เช้าตรู่.........ตะวันไม่ทันฉายแสงเงินแสงทองทาบขอบฟ้า

                         เช้าตรู่.........ตะวันไม่ทันฉายแสงเงินแสงทองทาบขอบฟ้าของวันที่ 11 กรกฎาคม 2551  คณะทำงานของเราหลังจากได้พักผ่อนกันเต็มที่ และเตรียมตัวเดินทางเป็นที่เรียบร้อย ก็ออกจากโรงแรมหาดทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปรับประทานอาหารเช้าในตลาด เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่นี่เราโชคดีมีโอกาสพบกับบล็อกเกอร์ 2 ท่าน คือ ท่านผู้อำนวยการศูนย์ ฯ และคุณ windy ส่วนคุณกัสจัง ไม่ได้พบกันเพราะตรงกับวันหยุดงานของเธอพอดี

                        เมื่อเราได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้กล่าวขอบคุณท่านผู้อำนวยการศูนย์ฯและเจ้าหน้าที่ที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี

                        จากนั้นเราก็ออกเดินทางกันต่อไป เป้าหมายของคณะเราต่อจากนี้คือ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอกุยบุรี และหน่วยงานสุดท้ายในการทำงานของโครงการฯ นี้ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสามร้อยยอด ซึ่งทั้งสองหน่วยงานท่านผู้อำนวยการฯ และเจ้าหน้าที่ต่างก็กรุณาให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลกับคณะเราเป็นอย่างดีเช่นกัน เป็นอันว่าเราเสร็จภารกิจในการเดินทางมาเก็บข้อมูลในครั้งนี้แล้ว

                        ตามความมุ่งหมายเดิมคณะทำงานของเราตกลงกันไว้ว่าหากการทำงานเก็บข้อมูลตามแผนที่วางไว้สำเร็จแล้ว ในการเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราก็จะแวะนมัสการรูปเหมือนหลวงพ่อทวดที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

                        แต่เมื่อคณะเราเดินทางลงไปจังหวัดนครศรีธรรมราชผ่านอำเภอสามร้อยยอด ก็ให้แลเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ของวัดตาลเจ็ดยอด ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวเชิญชวนนมัสการรูปเหมือนหลวงปู่โตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และระยะทางที่เข้าไปถึงวัดก็ไม่ไกลมากนัก จึงตกลงกันว่าจะเพิ่มการแวะนมัสการรูปเหมือนหลวงปู่โตที่วัดตาลเจ็ดยอดไว้ในแผนการเดินทางครั้งนี้ด้วย

                        ดังนั้นเมื่อเสร็จจากภารกิจทั้งมวลที่ต้องกระทำแล้ว คณะทำงานของเราก็เดินทางไปยังวัดตาลเจ็ดยอด และได้พบกับรูปเหมือนหลวงปู่โต(หลวงพ่อโต) หรือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดหน้าตักกว้างถึง 11 เมตร สูง 18 เมตร บนฐานสูง 2 ชั้น

Picture429

                        หลังจากได้นมัสการรูปเหมือนหลวงปู่โตและทำบุญตามอัธยาศัยแล้ว คณะทำงานก็เดินทางต่อไปยังวัดห้วยมงคล เพื่อนมัสการรูปเหมือนหลวงพ่อทวดหรือหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร นอกจากนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปเหมือนหลวงพ่อทวดด้วย

Picture440

 

                        หลังจากคณะทำงานของเราได้นมัสการและทำบุญตามอัธยาศัยด้วยความเบิกบานใจแล้ว ก็เดินทางกลับ ขณะที่เลี้ยวจากเส้นทางเลี่ยงเมืองชะอำ หัวหิน เข้ากรุงเทพฯ พลันสายตาของหนึ่งในทีมงานก็เหลือบไปเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ของวัดนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กล่าวเชิญชวนนมัสการรูปเหมือนหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ใหญ่ที่สุดในโลก ก็เลยสอบถามคณะว่าจะแวะเข้าไปนมัสการหรือไม่ ทุกคนตอบว่าโอเค และหันไปถามสารถีรูปหล่อผู้ซึ่งนำเราไปทำงานในจังหวัดต่าง ๆ ด้วยความปลอดภัยมาตลอดเส้นทางว่ามีเวลาเพียงพอหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าเหลือเฟือครับ

                        หัวหน้าคณะทำงานก็เลยบอกงั้นเราแวะกันเลย สารถีรูปหล่อก็เลยแวะให้ทันที เมื่อถึงวัดเราก็ได้พบกับรูปเหมือนหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ขนาดหน้าตักกว้าง 9.9 เมตร บนฐานสูง 2 ชั้น

Picture465

 

                        หลังจากคณะทำงานของเราได้นมัสการและทำบุญตามอัธยาศัยด้วยความเบิกบานใจที่ได้นมัสการรูปเหมือนหลวงปู่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 3 องค์แล้ว ก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยความปลอดภัยและอิ่มบุญ

                                                                        สวัสดีครับ