คุณศิริบูรณ์(น้องหญิง) ทำหน้าที่ผู้ดำเนินการอภิปราย เปิดประเด็นให้เรารู้ว่าเริ่มต้นจะเป็นส่วนของฝ่าย NGO เพื่อให้เขามาบอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่ระยอง อันเป็นการเตรียมตัวของพวกเราก่อนจะลงพื้นที่จริง และได้แนะนำคุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง เป็นผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาเกณฑ์มลภาวะอุตสาหกรรม ซึ่งติดตามการทำงานของภาครัฐในด้านอุตสาหกรรม และกำลังติดตามหลายเรื่อง และอีกท่านหนึ่งคือคุณสุทธิ อัชฌาศัย เป็นนักวิชาการของคณะกรรมาธิการคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของวุฒิสภา เป็นแกนนำคนตะวันออก
คุณจิราวรรณ น้องจุ๊ สว.เชียงราย ได้เล่าให้ฟังว่าเป็นผู้เสนอแนะลุงเอกให้นำภาคประชาชนมาพูดคุยให้พวกเราฟังบ้าง เพราะส่วนใหญ่เราจะรับฟังแต่ภาครัฐและภาคเอกชน กม.รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แต่กฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อมออกมาไม่ทันจึงหันไปใช้กฎหมายเก่าซึ่งมันไม่ค่อยทันเหตุการณ์ คณะอนุกรรมการสิ่งแวดล้อม มีน้องจุ๊เป็นประธาน การเชิญ NGO มาจะทำให้เราได้รู้ว่าตัวคนที่อยู่ระยองได้รับผลกระทบแม้จะได้ชดเชยให้เขาเท่าไหร่ก็ไม่อาจทำให้เขาพอใจได้ เหมือนเขาอยากกินก๋วยเตี๋ยว แต่เราเอาสเต๊คไปให้เขา จากข้อเท็จจริงระยองเจริญจริง แต่คนระยองเป็นอย่างไร
คุณเพ็ญโฉม ได้มาแลกเปลี่ยนสิ่งที่เธอได้รับรู้โดยจะมาเล่าเรื่องด้วยภาพ และมีเอกสารประกอบที่ได้มอบให้เจ้าหน้าที่แล้ว คุณเพ็ญศรีได้เล่ากรณีคลังสารเคมีระเบิด ที่ท่าเรือคลองเตย ๒ มี.ค.๓๔ สมัยรสช. เป็นการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดของไทย ชาวสลัมต้องสูญเสียบ้านภายใน ๑ วัน บ้านเสียหาย ๖๔๒ หลัง ไร้ที่อยู่ ๕,๔๑๗ เสียชีวิตที่เกิดเหตุ ๔ คน ไม่สามารถดับเพลิงเคมีได้ต้องใช้เวลาถึง ๓ วัน ยิ่งฉีดน้ำดับไฟยิ่งเกิดปัญหา มีผู้ได้รับสารเคมีเจ็บป่วยเรื้อรัง มีการปกปิดข้อมูลข่าวสารว่ามีสารเคมีอะไรบ้าง ยิ่งทำให้เกิดปัญหาการรักษาทางการแพทย์ทำไม่ได้ (แก้ไม่ถูกจุด) นักผจญเพลิงและทหารที่เข้าไปช่วยก็ได้รับสารเคมีสะสมในร่างกายจนต้องเจ็บป่วยจำนวนมาก ในที่สุดได้มีการนำกากเคมีขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ไปฝังที่กาญจนบุรีซึ่งเป็นที่ฝึกร.ด. ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของผืนป่าตะวันตก คุณภินันท์ โชติรสเสนีย์ (ต้องขออภัยหากเขียนชื่อนามสกุลไม่ถูกเพราะฟังจากการบรรยาย)ซึ่งหวงแหนผืนป่าดังกล่าวได้ต่อต้านด้วยความเสียสละจนถูกข่มขู่จากฝ่ายทหาร แต่ในที่สุดก็ต้องขุดกากเคมีออกไปฝังกลบให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

การพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก เราต้องการเปลี่ยนประเทศเราจากประเทศเกษตรกรรมไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NICS)โดยไม่มีการวางแผนรับมือกับหายนะภัยอันจะเกิดตามมา จนก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย คุณเพ็ญโฉมได้พูดถึงความเป็นมาของอีสเทอร์นซีบอร์ด และวางแผนล่วงหน้ำไป ๕๐ ปี พูดถึงนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมผาแดง และนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก เนื้อที่หมื่นกว่าไร่ และมีการถมทะเลเพื่อเป็นท่าเรือน้ำลึกสำหรับขนถ่ายสินค้าอุตสาหกรรมและสารเคมี และมีโรงงานอุตสาหกรรม ๑๐๗ โรง เมื่อพูดถึงนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดก็จะหมายถึงนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดบริเวณนั้น ซึ่งจะเป็นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลมาบตาพุด และเป็นเขตอุตสาหกรรมหนักที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นเขตที่มีมลพิษสูงสุด
ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีพื้นที่ชุมชนรายรอบนิคม ๒๕ ชุมชนและไม่ต้อนรับ NGO แต่กลุ่มที่เข้าไปใช้เครื่องมือในการวิจัยเข้าไปหาชาวบ้าน ทั้งๆที่ความจริงทุกคนมีความอึดอัดทั้งชาวบ้าน นักเรียน ครู พระสงฆ์องค์เจ้า ต่างรู้สึกอึดอัดแต่ไม่รู้จะระบายกับใครคับแค้นใจกับทหารในพื้นที่ แต่ไม่กล้าพูดคุยกับ NGO แต่ในที่สุดกลุ่มก็ได้ข้อมูลจำนวนมากจากชาวบ้าน
ที่มาบตาพุดจะมีปล่องเปลวไฟจำนวนมากประมาณ ๑๐๐ ปล่องเศษ ในต่างประเทศหลายประเทศไม่อนุญาตให้มีปล่องแบบนี้เพราะเป็นแหล่งปล่อยมลพิษ เดิมจะรู้จักมาบตาพุดเรื่องกลิ่นเหม็นในอากาศเท่านั้น แต่พอไปดูลึกจริงๆในชุมชน ๒๕ ชุมชนแล้วพบว่ามีปัญหาเรื่องน้ำดื่ม โดยเฉพาะน้ำฝน มีกลิ่นเหม็น ไม่สามารถใช้ได้มานาน ๒๐ ปีแล้ว ตัวอย่างน้ำ ๘๐ บ่อ บ่อน้ำอย่างน้อย ๑ บ่อ จะต้องมีแคดเมี่ยม นิเกิ้ล สาธารณสุขห้ามชาวบ้านดื่มน้ำในบ่อ แต่ ๒๒ ใน ๒๕ ชุมชนไม่มีน้ำประปาใช้ ไม่มีน้ำประชาทั้งๆที่อยู่ติดกับนิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมติดอันดับโลก จะให้ประชาชนทำอย่างไร
ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ธุรกิจท่องเที่ยวเสียหายหมด สภาพชายฝั่งเสียหายหมด มีการฟ้องร้องระหว่างกรมเจ้าท่ากับการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ก่อนฟ้องร้องกันเจ้าของธุรกิจโรงแรมเครียดหนัก เพราะหาดสูญหายจากการกัดเซาะ ไม่ปลอดภัยจากการเล่นน้ำ ทั้งยังมีปัญหามลพิษในน้ำ การฟื้นฟูจะต้องใช้เงินจำนวนมาก เขตอุตสาหกรรมปิโตรเคมี TPI บริเวณหาดมีคราบน้ำมัน ร่างกายชาวประมงมีปัญหามีผื่น ความอุดมสมบูรณ์ของกุ้งหอยปูปลา มีลักษณะที่แปลกไป ปูที่ลากอวนขึ้นมาตายไปเสียครึ่งหนึ่ง ปริมาณที่ได้ก็น้อยลงไป สัตว์ทะเลเอามากินจะได้กลิ่นน้ำมัน
