มาตรฐานการศึกษาแบบรองเท้าเบอร์เดียว

โรงเรียนขนาดเล็กๆกับการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน"รองเท้าเบอร์เดียว"

             ทุกวันนี้ โรงเรียนขนาดเล็กนับวันมีจำนวนมากขึ้นๆอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยจำนวนประชากรวัยเด็กลดลงๆ  ในอดีตที่ผ่านมา การคมนาคมไม่สะดวก อัตราการเกิดก็สูง  โรงเรียนจึงถูกตั้งขึ้นกระจัดกระจายตามหมู่บ้าน  เต็มไปหมด  กาลเวลาผ่านไป  ถนนหนทางสะดวกขึ้น การรณรงค์ให้ลดจำนวนประชากรได้ผลเกินคาด  อัตราการเกิดกำลังจะติดลบ  โรงเรียนที่มีกระจัดกระจายตามหมู่บ้าน จึงอยู่ในภาวะ รอวันยุบ  แต่ไม่ยุบ  งบประมาณน้อย  คือความเจ็บปวด  บุคลากรไม่ครบชั้นยิ่งคือความอนาถ  ในขนาดที่ เราเรียกร้องคุณภาพ  เรียกร้องมาตรฐาน   โรงเรียนที่ยิ่งมีความพร้อมมากเท่าใด ก็ยิ่งมีนักเรียนมากขึ้น  งบประมาณ ก็ยิ่งลงไปมาก(หรือว่าไม่จริง ดูตัวเลขค่ารายหัวเอาง่ายๆ ก็พอ)  ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของความจริง  โรงเรียนยิ่งเล็ก  ยิ่งหมดโอกาส   การที่มีครูไม่ครบชั้น คือความโหดร้ายของสังคมที่ถูกระบบ ถูกระเบียบ เข่นฆ่าพวกเขาอย่างเลือดเย็น  เขา(เด็กๆ)ควรมีโอกาสในการเรียนที่มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียนใหญ่ๆ โรงเรียนในเขตเมือง ก็ในเมื่อพ่อแม่เขาก็เสียภาษีเหมือนกัน

            การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กต้องยอมรับว่ายากลำบากมากๆ แม้ว่าผู้บริหารหลายคนมีความตั้งใจ มีความรู้ความสามารถ ต่อให้เขียนแผน เขียนวิสัยทัศน์ พันธกิจที่สวยหรูเพียงใดก็เถอะ ก็มองไม่เห็นลำแสงที่ปลายอุโมงนัก  กรุณาอย่าพูดตัดบทว่า ห้ามพูดเรื่องงบประมาณ   ซึ่งมันไม่สร้างสรรค์เอาเลย  จริงอยู่ การบริหารท่ามกลางความขาดแคลน มันเป็นความท้าทาย ก็ใช่ ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้บริหารส่วนใหญ่คงไม่หายใจทิ้งไปวันหนึ่งๆ  แต่โอกาสที่ดี มันมีมากเพียงใดต่างหาก

            ไม่แปลกใจเลย ที่ระยะหลัง มีโรงเรียนขนาดเล็กที่ประเมินจากสมศ.แล้วไม่รับรองคุณภาพ มากขึ้นๆ  ยอมรับเถอะ  ณ วันนี้  เราต้องการให้โรงเรียนทุกโรง ใส่รองเท้าเบอร์เดียวเท่านั้น โรงเรียนของท่าน จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มาก ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขนาดเล็กมาก  ทุกโรงถูกประเมินด้วยมาตรฐานเดียว   เราพยายามตัดเท้าให้เท่ากับรองเท้าside เดียวเท่านั้น ทำไมเราไม่มีมาตรฐาน side S  side M  side L  หรือ XL  ที่เขาจะใส่ได้  คำว่า ประเมินยืดหยุ่นตามบริบทของโรงเรียน  มีนิยามว่าอย่างไร

กินความชัดเจนแค่ไหน  มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่โรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดไปทุกอย่างจะได้มาตรฐานเท่าโรงเรียนขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ทุกอย่าง เราเพ้อฝันเกินไปหรือไม่  เรามีโรงเรียนในฝัน   แอบฝัน เพ้อฝันอยู่ใช่ไหม   ปลายทางของการศึกษาของแต่ละคน ต่างมีดาวคนละดวง ใช่ไหม  บางโรงเรียนเน้นความเก่ง คนเก่ง  แต่บางโรงเรียนทำสิ่งนั้นไม่ได้ แต่ผลผลิตที่ออกสู่สังคม เป็นคนดีอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ใช่ไหม สังคมชนบทกำลังล่มสลาย เพราะเราประโคมว่าเธอต้องเรียนให้เก่งๆ จะได้เรียนสูงๆ จบออกมาจะได้มีงานทำดีๆเงินเดือนมากๆใช่ไหม  นี่เรากำลังเป็นพวกวัตถนิยมไช่ไหม  ชนบทที่สุดเลยเหลือแต่คนแก่ กับเด็กที่ไม่เก่ง ใช่ไหม่  ช่วยกันฉกคิดสักนิดเถอะ เรากำลังหลงทางอยู่ไหม

            โรงเรียนขนาดเล็ก บุคลากรส่วนใหญ่เขาตั้งใจทำงาน  แต่"รัฐ" มีกรอบการคิดอย่างไร  ก.พ.ต้องการบีบจำนวนข้าราชการให้เล็กลง เพื่อลดจำนวนงบประมาณหมวดค่าจ้างเงินเดือน  แต่ลืมคิดไปไหม กระทรวงศึกษาธิการสร้าง"คน"นะ บีบเอาๆทั้งตัดตำแหน่งลด  เมื่อไหร่หนอาชีพครู จึงยืนอยู่แถวหน้าสุดของสังคม  นี่อะไร  เอาครูซึ่งสำคัญที่สุดไปไว้แถวหลังๆ อะไรปานนั้น  ก็เลยไมแปลกหนอ ที่โรงเรียนขนาดเล็ก  ไม่ผ่านการประเมินมาก สมศ.ได้สะท้อนอะไรบ้างที่กระทรวงศึกษาธิการนำไปแก้ไขอย่างจริงจัง