
เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เข้าไปเป็นเกียรติในการจัดโครงการรวมพลคนกิจกรรม หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นปากว่า “ถนนคนมีฝัน” โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างงานกิจกรรมนิสิต ซึ่งมี “คุณแดนไท” เป็นแม่ทัพ และงานพัฒนานิสิต ซึ่งมีเจ้านุ อติรุจ เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อน
กิจกรรมนี้ ผมเป็นคนวางแนวทางไว้ในปีที่แล้ว แต่โชคดีเมื่อก้าวพ้นออกมายังมีคนสานต่อความฝันนี้ให้ ทั้งที่ตอนแรกก็ดูเงียบ ๆ จนน่าใจหาย แต่ในที่สุดคุณแดนไทก็ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนเรื่องนี้อีกยก พร้อม ๆ กับการเปิดโอกาสให้ผมได้ก้าวเข้าไปร่วมคิดร่วมสร้าง หรือเรียกให้หรูหน่อยก็คือ “เป็นที่ปรึกษา” ทั้งโดยส่วนตัวและส่วนราชการ
อันที่จริงผมไม่ค่อยพึงใจกับชื่อ “รวมพลคนกิจกรรม” เท่าไหร่นัก แต่ชอบชื่อ “ถนนคนมีฝัน” มากกว่าเป็นไหน ๆ เพราะชื่อหลังนี้ฟังดูมีจินตนาการลื่นไหล มีชีวิตชีวาและเปิดกว้างโดยไม่จำกัดว่าคนที่เข้าร่วมจะเป็นแต่เฉพาะกลุ่มผู้นำนิสิต หรือกลุ่มที่ทำกิจกรรมเท่านั้น แต่มันหมายรวมถึงใครก็ได้ที่มีความฝัน แล้วกล้าพอที่จะนำความฝันของตนเองมาสื่อสารกับคนอื่นอย่างเปิดเผย

พิธีกรกลุ่มไหล..สัญจรมาสร้างสีสันกันอย่างชื่นมื่น
โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากเห็นเวทีนี้เป็นพื้นที่แห่งการแสดงศักยภาพของนิสิตในมิติต่าง ๆ อย่างหลากหลาย มีเสรีและเต็มที่อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ทุกบ่ายวันพุธก็อยากให้มหาวิทยาลัย ไม่มีการเรียนการสอน แต่ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีเวทีนี้ขึ้น นิสิตท่านใดมีความสามารถใดก็นำมาแบ่งปัน สื่อสารต่อกันและกันอย่างเป็นกันเอง ใครถนัดร้องก็ร้อง ถนัดรำก็รำ ถนัดเต้นก็เต้น ถนัดเขียนภาพก็มาเขียนภาพ ถนัดพูดก็มาพูด มีผลงานใด ๆ มีหนังสือ มีเสื้อผ้าก็นำมาจัดแสดงแลกเปลี่ยนร่วมกัน หรือแม้แต่บางทีก็อาจจัดให้มีการประกวดโน่นประกวดนี่เพื่อเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงออกและฝึกทักษะอันเป็นความสามารถของตนเอง
แต่สำหรับวันนี้ ผมและทีมงานเลือกที่จะให้เป็นเวทีแห่งความผูกพันที่มีต่อ “แม่” ด้วยการประกวดร้องเพลงที่เกี่ยวกับแม่ พูดความรู้สึกที่มีต่อแม่ ประกวดจดหมายถึงแม่ โดยแต่ละฉบับ ผมเป็นคนควักเงินค่าแสตมป์ให้กับนิสิต และเป็นที่น่าชื่นใจว่าบางฉบับถูกส่งไปหาแม่ในต่างประเทศเลยก็มี –

ไม่เพียงแต่เฉพาะเท่านั้น เรายังชวนเชิญชาว “วงแคน” มาเล่นละครสั้นที่เกี่ยวกับ “แม่” โดยเนื้อหาที่นำเสนอก็เป็นเนื้อหาที่เราคุ้นชินมาแล้วทั้งนั้น นั่นคือปัญหาของลูกที่ตกเป็นทาสยาเสพติด ขณะที่แม่ก็เป็นแม่ค้าหาบเร่ที่ทุ่มเทชีวิตให้กับลูกอย่างไม่ย่อท้อ และท้ายที่สุดลูกก็สำนึกบาปได้ ในขณะที่แม่ก็ให้อภัยกับลูก ซึ่งถึงแม้จะเป็นเนื้อหาที่คุ้นชินกันอยู่แล้ว แต่ด้วยศิลปะการนำเสนอที่ออกแนวตลก ๆ ก็ชวนให้ผู้ชมสนอกสนใจ ตื่นตัวตื่นใจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในบางห้วงที่มีเสียงขลุ่ยอันโหยเศร้าแต้มบรรยากาศของเรื่องที่แม่กำลังทุกข์ใจ ก็พาให้หลายคนมีน้ำตาซึมไหลอย่างเห็นได้ชัด



การสัมภาษณ์นิสิตที่ได้รับรางวัลจากการเขียนจดหมายถึงแม่ .

