แต่เมื่อบุคคลดำรงตำแหน่ง ส.ส.แล้ว จะยังคงเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ได้หรือไม่ ? สำหรับ อ.แหวว ไม่เคยเห็นว่า มีกฎหมายห้าม แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ? เป็นอีกเรื่อง การเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยจะเป็นปรปักษ์ต่อภารกิจของกงสุลกิตติมศักดิ์หรือไม่ ? เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณา ?

เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑  คุณเอ๋ อินไซด์ถามมาว่า “ผมมีข้อข้องใจทางกฎหมายที่อยากจะขอความเห็นในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายว่า  กรณีคนไทยได้รับการแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ของชาติหนึ่ง แล้วไปลงสมัครรับเลือกตั้งจนได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.แล้วนั้น จะยังคงดำรงตำแหน่งกงสุลได้หรือไม่ ? ถ้าได้เพราะอะไร ? ถ้าไม่ได้เพราะผิดกฎหมายอะไร ? ขอรบกวนช่วยให้ความกระจ่างด้วย จะขอบพระคุณอย่างสูง”

อ.แหววจึงขอตอบว่า เท่าที่ผ่านตา ก็ไม่น่ามีกฎหมายใดห้าม ส.ส. ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์นะคะ

การเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ก็มิใช่คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของการสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น หากกงสุลกิตติมศักดิ์มีคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๑ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ และไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๒ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ก็น่าจะสมัครรับเลือกตั้งได้

แต่เมื่อบุคคลดำรงตำแหน่ง ส.ส.แล้ว จะยังคงเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ได้หรือไม่ ? สำหรับ อ.แหวว  ไม่เคยเห็นว่า มีกฎหมายห้าม  แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ? เป็นอีกเรื่อง การเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยจะเป็นปรปักษ์ต่อภารกิจของกงสุลกิตติมศักดิ์หรือไม่ ? เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณา ?  

กงสุลมิใช่ทูตก็จริงอยู่  ในขณะที่ทูตนั้นก็คือผู้แทนของรัฐต่างประเทศในการสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศไทย แต่กงสุลนั้นเป็นเพียงผู้แทนของรัฐต่างประเทศในการดูแลคนต่างด้าวที่เป็นคนสัญชาติของรัฐต่างประเทศผู้แต่งตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์

ถ้าเจอข้อมูลที่แตกต่างออกไป จะมาบอกค่ะ

--------------

มาตรา ๑๐๑ แห่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐

--------------

บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง

(๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง

(๔) ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

(ข) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง

(ค) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา

(ง) เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี

(๕) ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบสัดส่วนต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตาม (๔) ด้วยแต่ลักษณะดังกล่าวในกรณีใดที่กำหนดถึงจังหวัด ให้หมายถึงกลุ่มจังหวัด

(๖) คุณสมบัติอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

--------------

มาตรา ๑๐๒ แห่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐

--------------

บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(๑) ติดยาเสพติดให้โทษ

(๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๓) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๐ (๑) (๒) หรือ (๔)

(๔) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

(๕) เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๗) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๘) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง

(๙) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๑๐) เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี

(๑๑) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

(๑๒) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๓) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา ๒๖๓

(๑๔) เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง