เมื่อวานนี้คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ชวนนักศึกษาป.โท70ชีวิตมาเยือนลานสวนป่า ผมก็จ๊ะจ๋าไปตามหน้าที่ ชี้ชวนคิด ชวนคุย คุ้ยปัญหาการศึกษาให้กระจายกระจ่าง พาเดินป่า แล้วมานั่งคุยๆๆ แลกเปลี่ยนความเห็น แล้วก็มานั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน ผมงัดตำราทอดไข่เจียวใส่มะเขือพวงออกมาโฆษณาอีก คุณๆนักศึกษาสุภาพสตรีมองดูผมทอดไข่ผ่านไป1กะทะ ก็สามารถแสดงฝีมือต่อได้ อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ ..หลังจากนั้นผมต้องเดินทางเข้ากทม. มาถึงตี5 อาบน้ำอาบท่า(ลืมทาแป้ง) แล้วก็แต่งตัวไปโรงแรมรามาการ์เด็น ขึ้นเวทีเสวนาการศึกษา..

สรุปย่อก็แล้วกันนะครับ ท่านที่สนใจอาจจะติดตามอ่านหน้าข่าวการศึกษาในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่19-20-21ได้ โจทย์เสวนากำหนดว่า..ผลิดอกออกผล..9ปี แห่งการปฏิรูปการศึกษา มีเจ้าภาพร่วมจัดหลายสำนักเช่น

  • สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
  • สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ
  • มูลนิธิศาสตราจารย์ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
  • มูลนิธิเพื่อการพัฒนาศึกษาไทย
  • อดีตคณะกรรมการการบริหารสำนักปฏิรูปการศึกษา

ผมสะโหลสะเหลไปทันขึ้นเวทีอย่างฉิวเฉียด รถแท๊กซี่สิครับ บทจะช้าก็ช้ากว่าจะเรียกได้ใจตุ๊บๆต้อมๆ ทั้งที่ร้องเพลง..น้ำหยดลงหิน..แล้วก็ยังระทึกใจ รถติด โชโฟอร์ใจเย็น แต่ก็มาถึงโรงแรมรามาการ์เดนท์ หลังจากคาระท่านอาวุโสแล้วแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เกาะตัวให้ไปพบผู้ดำเนืนรายการ ดร.อุทัย ดุลยเกษม ไม่เจอกันนาน อาจารย์เล่าว่าตอนนี้เขาเชิญให้มาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร อ้าว!ก็เป็นที่เดียวกันกับน้องจินะสิ อิ อิ ..

หัวข้อเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เรื่อง

“ใส่ปุ๋ย เสริมแรง สร้างความเข้มแข็งการปฏิรูปการศึกษา”

วิทยากร:  ดร.อมรวิชชร์ นาครทรรพ กรรมการบริหาร สมศ.

             รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

             ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

             ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ คนเฝ้าลานสวนป่า

วิทยากรทุกท่านให้ความเห็นตรงไปตรงมาพอสมควร มีทั้งฟันธง และชักธง สรุปว่าเราคงต้องยอมรับว่า9ปีที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ ได้บทเรียน บทรู้ที่จะนำมาปรับปรุงระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยงแปลงในสังคมและกระแสต่างๆ ข้อเสนอแนะทั้งบนเวทีและผู้ฟังทุกฝ่าย ควรจะนำไปประมวลเป็นโจทย์ในการเสริมสร้างแผนจัดการศึกษาให้ตรงเป้ายิ่งขึ้น ผู้รับผิดชอบคงได้การบ้านกลับไปพิจารณาพอสมควร ..ติดตามอ่านในเว๊ปไซด์ของหน่วยงานดังกล่าว และในสื่อหนังสือพิมพ์ หรือข่าวสารที่องค์กรร่วมจัดจะเผยแพร่ต่อไป

ผมเล่าถึงเรื่องดีๆที่เราชวนกันทำเชิงรุก เสนอว่าเรากำลังอยู่ในโลกการศึกษาใหม่ หลักการ วิธีการ ระบบใหม่ สื่อ เครื่องมือ เทคโนโลยี สื่อการสอนใหม่ เด็ก นักศึกษาพันธุ์ใหม่ ตำรา เนื้อหา บรรยากาศใหม่ๆ บังเอิญว่าเมื่อวานนี้นักศึกษาป.โทกับคณาจารย์ได้ฝากการบ้านมาด้วย ช่วงที่รับฟังปัญหาจากห้องประชุม เราได้รับคำถามที่ยังข้องใจผู้เข้าร่วมสัมมนาผ่านจดหมายน้อยหลายสิบฉบับ วิทยากรช่วยกันตอบตามโผ มีปัญหาที่ฝากถามมาด้วย จึงสบาย..มีวิทยากรช่วยกันตอบ สุดท้ายที่ฝากไว้อยากให้สร้างแผนแม่บทด้านอาชีวะศึกษาให้ชัด ให้เกิดการขานรับกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อจะจูงใจให้เด็กที่มีปัญหาด้านต้นทุนความรู้ได้ไปเรียนสายอาชีวะมากขึ้น

ผมเอาวีซีดี ที่ชาวค่ายบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เสนอด้วย..

มีคนชอบใจลีลาท่านสาดดาจาน และคณะ

เรียกความสนใจได้พอควร

ได้บอกเล่าถึงคณาจารย์นักศึกษามหาลัยราชภัฏมหาสารคามมานอนคุยกันที่สวนป่า

เล่าถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต4 ออกมาหารือ-วางแผนพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา

ปรากฎการณ์เหล่านี้ แสดงว่า9ปีที่บ่มเพาะไว้กำลังจะงอกเงย

พลังของการปฏิรูปการศึกษาเริ่มขยับเขยื้อน

บุคลากร ภาควิชา คณาจารย์คิดและทำอะไรเชิงรุกมากขึ้น

ทักษะชีวิตกำลังจะเบิกบาน

การเรียนรู้ การจัดการศึกษา เริ่มเข้าหาวิถีชีวิต

เครือข่าย พันธมิตร ตัวช่วย เริ่มเกิดขึ้น มากขึ้น

ต่อไป..คงเป็นการบ้านของฝ่ายวางนโยบาย

ที่จะบริหารข้อมูลเหล่านี้ ให้เกิดประสืทธิผลต่อการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น

ต้องตีแตกบทเรียนที่ว่า การศึกษาเพื่อชีวิตให้กระจ่าง