วันนี้ข้าพเจ้าเกิดคำถามต่อตนเอง ในการทำงานในปัจจุบันขณะ สิ่งที่ข้าพเจ้าทำนั้น มักมีสิ่งต่างๆ ผ่านเข้ามารายทางมากมายให้ต้องขบคิดและพิจารณา...

เมื่อตอนหัวค่ำ ได้สนทนากับเพื่อนเก่า สมัยที่เรียนพยาบาลด้วยกัน ... พูดคุยในประเด็นต่างๆ มากมาย ทั้งในมิติของการงาน และการสอน เพื่อนท่านนี้เป็นอาจารย์สอนพยาบาล

เพื่อนถามข้าพเจ้าว่า ไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาทำงานด้านการสอนเหรอ

เราตอบแบบไม่ลังเลว่า... หากเราปรารถนาจะเป็นผู้สอน เราคงไม่รอให้เนิ่นนานมาขนาดนี้หรอก เราชอบชีวิตการทำงานหน้างาน มีเรื่องราวมากมายให้เราค้นหา และเรียนรู้ เราชอบเวทีสนามจริง และการพบปะผู้คน... ดังนั้น การเป็นนักวิชาการอิสระนี่น่าจะเหมาะกับเรา ณ ขณะนี้

เราไม่ปรารถนาต่อ...ตำแหน่งและผลงานทางวิชาการใดใด แต่เราใคร่รู้ต่อสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และอยู่ตรงหน้าเราให้ได้เผชิญ และคลุกเข้าไปเรียนรู้มากกว่า

----

"ทำเรื่องเล็กเล็ก เงียบเงียบก็ได้ ไม่ต้องโด่งดัง

แม้เป็นเรื่องเล็กเล็ก หากแต่ว่ายิ่งใหญ่ในหัวใจของข้าพเจ้าเสมอ ...

เป็นเพียงจุดเล็กที่หลายๆ คนอาจละเลย"

หากว่าใครพร้อมทำเรื่องใหญ่ ก็โปรดจงลงมือทำไปเถิด อย่าได้มาแข่งขันอะไรกันเลย เพียงแค่เราทำตามหน้าที่ ตามเป้าประสงค์ที่มีและดำรงไป

มุ่งเน้นประโยชน์ที่แท้ ที่พึงเกิดขึ้นต่อมวลมนุษย์ มากกว่าที่จะสนองตอบต่อความต้องการของใครคนใด คนหนึ่ง...

หากว่าไปแล้ว... กระบวนการพัฒนาหน้างาน เป็นเรื่องของคนหน้างาน ที่มักอยู่ไกลนาย และขาดโอกาสในหลายๆ สิ่ง และก็มักมีหลายกลุ่มที่มุ่งเอาประโยชน์ต่อคนหน้างานเหล่านี้ มากกว่าที่จะหยิบยื่น ... สิ่งเล็กน้อย เป็นต้นว่า กำลังใจ การให้คุณค่า การให้ความสำคัญ...

มาถึงตรงนี้ข้าพเจ้ารู้สะท้อนในใจ...

ชีวิตเกือบทั้งชีวิตของผู้คนที่ทำงานหน้างาน หากว่า เราสามารถเปลี่ยนสภาพการทำงานของเขาให้เป็นการทำงานที่มีคุณค่า มีความหมาย ย่อมจะนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจในคนทำงาน

โจทย์ : ทำอย่างไร ข้าพเจ้าจะสามารถกระตุ้นและดึงพลังส่วนที่ดีของผู้คนออกมาได้ เพื่อให้เขาเหล่านั้นดำรงอยู่ในทุกขณะจิตอย่างมีคุณค่า และมีความหมาย ทำให้พลังด้านลบเบาบางลงไปจากจิตใจของผู้คน..

 

 

-------------------------------------