ผมว่ากิจกรรมง่าย ๆ เช่นนี้ควรเกิดขึ้นและมีพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างหลากหลายและต่อเนื่อง ไม่เพียงฝึกฝนให้นิสิตได้คิดและทำเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการหลอมรวมผู้คนในมหาวิทยาลัยให้ขยับใจเข้ามาใกล้ชิดกัน และเชื่อมใยโยงไปถึงการสอดแทรกเรื่องราวแห่งจิตสาธารณะไปด้วยก็ได้
หากเวทีนี้เกิดขึ้นได้จริง ผมเชื่อเหลือเกินว่าเวทีอันเป็นถนนนักฝันนี้ จะเป็นเวทีชีวิตที่เติมเต็มความเป็นชีวิตนิสิตในมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญก็คือ เวทีแห่งนี้จะกลายเป็นเวที หรือถนนแห่งการบ่มเพาะพลังทางปัญญาของนิสิตได้อย่างแนบเนียน
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ภายใต้เวลาอันจำกัด ผมจึงร่อนแถลงการณ์ชวนเชิญคนที่มีความฝันมาร่วมแบ่งปัน สื่อสารแก่กันและกัน ดังความว่า
เสียงจากถนนคนมีฝัน..
มันเป็นเพียงความฝันของใครเพียงไม่กี่คน ที่ปรารถนาจะเห็นพื้นที่แห่งการแสดงศักยภาพของนิสิตอย่างสร้างสรรค์และต่อเนื่อง ท่ามบริบทภายในมหาวิทยาลัยที่แวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความฝันที่มีชีวิต
ความฝันที่ว่านั้น หมายถึงเรามีห้วงเวลาในแต่ละสัปดาห์สักวันหนึ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ สัญจรมาพบปะกันในช่วงบ่ายของวันพุธ ใครใคร่แสดงอะไรก็มาแสดงให้กันชม ใครมีผลงานอันใด ก็นำมาโชว์ มาจัดแสดง ทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทั้งเพื่อการจำหน่าย จ่ายแจก .. คล้ายกับว่า วันเวลาดังกล่าว เป็นการพบกันของคนที่มีความฝัน นำความฝันมาบอกเล่าด้วยกระบวนการต่าง ๆ สุดแท้แต่ใครถนัดอะไรก็สื่อสารออกมาตามวิถีนั้น
ในโอกาสของการเปิดงานถนนคนมีความฝันแบบง่าย ๆ ในวันนี้ เราถือโอกาสย้อนวันแห่งความรักของความเป็นแม่มาบอกกล่าวกับผู้คน ผ่านการร้องเพลง ผ่านจดหมายแห่งความรักของลูกที่เขียนไปถึงแม่ และอื่น ๆ ที่เราพึงกระทำได้ในเวลาอันจำกัดจำเขี่ย
ถึงกระนั้นก็ยังเฝ้าฝันว่า ภายภาคหน้าของการเดินทางในถนนสายนี้ เราจะมีมิ่งมิตรสัญจรมาร่วมกับเรามากขึ้น และมากขึ้น จนทำให้ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยความฝันนานาประการ เป็นถนนวัฒนธรรมของนิสิต มมส ... เป็นถนนแห่งการแสดงพลังทางความคิดของนิสิตอย่างสร้างสรรค์และต่อเนื่อง
ถนนเส้นนี้ คงไม่สามารถก่อเกิดเป็นรูปรอยอันใดได้ หากปราศจากการสัญจรมาร่วมใจของเรา ๆ ท่าน ๆ ...
จึงหวังแต่เพียงว่า การเดินทางครั้งต่อไป มิ่งมิตรจะสัญจรมาเป็นส่วนหนึ่งของเรา ใครมีอะไรก็นำมาโชว์มาแสดง แจกจ่ายและแลกเปลี่ยนตามวิถีแห่งมิตรภาพ ใครมีความสามารถอันใดก็ไม่รีรอที่จะก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างาม
เราหวังเช่นนั้น และต้องการให้เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ...
