วันนี้ผมพาภรรยาไปพบหมอเพื่อเตรียมการผ่าคลอดในอีกไม่กี่วันครับ ฮิอิ จะได้รับสมาชิกใหม่อีกคนแล้ว รอบนี้ต้องไปโรงพยาบาลแล้วครับ เพราะใกล้คลอดแล้ว เดิมทีผมคิดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชม. เพราะจำได้ว่าตอนไปท้องที่สอง (เตาฟิก) ก็ประมาณนี้เหมือนกัน แต่ผิดคาดครับ กลายเป็นเที่ยงวันพอดีจึงจะได้กลับบ้าน และการพาภรรยาไปพบหมอรอบนี้ทำให้ผมรื้อฟื้นความจำส่วนที่ไม่ดีกับโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อห้าปีก่อนได้อย่างคิดแล้วเจ็บใจครับ
เรื่องมันมีอยู่ว่า ครั้งนั้นผมตั้งใจจะไปหาหมอ (จำไม่ได้ว่าแล้วว่าเป็นอะไร) ยังไม่ทันได้เจอหมอครับ พยาบาลให้ผมไปอีกห้องหนึ่ง พร้อมเอกสารต่างๆ ผมหยิบเอกสารดังกล่าวแล้วลุกขึ้น พร้อมกับถามพยาบาลว่า จะให้ไปห้องไหนครับ? พยาบาลตอบว่า ไม่เป็นไรค่ะ ตามเจ้าหน้าที่ไปเลย เอกสารก็ให้เจ้าหน้าที่เป็นคนถือไปค่ะ
เชื่อมัยครับ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพาผมไปรอหน้าลิฟท์ แล้วเธอก็บอกว่า รอตรงนี้นะค่ะ เดี๋ยวจะมารับตัวไปตรวจ ผมรอเกือบชั่วโมงครับ เที่ยงพอดี ทำไมยังไม่มารับผมอีก จึงเดินกลับไปที่ห้องตรวจ ปรากฏว่า ไม่มีใครอยู่แล้ว คงจะไปพักเที่ยงกันหมดแล้ว ผมก็เลยไม่ตรวจแล้ว ช่างมัน ผมไม่ใช่คนอนาถาขนาดนั้น ผมเลยไปโรงพยาบาลเอกชน พร้อมกับเก็บความแค้นใจเอาไว้
วันนี้อีกรอบหนึ่งครับ เอกสารของภรรยาผมค้างอยู่ที่หน้าห้องตรวจนาน อันนี้ธรรมดา ผมยอมรับได้ว่า เป็นไปได้ สุดท้ายผมไปขอให้เขาคุยกับคุณหมอ ก็ได้เรื่องว่า เข้าแอ็ดมิดได้เลย และจากด่านแรกไปห้องห้องทำคลอด ก็มีเจ้าหน้าที่มารับตัวไปครับ ภรรยาผมยังไม่เจ็บท้อง ก็เลยเดินตามไปเฉยๆ ปรากฏผมต้องเป็นคนรับผิดชอบเตาฟิกครับ เลยเดินช้าหน่อย แต่ผมก็รู้แล้วว่าภรรยาผมต้องไปอยู่ที่ห้องไหน ปรากฏแทนที่ผมจะไปเจอภรรยาที่หน้าห้องทำคลอด ผมกลับมาเจอภรรยาที่หน้าลิฟท์ ผมเลยถามภรรยาว่า ทำไม ภรรยาผมตอบว่า เจ้าหน้าที่ให้รอตรงนี้ และเอกสารทั้งหมดก็อยู่ในมือภรรยา ผมเริ่มสงสัยแล้วครับ มารอตรงนี้ทำไม แล้วถ้าปวดท้องคลอด ให้มานั่งรอตรงนี้มันถูกที่ไหน
