บ้านนักเรียน

                  วันนี้ฉันไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ทำให้ฉันได้มุมมองอะไรหลายๆอย่างในชีวิต ถามว่าเป็นครั้งแรกไหม ก็ตอบว่าไม่ใช่... ฉันเยี่ยมบ้านนักเรียทุกครั้งของปีการศึกษาใหม่ของนักเรียนในความรับผิดชอบ
อยากรู้จักนักเรียนทุกคนให้มากๆ นักเรียนถามฉันว่า ครูทำไมครูถึงเยี่ยมบ้านพวกหนู คำแรกเราตอบว่าครูอยากรู้จักพวกหนูทุกคนให้มากขึ้น จะได้รู้ว่าหนูอยู่อย่างไรกับใคร มีปัญหาอะไร แต่ลึก ๆ ในใจก็คือ ครูอยากไปนั่งในหัวใจของพวกเธอ เหมือนที่เธอเข้ามานั่งในหัวใจครูในตอนนี้
                  วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ฉันไปเยี่ยมบ้านนักเรียนชุดสุดท้ายที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยม สิ่งที่ฉันตระหนักก็คือคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันของมนุษย์ บ้านเหมือนไม่ใช่บ้าน แออัด เฉอะแฉะ แล้วคุณภาพการเรียนจะเกิดได้อย่างไร ฉันได้คำตอบให้แก่ตัวเองว่า ทำไมนักเรียนของฉันถึงแต่งตัวมอมแมมเหมือนไม่ได้ผ่านการซักรีดเลย และไม่สงสัยเลยว่าทำไมนักเรียนบางคนถึงอ่านหนังสือไม่คล่อง แต่ฉันไม่เคยรังเกียจนักเรียนของฉันเลย กลับอยากช่วยเหลือให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้
                 ทุกปีการศึกษาฉันจะให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุกปี ฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ฉันคิดว่าคนที่ลำบากกว่าฉันยังมีอีกมาก ฉันเกิดมาจากครอบครัวที่ฐานะลำบากไม่ค่อยดีมาก่อน ฉันจึงรู้ซึ้งถึงความลำบาก แต่ก็ยังที่ดินทำกิน และแม่กับพ่อเห็นความสำคัญของการศึกษาฉันจึงสบายแบบทุกวันนี้
                 ฉันจึงพร่ำสอนลูกศิษย์เกี่ยวกับการตั้งใจเรียน ให้รับผิดชอบ โดยยกตัวอย่างจากตัวเองที่เคยลำบากมาก่อน อดมื้อกินมื้อมาก่อน ไม่เคยเกี่ยงงานหนักเอาเบาสู้  ความอดทนในเรื่องการทำงานจึงติดตัวตั้งแต่นั้นมา และต้องกราบขอบพระคุณพ่อกับแม่ที่อบรมสั่งสอนเราให้อดทน ฝึกฝนลูก ๆ ด้วยสถานการณ์แห่งความลำบาก
                 เด็กบางคนในความรับผิดชอบมีฐานะดี ฉันก็ไม่ค่อยเป็นห่วง แต่ร้อยละ 90 ลำบากมาก ฐานะไม่ค่อยดี ฉันได้มีโอกาสคุยกับนักเรียนคนนึง เขาบอกเราว่า เขาเป็นลูกคนเดียว พ่อกับแม่มีวิธีเก็บเงินให้เขาเห็น รายได้แบ่งเป็นส่วน ๆ ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าซ่อมรถ ค่าอาหาร แบ่งเป็นหมวดหมู่ ฉันรู้สึกชอบใจที่เขารู้จักจัดการเงินภายในครอบครัว ฉันเอามือลูบศีรษะเด็กคนนี้ด้วยความเอ็นดู แล้วก็บอกว่าหนูควรจดจำสิ่งที่พ่อแม่ทำให้ดีเพราะนั่นคือสิ่งที่พ่อแม่กำลังสอนหนูให้รู้จักการใช้จ่าย แต่มีเด็กอีกคนนึงต้องผลัดกันหยุดกับน้องเพราะไม่มีเงินไปโรงเรียน อีกคนนึงก็พ่อแม่ไม่รู้ไปอยู่ไหนปั่นจักรยานมาโรงเรียนระยะทางไกลเป็นกิโล ๆ ทุกวัน เพราะต้องเก็บเงินค่ารถไปซื้ออาหารกลางวัน มีความมุมานะในการมาโรงเรียน
                 นี่คืออะไร....เมื่อไหร่คุณภาพชีวิตของคนได้รับการดูแลนะ...ฉันอยากมองเห็นอนาคตที่ดีตอบแทนนักเรียนที่มีความอดทนต่อความลำบากจัง..แต่สิ่งที่ฉันมองเห็นมันคงอีกไกลกว่าเด็กเหล่านี้จะโตและรู้จักคำว่าดิ้นรนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าวันนี้ ...คิดแล้วเศร้านะ...อนาคตของชาติ