วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่14 ส.ค 2551 เวลา ขณะที่ออกมาทำงาน เวลาประมาณ 8.00น ขณะที่เรากำลังติดไฟแดงอยู่ ซึ่งอยู่ไม่ห่าง ไฟแดงนี้ อยู่ไม่ห่าง จากที่ทำงานมากนัก แค่ไม่กี่ร้อยเมตร พอถึงไฟเขียว รถกำลังจะออกตัว ก็ได้ยินเสียงดังกึ๊ก พร้อมความสั่นสะเทือน มันเกิดอะไรขึ้น เราก็หันไปมองด้านหลัง เราก็เห็นรถทัวร์คันนึง อยู่ทางด้านหลัง เราคิดในใจว่า "โดนชนท้ายแน่เลย" พอดีมันเป้นไฟเขียวซึ่งเราต้องออกรถแล้ว ก็เลยขับตามรถทัวร์คันนั้นไปใกล้ๆ แล้วกระพริบไฟเพื่อให้รถทัวร์คันนั้นปรากฎว่า มันไม่จอด เราก็เลย จอดรถข้างทางเพื่อลงไปดูความเสียหาย ปรากฎว่า สีของรถทัวร์คันนั้น มันติดอยู่ที่ท้ายรถเราเลย เราก็คิดว่าชัวร์แน่ ไอ้รถทัวร์นั่นแน่นอน ว่าแล้ว เราก็ขับรถตามมันไปเพื่อไปดูทะเบียนรถ ระหว่างขับรถตามรถทัวร์ เราก็โทรหาตำรวจ เพื่อให้เขาดักจับรถทัวร์คันนั้น  ตำรวจก็ถามเราว่า เลขทะเบียนรถอะไร ของบริษัทอะไร เลขข้างรถคืออะไร เราก็บอกได้คร่าวๆ ไม่ถูกต้องนัก เราก็เลยลองขับตามไป  แล้วเราก็โทรหาพี่เภสัช ชื่อ"พี่น้อง" เนื่องจากสามีของพี่เค้าเป็นตำรวจ เพื่อขอคำปรึกษา เราก็ขับรถตามไปเรื่อยๆก็เกือบ50 กม.เกือบถึงอ.พยุหะแนะ เราเห็นรถทัวร์อยู่คันนึง เราก็นึกในใจว่า ถ้าไม่ใช่คันนี้เราก็จะกลับแล้วหล่ะ ปรากฎว่า ใช่แหะ เป็นรถทัวร์คันนั้น เราก็เลยขับไปใกล้ๆ เพื่อดูเลขทะเบียน บริษัทให้ชัด แล้วเราก็โทร หาพี่น้อง เพื่อให้เขาแจ้งสายตรวจเพื่อสะกัดจับอีกที แล้วเราก็ขับรถกลับไปทำงาน ไปถึงที่ทำงาน ก็ตกเส้นแดง เซ็นต์ชื่อไม่ทันเลย(ไม่เป็นไร เดือนนึงได้ 4ครั้ง เดือนนี้สายแค่ 1ครั้งเองยังเหลืออีก3) พอถึงที่ทำงาน ปรากฎว่า พี่น้องบอกว่าเขาจับรถได้แล้ว ให้เราไปเจรจากัน

