย คนอาหรับจะชอบให้พูดฟุซฮาอมากกว่าภาษาอาม(ภาษาถิ่น)เพราะทุกคนเข้าใจ ล่ามทุกคนที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏ จบมาจาต่างประเทศทุกคน ยกเว้นหนูและเพื่อนร่วมสถาบันอีก1คน กดดันมากๆ แต่หนูก็มีความสุขเพราะทุกครั้งที่หนูแปลหนูจะเตือนสติให้คนไข้คิดถึงความเมตตาจากพระองค์อัลลอฮ และการทดสอบอีหม่านพร้อมกับการอภัยโทษในบาปเล็กที่มาพร้อมกับความเจ็บป่วยช่วยขอดุอาให้หนูผ่านการทดลองงานด้วยนะคะ หากหน้าที่การงานของหนูเป็นที่พอพระทัย และเป็นการทำงานที่หนักบนตราชั่งแห่งการตอบแทนความดีของพระองค์อัลลอฮ อามีน ฝากสลามถึงทุกคนที่หนูรู้จักด้วยนะคะ อินชาอัลลอรับปริญญาปีนี้เจอกัน
ขอบพระคุณครับลุงเอก
ยังต้องรออีกอย่างน้อย 7 วันครับ เจ้าตัวเล็กจึงจะออกจากโรงพยาบาลได้ เนื่องจากหมอเพิ่งฉีดยาค่าเชื้อ ซึ่งต้องฉีดติดต่อไปอีกหลาย หากไม่มีอุบัติเหตุอะไรเพิ่มอีกก็เจ็ดวัน ครับ ตอนนี้เฝ้าขอพรจากอัลลอฮ์ให้ทรงประทานสุขภาพที่แข็งแรงก็ฟัจญรีย์ครับ
ขอบคุณมาก [email protected]
วันก่อนที่โทรมาต้องขอมาอัฟด้วยที่ไม่สะดวกคุย ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ
ก็ขอให้ประสบความสำเร็จในการทำงานนะครับ อาจารย์ขอเป็นกำลังใจให้เสมอ
"แท้จริงนั่นศาสนาคือการตักเตือนกัน เพื่ออัลลออ์ รอซูลของพระองค์"
+ มาร่วมยินดีกับสมาชิกใหม่ด้วยคนค่ะ...
+ เตาฟิกคงดตขึ้นเพราะมีน้องสาวให้ต้องดูแลแล้ว....
+ เดี๋ยวพอตัวเล็กกลับบ้านอยู่กันครบ 3 คนพี่น้อง...รับรองค่ะอาจารย์ว่าหนุกหนานแกมปวดหัวสุด ๆ เลยค่ะ
+ ยินดีด้วยค่ะ....
ขอบคุณครับคุณครูแอมแปร์
ที่แน่ๆ ตอนนี้เตาฟิกงอแงมากครับ ไม่สบายนิดหน่อย
ขอบคุณครับคุณหมอ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
ดอกไม้สวยครับ
ยินดีด้วยกับของขวัญชิ้นที่สามค่ะ....
การดูแลเด็กทารกต้องละเอียดอ่อนมาก
แล้วมีเคสต้องเจาะเลือดไหมค่ะอาจารย์เจาะเลือดตรวจโรค เช่น ตัวเหลืองบาง
ฝามืออันน้อยนิดจะต้องถุกเข็มเจาะ บีบเลือดไม่กี่หยดเพื่อทำการตรวจโรค ต่างๆ
ขอดุอาร์ ให้เอกองค์อัลลอฮฺทรงประทานสุขภาพที่แข็งแรงและปราศจากโรคภัยต่างๆและพร้อมทรงประทานริสกี+มีอีมาน+ตักวา
..............................
เจ้าหญิงได้ฝึกโครงการแพทย์ศิริราช เพื่อเตรียมเรียนแพทย์
เจอเคสห้องป่วยด้านสูตินรีเวชพอจะทนได้ และชอบมากในการดุแลเด็ก
แต่พอเจอเคสห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉิน เลยรู้ตัวว่าไม่เอาไม่เรียนแพทย์แล้ว เราทนกับภาพพวกนี้ไม่ได้
ชอบแผนกกุมารฯเท่านั้น อิอิ
ยินดีกับลูกคนที่สามด้วยนะครับ
แต่เชื่อไหม ตอนที่ท่านต้องพยายามเดินไปมาหาสู่เจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆ ตึกต่างๆนั้น ผมนี่รู้สึกหงุดหงิดแทนเลย แต่ต้องขอชื่นชมที่ท่านไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกนั้นเลย ดีครับ
ส่วนเรื่องลูก ผมว่าน่าจะเป็น TTNB (transient tachypnea of newborn) นะครับ (transient: เดี๋ยวเดียวเอง, tachypnea: หายใจเร็ว, newborn: ไอ้ตัวเล็ก)
มันมักจะเกิดในเด็กที่คลอดโดยการผ่าครับ อาการนี้จะหายไปเองใน 3 วัน ยกเว้นว่าจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดติดเชื้อไปเสียก่อน
เชื่อกันว่า การคลอดทางหน้าท้องนั้น ปอดเด็กจะไม่ถูกรีดน้ำคร่ำออกดี เท่ากับออกทางช่องคลอดครับ
ลูกสาวคนเล็กผมก็เป็น TTNB หายใจตั้ง 70 ครั้งต่อนาที ผมนี่แทบบ้าไปเลย
ขอบคุณครับเจ้าหญิง
เนื่องจากเจ้าตัวเล็กไม่ยอมกินนมและก็สำลัก หมอเลยเจาะเลือดไปตรวจครับ ซึ่งหมอก็บอกว่า เม็ดเลือดขาวสูง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าติดเชื้อ เนื่องจากอาจเป็นอาการปกติก็ได้ ที่สำคัญไม่มีมูลเหตุที่น่าจะทำให้ติดเชื้อได้ เพื่อพิจารณาจากการตรวจรก และสุขภาพแม่
แต่สุดท้ายหมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อไว้ก่อนครับ
ขอบคุณครับคุณหมอธนพันธ์ ชูบุญ
ผมได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะเลยครับ
หลายอย่างอาจจะสร้างความไม่พอใจให้ผมบ้างครับ แต่ผมก็คิดว่า ผมเข้าใจคนทำงานครับ โดยเฉพาะพอเข้าไปในห้องเด็ก อย่างวันที่สอง ได้เจอกับคุณหมอ ดูท่านพยายามจะอธิบายให้ผมอย่างละเอียด ไม่ต้องพูดถึงพยาบาลครับ เนื่องจากผมไปถึงเตียงลูก พยาบาลก็มาถึงและพยายามอธิบายและตอบทุกคำถามเลยครับ แฮะแฮะ ถึงแม้ผมจะถามซ้ำไปในคำถามเดิมไม่รู้กี่ครั้งก็ตาม
ตอนนี้รอดลุ้นไม่ให้ต้องเกิดเจ็ดวันครับ