จาก.งานกิจกรรมนิสิต
งานพัฒนานิสิต
และบรรดาคนมีความฝัน
สวัสดีครับ พี่แผ่นดิน
มีฝันคือกันอ้าย
ต้นเดือนหน้าหวังว่าสิได้พ่อหลาน ๆ อยู่มหาสารคาม
ถนน คนมีฝัน
มาดูกิจกรรมดีๆ
แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ
มีแต่สิ่งดีๆค่ะ
สวัสดีครับ ครูโย่ง
ตอนนี้ผมอยู่ที่มหาชีวาลัยอีสานกับพ่อครูบา ฯ พานิสิต 50 คนมาออกค่าย
และนี่ก็เป็นอีกความฝันหนึ่งที่ปรารถนาให้นิสิตได้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ และก่อเกิดมุมมองใหม่ ๆ ในการจัดกิจกรรมกับสังคม
ความฝันนี้ เป็นความฝันที่ได้ลงมือทำแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับนิสิตเองว่า จะลงมือทำได้กี่มากน้อย
ขอบคุณครับ
ออต
ก่อนหน้านี้พยายามโทรหา เพราะมีหนังสือบางส่วนที่จะส่งไปที่โรงเรียนที่ออตจะไปค่าย แต่คุยกันแล้วว่า จะส่งไปทีหลัง นะครับ
มามหาสารคามเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกนะครับ (จะพาทัวร์)
สวัสดีครับ
เป็นที่น่ายินดีว่า หลังการเปิดตัวเวทีนี้แล้ว เริ่มมีนิสิตทยอยเข้ามาแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วมกิจกรรม และเวทีนี้ จะไม่มีการว่าจ้าง หรือจ่ายค่าตอบแทนใด ๆ เป็นการมากันด้วยใจล้วน ๆ
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจนะครับ และขอให้มีความสุขกับชีวิตเช่นกัน
ตู้ ปณ.จดหมายถึงแม่...
ชวนปลุกเร้า...โหยหา แต่ไม่ห่างเหิน สำหรับคนห่างแม่อย่างผม ด้วยจังหวะชีวิตที่มีภาระงาน และห่างไกลในกิจกรรม มหาวิทยาลัยหมาดๆ และความอยากในการเข้าไปมีส่วนร่วมของกิจกรรม ยังเต็มฯ...สักวันหนึ่งมันคงจะล้นทะลัก ออกมาเป็นการกระทำ ให้หวนกลับสู่อ้อมอกสถาบันฯ ....ดีใจที่เห็นกิจกรรมดีๆเกิดขึ้นมาในมหาวิทยาลัยมหาสารคามครับ..เวทีกลางตลาดเลย
คิดถึงเสมอครับ..เหน่ง
มีความสุขมากครับที่ได้ร่วมทำกิจกรรมนี้ คิดถึงแม่แม้ว่าไม่ได้กลับ แต่ก็ไม่ได้เสียใจครับเพราะความรู้สึกของผมแม้ว่าบรรยายไม่หมดแต่ก็ได้พูดบนเวทีบ้างแล้ว ขอบคุณสำหรับกิจกรรมดีดีอย่างนี้ครับผม
สวัสดีครับ น้องสัญญา HRD Officer
ชีวิตในถนนของการทำงาน แตกต่างลิบลับกับโลกแห่งการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย แต่พี่ก็เชื่อเหลือเกินว่า กิจกรรมที่เหน่งเรียนรู้อย่างหลากหลายนั้น จะเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับการใช้ชีวิตและทำงานในวันนี้
สำหรับกจกรรมที่จะขึ้นนี้ เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่เราคิดแบบไม่ซับซ้อนอะไร คิดแล้วทำอย่างไม่ลังเล และโชคดีที่สิ่งที่คิดนั้นบังเอิญเป็นเรื่องที่ตรงกับความรู้สึกของใครอีกหลายคน เลยพลอยให้กิจกรรมดำเนินไปได้อย่างคึกคัก
....
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม และขอให้มีความสุข. มีพลังกับการใช้ชีวิต นะครับ
สวัสดีครับ เดียร์ muangkhan
ขอบคุณที่แวะมาเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมในวันนั้น และหวังว่า จะร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องร่วมกันอีกต่อไป เพราะนี่คือเวทีที่ควรจะต้องมีมานานแล้ว ดังนั้น พี่จึงหวังว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เป็นเวทีแห่งความคิด เป็นเวทีแห่งศักยภาพของนิสิต และเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนความดีงามอย่างไร้พรมแดน
สำหรับวันแม่...
พี่เองก็ไม่ได้กลับไปหาแม่เหมือนกัน
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
เวทีแห่งนี้จะกลายเป็นเวที หรือถนนแห่งการบ่มเพาะพลังทางปัญญาของนิสิตได้อย่างแนบเนียน
สวัสดีครับ อ.Preeda
ผมประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าเวทีนี้คือเวทีที่จะสร้างพลังทางปัญญาให้กับนิสิต แต่นั่นก็ต้องหมายถึงว่านิสิตต้องให้ความสำคัญกับเวทีนี้ด้วยตนเอง
การจัดครั้งนี้ เป็นเสมือนการโยนหินถามทาง แต่เชื่อว่า เทอมหน้า กิจกรรมนี้จะได้รับการขานรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า เป็นเวทีของนิสิตอย่างแท้จริง
ผมเชื่อเช่นนั้น และยังจะเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลังอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
....
ขอบคุณครับ