เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติของชีวิต   วันที่ ๑๑ ส.ค. ๕๑ ผมโชคดี ได้รับเชิญจากสมาคมพยาบาลชุมชน ไปร่วมประชุมให้ความเห็นต่อโครงการวิจัยการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่โรงพยาบาลแม่สอด    ที่จริงมีกลุ่มที่สนใจศึกษาและพัฒนาวิธีการเรื่องนี้หลายกลุ่มในประเทศไทย    ค้นได้โดยใช้คำหลัก “ผู้ป่วยระยะสุดท้าย” ด้วย Google

          ภรรยาและลูกสาวไปเข้าหลักสูตรอบรมเรื่อง เผชิญความตายอย่างสงบ ๓ วัน ๒ คืน ที่สวนแสนปาล์ม กำแพงแสน เมื่อเร็วๆ นี้    จัดโดย เครือข่ายพุทธิกา (www.budnet.info)  เสมสิกขาลัย (www.semsikkha.org)  และหน่วย palliative care โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม   มีหลวงพี่ไพศาล วิสาโล เป็นวิทยากรหลัก   จากการค้นด้วย Google ผมพบคำบรรยายของท่านไพศาลที่นี่ มีเสียงประกอบเพลงไพเราะ   ภรรยากลับมาบอกผมว่า หลักการสำคัญที่สุดคือให้เป็นการตายแบบหมดห่วง ไม่ห่วงคนหรือเรื่องราวหลังจากผู้นั้นสิ้นชีวิตไปแล้ว


          เอกสารที่ภรรยาพกกลับมา มีกลอนที่เข้าใจว่าเป็นของท่านพุทธทาส ดังนี้

“อย่าเข้าใจ    ไปว่า               ต้องเรียนมาก
ต้องปฏิบัติ     ลำบาก            จึงพ้นได้
ถ้ารู้จริง         สิ่งเดียว           ก็ง่ายดาย
รู้ดับให้         ไม่มีเหลือ         เชื่อก็ลอง

เมื่อเจ็บไข้     ความตาย         จะมาถึง
อย่าพรั่นพรึง  หวาดไหว         ให้หม่นหมอง
ระวังให้         ดีดี                 นาทีทอง
คอยจดจ้อง    ให้ตรงจุด        หลุดได้ทัน

หนึ่งนาที       สุดท้าย           อย่าให้พลาด
ตั้งสติ           ไม่ประมาท       เพื่อดับขันธ์
ด้วยจิตว่าง     ปล่อยวาง        ทุกสิ่งอัน
สารพันนั้น      ไม่ยึดครอง      เป็นของเรา

ตกกระได      พลอยกระโจน  ให้ดีดี
จะถึงที่         จุดหมาย          ได้ง่ายเข้า
สมัครใจ        ดับไม่เหลือ      เมื่อไม่เอา
ก็ดับเรา         ดับตน            ดลนิพพาน”

 

          เอกสารที่ค้นได้จาก มช. เป็นมุมมองของการดูแลผู้ป่วยใกล้ตายของทีมสุขภาพ    ว่าต้องดูแล ๗ เรื่อง คือ

 
๑. ด้านร่างกาย
๒. การควบคุมอาการปวด
๓. ด้านจิตใจ และจิตวิญญาณ
๔. ด้านกฎหมาย และสิทธิผู้ตาย
๕. ด้านเศรษฐกิจ สังคม
๖. การดูแลภายหลังการตาย
๗. การจัดการเกี่ยวกับศพ และพิธีกรรม

          ผมชอบคำกล่าว “การจัดการดูแลสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ควรเน้นที่การตายอย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์” 
และชอบคำคม
                    “Life is pleasant. Death is peaceful.
                     It’s the transition that’s troublesome” 
                                                     Isaac Asimov (1920-1992)

 
          ผมยังพบอีกว่า ใน G2K มีชุมชน “การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย”   เข้าไปอ่านแล้วได้ความรู้มากมาย    ที่ได้สาระและ tacit knowledge จากมุมของผู้ให้บริการดีมาก คือที่บันทึกของหมออนุวัฒน์   จากเรื่องเล่าในบันทึกนี้ทำให้ผมได้สิ่งที่ต้องดูแลข้อที่ ๘ คือ
          ๘. การดูแลความรู้สึกของญาติพี่น้อง และทำให้ญาติพี่น้องเป็นกำลังสำคัญใน
               การดูแลผู้ป่วยใกล้ตาย   ไม่เป็นภาระหรือตัวบั่นทอนกำลังใจ

 

          เรื่องความเจ็บหนักก่อนตายนี้คงจะมองได้ ๒ แบบ   คือมองเป็นวิกฤต เป็นสิ่งที่ต้องการหลีกเลี่ยง หรือบางคนก็ถึงกับปฏิเสธความจริงนี้   กับมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ทุกคนต้องเผชิญ    แต่บางคนก็โชคดี ไม่ต้องทรมาน   แต่บางคนโชคร้าย ทรมานมาก    เราจะใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไร    พลิกเอาเรื่องนี้ให้เป็นบทเรียนสอนคนเป็นให้ไม่ประมาท ได้อย่างไร    ใช้ชีวิตยามป่วยหนักของคนคนหนึ่ง ให้อีกหลายคนได้เรียนรู้ และทำให้โลก/สังคมน่าอยู่ขึ้น ได้อย่างไร 

          การประชุมในวันที่ ๑๑ ส.ค. ชื่อ “การนำเสนอการวิจัย เรื่อง คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในโครงการกัลยาณมิตรโรงพยาบาลแม่สอด  ในโครงการพัฒนาต้นแบบการสร้างเสริมสุขภาพในบริบทพยาบาล ระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๒”    เป็นขั้นตอนการคืนความรู้ให้แก่ชุมชน   โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๑๐๐ คน    เป็นทีมวิจัย ๔๒ คน จากหลายโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง    ผู้นำและกัลยาณมิตรในชุมชน    และผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล จาก รพ. แม่สอด และทีมจากชมรมพยาบาลชุมชน และจาก สสส.  


          การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ    มี อ. พอ. นพ. ทวีศักดิ์ นพเกษร เป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอน   ทีมวิจัยได้ผ่านการอบรมแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งละ ๗ วัน   โดยครั้งแรกเป็นการฝึกทักษะในการทำความรู้จักตัวเอง   ผู้เข้ารับการอบรมการวิจัยเชิงคุณภาพกับ อ. หมอทวีศักดิ์ จะได้รับการบ้านให้ทำวิจัยในเรื่องที่เป็นงานประจำของตน   และ node รพ. แม่สอดเลือกเรื่อง คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้าย   โดยทำกิจกรรมดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย   ร่วมกับแพทย์ บุคลากรใน รพ.   อาสาสมัครในโรงพยาบาล   และผู้นำชุมชน เช้นประธานชมรมผู้สูงอายุ  ประธานชมรมเบาหวาน  เป็นต้น

   
          สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการประชุมนี้ ทำให้ผมเขียนบันทึกชุด R2R การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย  ซึ่งอ่านได้จาก http://gotoknow.org/blog/thaikm/tag/ผู้ป่วยระยะสุดท้าย

 

         ระยะสุดท้ายของชีวิต ก็เป็นชีวิตที่เรียนรู้ และ ชีวิตที่พอเพียง ได้

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ ส.ค. ๕๑