วันที่ได้มีโอกาสพบเจอ ก็สงเคราะห์กันไป ในส่วนที่เหลือต่อจากนี้ ผู้เขียนเอง ก็คงได้แต่วางอุเบกขา

 เมื่อวานนี้ ขณะที่ผู้เขียนขับรถ หลุดจากวงเวียน เลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเขาคันทรง ก็ได้พบภาพของชายคนหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้เคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้ เหมือนภาพย้อนกลับ ทุกอย่างปรากฏ ภาพเดิม ณ จุดเดิมทีเดียว

นี่คือภาพคนพิการ ยืนถือไม้เท้าอยู่ข้างถนน

ใช้ศีรษะค้อมขึ้นลง เพื่อโบกรถ

หวังจะขอโดยสารไปด้วย

ครั้งก่อนนั้น ผู้เขียนเวทนา จึงหยุดรถรับขึ้นมา

 แรกๆก็นึกกลัวเหมือนกันว่าอาจเป็นการสร้างเหตการณ์

เหมือนในข่าวหรือเปล่า แล้วก็ทำร้ายพลเมืองดีทีหลัง

 แต่ตรงที่เขายืนอยู่นั้น มีรถวิ่งถี่ ไม่ขาดสาย ก็น่าจะเชื่อใจสงเคราะห์ได้

เขาขึ้นรถด้วยความทุกลักทุเล

เพราร่างกายซีกซ้าย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง

พอขึ้นรถได้เขาก็บอกว่า จะมาหาญาติที่เขาคันทรง

เขาควักบัตรประชาชนออกมาให้ดู

แสดงความบริสุทธิ์ใจ

เมื่อไต่ถามระหว่างทาง จึงทราบว่าเขาถูกรถชนและเป็นเช่นนี้มา ๑๓ ปี

เคยอยู่กับแม่ ต่อมาแม่เสียชีวิต

ได้มีคุณป้าท่านหนึ่งสงสารจึงนำไปเลี้ยงดู

Dsc08387

ครั้งนั้น ผู้เขียนฟังเขาพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ประสาทกระทบกระเทีอน

จึงพูดเร็ว รัว ต้องบอกให้พูดช้าๆชัดๆ

เขาบอกที่อยู่ของญาติ แต่ผู้เขียนไม่รู้จัก

จึงบอกว่าจะพาไปที่บ้านกำนัน

และให้กำนันไปส่งแทน

อีกอย่างก็จะได้รู้ด้วย ว่าเขาโหกผู้เขียนหรือเปล่า

แต่ทั้งหมดเขาพูดความจริง

ภรรยากำนัน จำเขา ว่าเป็นลูกใครได้ด้วย

วันนั้นจึงยกให้เป็นหน้าที่ ของกำนันช่วยส่งเขาไปหาญาติ

เหตุที่เขาต้องไปยืนโบกรถตรงจุด วงเวียนหนองค้อนั้น

เพราะเขากำลังมารักษากับหมอนวดแผนโบราณ

ซึ่งรักษาฟรี

และอาการเขาก็ดีขึ้น เขามาจากบางละมุง

นานครั้งจึงจะมาหาญาติที่เขาคันทรง

เพื่อจะขอสงเคราะห์เงินทองบ้าง

บางครั้งโชคดีถ้าเจอก็ได้เงิน

แต่ถ้าไม่เจอก็ต้องกลับฟรี เช่นกัน

ระหว่างทาง เขาให้พรผู้เขียนซ้ำไปซ้ำมา

 ขอให้โชคดี ร่ำรวย อย่างเจ็บอย่าไข้ ขอให้มีแต่คนช่วยเหลือ

แล้วก็เปรียบเทียบต่างๆนาๆ ในทางที่ดีงาม

 ด้วยว่าซาบซึ้งในน้ำใจของผู้เขียน

ที่จอดรถรับเขาถึงสองครั้ง

เขาบอกว่ายืนอยู่นาน โบกจนนับรถไม่ถ้วน ไม่มีใครรับเขาสักที

เขาไม่ได้มาบ่อย แต่เจอหมอก็รับเขาทุกที

กำลังนึกว่า เขาพิการขนาดนี้

คุณป้าใจดี ที่ไม่ใช่ญาติที่สงเคราะห์เขา

เขาจะทำอะไรตอบแทนคุณป้าได้บ้างหนอ

มีแต่เป็นภาระเสียมากกว่า

บางครั้ง

ความมีเมตตาต่อกัน ก็ไม่ได้มีเหตุผลมากมาย อะไร

แต่เขาก็เล่าว่าได้ช่วยเหลือคุณป้าเช่นกัน

 โดยการไปนั่งช่วยขายผักตามตลาดนัด ร้องเรียกให้คนซื้อผัก

โถ..ฐานะความเป็นอยู่ของป้าก็คงไม่ดีเท่าไหร่

 ต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัว รวมถึงเขาด้วย ๕ คน

ผู้เขียนพยักหน้าให้กับความนับถือน้ำใจ ที่คนมีต่อกัน

เข้าใจแล้ว ที่เขาต้องมาบ้านญาติบางครั้ง

ก็เพื่อจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบ้าง

แต่หลายครั้งเขาก็คาดการณ์ผิด ไม่ได้พบญาติอีก

ครั้งแรกนั้นผู้เขียนได้ให้เงินเขาไปเพื่อกินข้าวที่ร้านค้าด้วย

และครั้งนี้ก็ให้อีกเช่นกัน

นายประสิทธิ์ หอมระรื่น คือชื่อเขา

ได้ขอถ่ายรูปและบอกว่าจะนำเรื่องราวมาเล่าให้เพื่อนหมอฟัง

เขาพยายามเอามือขวาประกบมือซ้าย แล้วยกขึ้น ขอบคุณ

ก่อนจะลงจากรถและจากไป ตรงทางแยกบ้านญาติ

ที่เขาขอเดินเข้าไปเอง

พอดีที่วันนั้น ก็มีคลินิกแพทย์ลงคนไข้มาก

จึงต้องรีบเดินทางกลับสถานีอนามัย

ชีวิตของแต่ละคน ล้วนมีเรื่องราวแตกต่างกันไป

วันที่ได้มีโอกาสพบเจอ ก็สงเคราะห์กันไป

ในส่วนที่เหลือต่อจากนี้ ผู้เขียนเอง ก็คงได้แต่วางอุเบกขา

กับชะตากรรมของเขาเท่านั้น

เป็นเรื่องเล่าระหว่างทาง ที่มีให้เห็น

ให้ได้สงเคราะห์บ้าง หรืออาจเลยผ่าน

ไม่ได้เก็บทุกภาพมาใส่อัลบัมใจทุกภาพไปค่ะ

ก่อนจะออกรถจากภาพนั้นไป

ก็ได้แต่ขอให้เขาโชคดี อย่าเจ็บ อย่าไข้ มีคนช่วยเหลือตลอดไป

 เหมือนคำที่เขาให้พรผู้เขียนซ้ำๆด้วยเช่นกัน

โชคดีนะ..ประสิทธิ์