พืชผลเสียหายจากภาวะฝนกรด เป็นที่รู้แก่ใจของนักวิชาการ ภาวะความเป็นกรดของที่นั่นรุนแรง ต้นมะม่วงหากมีฝนลงมาในขณะออกช่อ ก็จะเสียหาย ผักสวนครัวที่ปลูกไว้เมื่อฝนตกลงมาใบจะเป็นรู เน่าเสีย เลี้ยงปลาหรือตะพาบก็จะตาย พูดง่ายๆเศรษฐกิจดั้งเดิมของชุมชนล่มสลายไปหมดแล้ว โดยไม่ได้รับการเยียวยา
สภาพการทิ้งกากอุตสาหกรรมมีอยู่ทั่วไป บางครั้งก็เอามาทิ้งหน้าบ้านชาวบ้านและเผาด้วยซึ่งเป็นอันตรายมากและผิดกฎหมาย
การปนเปื้อนของ VOC สารอินทรีย์ระเหยในอากาศ มีเครื่องมือไปตรวจ ซึ่งสารแต่ละตัวนี้จะมีผลต่อร่างกายไม่เหมือนกัน แรกๆตรวจพบ ๒๐ กว่าชนิด แต่หลังๆเก็บได้ ๑๐ กว่าตัว
คุณเพ็ญโฉมได้เล่าถึงโรคมินามาตะ เกิดจากน้ำเสียของบริษัทชิสโสะ ซึ่งเป็นบริษัทปิโตรเคมี พื้นที่เล็กกว่ามาบตาพุดมาก แต่ผลกระทบของมลภาวะจากบริษัทชิสโสะเพียงบริษัทเดียว ทำให้ปลาตาย นกตาย แมวที่กินปลาก็ตาย โรคนี้ทำให้สารปรอทสะสมในร่างกายเด็กที่เกิดในเดือนเดียวกันมีแม่ที่กินปลาเหมือนกัน สภาพเด็กเหมือนๆ กัน
ชาวจะนะได้มาดูงานที่มาบตาพุดได้เห็นสภาพที่มาบตาพุดจึงต่อต้าน และต่อสู้เพราะกลัวจะเกิดปัญหากับเขา และเกิดการปราบปรามอย่างรุนแรง สภาพชาวบ้านการต่อต้านของชาวมินามาตะก็มีสภาพเดียวกับที่จะนะ
เป็นห่วงว่าโรคมินามาตะจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทยหรือไม่
ถึงเวลาที่จะไม่ต้องประนีประนอมกับการแก้ไขโรงงานอุตสาหกรรมอีกแล้ว รัฐจะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต้องให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และโดยเฉพาะทิศทางและนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมหนักไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรืออุตสาหกรรมเหล็ก กำลังพาประเทศไทยไปสู่หายนะ
ญี่ปุ่นส่งคนป่วยคนชรามาอยู่เมืองไทย เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศของเขาทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทะเลบ้านเขาเสียหาย ทรัพยากรธรรมชาติเขาเสียหายอันเป็นผลจากการพัฒนาอุตสาหกรรม
บทเรียนเหล่านี้ น่าจะทำให้คนไทยมีจิตสำนึกในการพัฒนาประเทศเพื่อบูชาทุนนิยมได้หันกลับมาดูปัญหาความทุกข์ร้อนของชาวบ้านตาดำๆบ้าง...เอ๊ะวันนี้จะเครียดไปหรือเปล่า อิอิ
อ้อ..ยังไม่จบครับพี่น้อง คราวหน้ามาอ่านเรื่องคันๆจากแกนนำคนตะวันออกว่า การที่เรียกระยองว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรมนั้น จริงๆแล้วเป็นเมืองที่อุตส่าห์หากรรม หรือเปล่า...อิอิ
เรื่อง NGO ผมไม่ค่อยมีความรู้ครับ แต่ถ้า NGV เพิ่งไปติดมาครับ หมดตูดเลย เหอๆๆ
สวัสดีครับ
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากครับที่ว่าเมื่อข้อมูลไม่ถูกเปิดเผยหมด ทำให้ความจริงไม่ปรากฏ ก็เกิดการบิดเบือนไปเรื่อยๆ
และยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่าถ้าผู้ที่มีอำนาจหน้าที่และโดยเฉพาะรัฐบาลไม่มีความสามารถพอ ไม่มีวิสัยทัศน์ที่กว้าง ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยี ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องปัญหาของประเทศอื่นและของโลก
ยิ่งกำหนดนโยบายของประเทศผิด ต้องการจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมเร็วเกินไปแทนที่จะพัฒนาเกษตรกรรมให้เข้มแข็งควบคู่กับการควบคุมภาคอุตสาหกรรมให้ไปอย่างเหมาะสมกับสังคมไทย
บางครั้งก็อดถามไม่ได้ว่า แล้วทำอะไรกันอยู่ ปัญหาเกิดขึ้น ก็เห็นกันอยู่ ทำไมไม่มีความสามารถที่จะจัดการเลยหรือ
หรือเป็นเพราะสำนึกหรือกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์พอ นี่ถ้ากำหนดให้ศีล 5 เป็นกฏหมาย คนไทยคงทำผิดกฏหมายกันเป็นว่าเล่น
กฏหมายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของสังคมมนุษย์ครับโดยต้องรวมศีลธรรมเข้าไปด้วย
เมื่อเกิดปัญหา ต้องไล่หาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดอะไรและตรงจุดไหน เมื่อรู้แล้วต้องแก้ไขกันไปครับ
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงและในสังคมไทย หลายครั้งที่เมื่อเกิดปัญหา ไม่ได้ไล่หาสาเหตุจนครบถ้วน จึงได้ข้อมูลที่ไม่ตรง บางครั้งก็เกิอคติ มีผลประโยชน์ ทำให้แก้ปัญหากันตามสภาพ กฏหมายที่เป็นเครื่องมือก็มิได้นำมาใช้อย่างครบถ้วน
ผลจึงเป็นว่า จี้จุดไหน ก็เจอแต่ปัญหาและก็ได้แต่รับทราบปัญหา เพราะกลไกอำนาจไม่หมุน
สงสารประเทศชาติครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
สวัสดีครับคุณสุขสม
NGV ผมก็ไม่ติดตั้งครับเพราะใช้ดีอยู่แล้ว ดีเซล..อิอิ
สวัสดีครับ ผอ.ประจักษ์ ที่แวะมาเยี่ยมครับ
สวัสดีครับท่าน อท.
ผมกำลังจะลงในส่วนที่คุณสุทธิ อัชฌาศัย มาเล่าข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรม แล้วพาพวกเราไปดูของจริง การไปดูเราก็ไปฟังทางฝ่ายการนิคมอุตสาหกรรม แล้วผมก็อยากรู้อยากเห็นของจริงจากปากชาวบ้านก็เลยอาสากลุ่มไปดู จะทะยอยนำมาเล่าในบันทึกครับ อีกวันหนึ่งผมก็อยากไปรู้จากปากของภาคราชการ แฮ่ะๆ ภาคการนิคมก็จะพูดแต่ความถูกต้องในการปฏิบัติ การตรวจวัดค่าต่างๆซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งสิ้น พอเราไปดูสวนชาวบ้าน น้ำในบ่อแห้งใช้ไม่ได้ ต้นไม้ผลได้ผลผลิตน้อย ชาวบ้านเจ็บป่วย ขนาดพวกเราลงไปเดินในหมู่บ้านยังรู้สึกแสบจมูก คอแห้ง แสบตา ไม่ใช่อุปาทานด้วนเพราะเป็นกันหลายคน แถมยังได้กลิ่นเหม็นๆ ชาวบ้านบอกว่านี่ขนาดไม่แรงนะ พอไปฝ่ายราชการก็มีข้อมูลที่ปกป้องตัวเองว่าทำดีที่สุดแล้ว กลุ่มของผมเป็นการศึกษาเมืองอุตสาหกรรมยั่งยืน
ยินดีที่ท่านมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
หวัดดีครับมณีแดง
คนระยองรอบนิคมอุตสาหกรรมมีปัญหากับมลภาวะจริงๆครับ และน่าเป็นห่วงสุขภาพ คนที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็จะว่าการทีนิคมอุตสาหกรรมนี้ดี เพราะธุรกิจเมืองระยองดีกว่าเดิมมาก แต่คนที่ได้รับผลกระทบมีปัญหาสุขภาพ ถ้าต้องตัดสินใจ ใครเป็นคนเลือกละครับ ชาวบ้านมีสิทธิมีเสียงมากน้อยขนาดไหน