 เมื่อไปถึงก็มีพี่ตำรวจ คนขับรถทัวร์ พนง.อีก2คน พอถึง คนขับรถ มันก็ลงมาดูที่รถแล้วพูดว่าไงรู้ไม๊ มันบอกว่า" โธ่ ถลอกแค่นี้เอง ขัดสีนิดหน่อย แล้วทาทับก็หายแล้ว ถ้าผมตั้งใจชนท้ายจริง ป่านนี้รถพี่ยุบกว่านี้เยอะ" คิดดู๊ ดูมันพูด(คิดในใจนะ) เราก็ยืนฟังเฉยๆ แต่เราก็โทรตามประกันเรามาด้วย แต่ตอนนี้ประกันยังไม่มา เราคิดในใจ ว่า ถ้าเราตกลงกันไม่ได้ เราก็คงไปแจ้งความแล้วไปเจรจากันที่โรงพัก คนขับรถมันก็เดินไปเดินมา แล้วตำรวจก้ให้มันโทรหาเถ้าแก่ กับบริษัทประกัน สักพักบริษัทประกันของมัน ก็มา ก็มาดูบาดแผล ถ่ายรูปอะไรทำนองนี้ คนขับรถมันก็ไม่ยอมรับผิด (เพราะว่าถ้าไม่ยอมรับผิด ประกันมันเคลียร์ไม่ได้ ก้ต้องไปแจ้งความ แต่ถ้ามีคนผิด ก็ให้บริษัทประกันฝ่ายนั้นยอมจ่ายค่าเสียหายไป) พูดอะไรอยู่ตั้งนาน จนเถ้าแก่เค้ามาก็บอกว่า"อย่างนี้ ฝ่ายเค้าเองผิด เขียนยอมรับผิดไปเลย ก็โอเค จะได้จบเรื่อง แต่มันไม่จบเท่านั้นซิ พี่น้อง...ปรากฎว่า เมื่อประกันของบริษัทรถทัวร์นี้มันดูกรมธรรม์แล้วปรากฎว่า หมดอายุ ก็เลยต้องตกลงกันใหม่โดยที่ประกันรถเราเป็นประกันชั้นหนึ่งซ่อมศูนย์ฯ เพราะฉะนั้น ต้องไปตีราคาค่าซ่อมที่ศูนย์ฯ ก็ต้องไปที่ศูนย์ฮอนด้า เราก็ต้องขับรถไป ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร หลายสิบกิโลเลยล่ะ กะว่าวันนี้ต้องให้เสร็จเรื่องเสร็จราว พอมาถึง ก็ปรากฎว่า เค้าทำประกันกับอีกบริษัทนึง ซึ่งเราก็ให้ ประกันเค้าคุยกันเอง ซึ่งประกันเราเค้าก็ บอกว่า "ฝ่านนู้นเค้าก็ยอมรับผิดนะ แต่คอให้ไม่ต้องแจ้งความ แล้วให้ไม่ต้องพูดเรื่องที่คนขับรถมันขับหนี" เราก็โอเค เพราะ เราก็ไม่อยากเสียเวลามากนัก แล้วมันก้มีคนมารับผิดชอกเรื่องการซ่อมรถแล้ว ก็โอเค กว่าจะเสร็จเรื่องราววันนี้ ก็ปาเข้าไป เที่ยงพอดี เริ่มหิวแล้ว...

เราลืมเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ ไปดูรถ เราไปกับพี่น้อง ไปกันสองสาว(สวยๆ) แต่พอตอนที่จะไปที่ศูนย์ฮอนด้า เราไปกับพี่ไข่ (พี่หมอฟันที่สนิทกันมากอีกคนนึง แต่ต้องไปรับที่คลินิก) เพราะว่าพี่น้องมีงานจ่ายยาต้านไวรัส วันนี้มีคลินิกผู้ติดเชื้อ ซึ่งความจริงวันนี้เราต้องลงตรวจด้วย แต่ว่ามาเกิดเรื่องซะก่อน ก็เลยว่า ถ้าเรากับพี่น้องไม่อยู่ทั้งสองคน สงสัยจะมั่วไปกันใหญ่ ก็เลยต้องเปลี่ยนตัว ไปรับพี่ไข่ที่คลินิก ตอนโทรไป ก็บอกว่าพี่ เปิ้ลโดนชนตูด พี่ไข่ถามว่า"ชนตูดเปิ้ล หรือตูดรถ" อิอิอิ อารมณ์ขันท่ามกลางความเครียด ก็เหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี กว่าจะเข้าที่ทำงานก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายโมง เหนื่อยชะมัดเลย

อ้อ เราลืมเล่าให้ฟังเรื่องประกันของเรา กว่าจะมาเราก็เกือบจะตกลงกันได้ในช่วงแรก เรายังพูดกันเล่นๆเลยว่า สงสัย ประกัน มันต้องขี่มอ'ไซค์แน่เลย มันถึงได้มาช้า มาช้ามากๆ ปรากฎว่า เค้าขี่มอ'ไซค์มาจริงจริ้ง แต่ก็ทันเวลาตรงที่ว่า รถทัวร์มันขาดประกัน ก็เลยต้องเคลียร์กันอีกรอบ

บทสรุปของประสบการณ์วันนี้

  • เมื่อประสบอุบัติเหตุ ต้องตั้งสติให้ดี ต้องจำทะเบียนรถให้ได้
  • โทรแจ้งตำรวจ ถ้ามีประกันโทรหาประกันด้วย
  • โทรหาคนใกล้ชิดเพื่อแจ้งเหตุ เพื่อบางครั้งเราต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งตอนที่เกิดเหตุเรามักจะเสียสติ นึกอะไรไม่ค่อยออก
  • การมีเพื่อนร่วมงานที่ดี เป็นสิ่งมงคลในชีวิต สามารถให้ความช่วยเหลือในยามที่เรามีเรื่องเดือดร้อน
  • ความอดทน เราอย่าไปต่อล้อ ต่อเถียงกับคนพาล ถ้าตกลงไม่ได้ก็แจ้งความฟ้องศาล ไปตกลงกันที่ศาลอย่างเดียวเลย ให้มันรู้กันไป แค้น...

ก็จบแล้วสำหรับเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น...เหนื่อย...เครียด ในวันนี้