สักครู่เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินผ่านหน้าผมไป โดยทำเหมือนไม่มอง ผมเลยเรียก แล้วถามว่า ทำไมเอาภรรยาผมมาให้นั่งตรงนี้ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็มองไปที่แผนกเปล แล้วทำเหมือนจะต่อว่าฝ่ายนั้นว่า ทำไมไม่มารับคนไข้ ทางโน้นก็ตระโกนกลับมาว่า ไหนล่ะไม่ให้มีเอกสารมาที่โต๊ะเลย แล้วใครจะไปรู้ละว่าคนป่วยรออยู่ ทะเลาะกันอยู่ พอได้น้ำได้เนื้อ ผมก็เลยแทรกไปว่า ผมไม่ต้องการทราบว่าใครผิด เอาเป็นว่าพาภรรยาผมไปห้องคลอดเถอะ (อยากจะบอกว่า เซ็งจริงๆ) ระหว่างอยู่ในลิฟท์ ฝ่ายเปลก็พยายามอธิบายว่า ทางโน้นผิด ผมไม่สนใจหรอกครับว่า ใครผิด แต่ผมรู้สึกว่า พวกคุณทำยังกับผมเป็นกลุ่มคนอนาถาประมาณนั่นจริงๆ
เสร็จจากการเข้าห้องคลอด ระหว่างรอหมอ ผมก็ลงมาข้างล่างอีกครั้ง คราวนี้เจอเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอีกครั้ง เธอก็พยายามบอกว่า ฝ่ายเปลผิด ฮือ ความจริงไม่ต้องอธิบายผมหรอกครับ ผมเข้าใจดีแล้ว และผมก็เจอเหตุการณ์นี้มาสองครั้งแล้ว ไม่อยากเชื่อจริงๆ ผมจะต้องเจอเรื่องแย่ๆ ได้สองครั้งสองครา
สรุปผลการตรวจ คุณหมอบอกว่า ต้องน่าจะเลื่อนการคลอดออกไปอีกสักสามสี่วันครับ ซึ่งก็โอเคครับ เพราะผมพยายามจะเร่งเคลียร์งานให้ได้มากที่สุด เพราะจะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ได้ดีขึ้นหน่อย
เยเย้ น้องเตาฟิก จะได้เป็นพี่แล้ว
อิอิ
ป้าหนิงรอลุ้นหลานอีกคนด้วยนะคะ
นี่คือเหตุผลที่ผมไม่รักษาที่นี่
ผมไปรพ.หาดใหญ่ สบายใจกว่า หมอก็เชี่ยวชาญ
ระดับเราๆท่านๆ ก็ได้รับบริการอย่างที่อาจารย์เจอนั้นแหละ
ลุ้น..อีกแล้ว...คนที่ 3 หฺญิงหรือชาย
ขอบคุณครับอาจารย์1. ขจิต ฝอยทอง
คนแรกชื่อ อิลฮาม ครับ ไม่ใช่อิสลาม คนที่สามน่าจะชื่อ "ฮิดายะห์" ครับ เป็นชื่อต่อจากเตาฟิกครับ
ขอบคุณครับDSS "work with disability" ( หนิง )
เตาฟิกถูกฝึกให้รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนจาก "อาเด๊ะ"(น้อง) เป็น "อาแบร์" (พี่ชาย) แล้วครับ แต่รู้สึกเตาฟิกจะชอบเป็นน้องมากกว่า
ขอบคุณครับพี่ยาวเกษตรยะลา
ปัญหานี้เป็นเพียงจุดเล็กๆ ของการให้บริการครับ ผมยังชื่นชมในอีกหลายส่วนครับ อย่างตอนที่อยู่พักรักษาตัว หมอและพยาบาลทุ่มเทให้การดูแลและมีน้ำใจสูงครับ
ผมว่าส่วนที่ผมเจอนี้เป็นส่วนเสริมที่เขาต้องการให้การบริการดีขึ้น แต่กลับได้ผลตรงข้ามครับ
ขอบคุณครับคุณหมอหมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
การนำเสนอข้อมูลเรื่องนี้ในบันทึกนี้ มีจุดประสงค์สองอย่างครับ คือ ระบายอารมณ์ขุ่นมัวในใจ (พอเขียนเสร็จก็สบายใจแล้วครับ) และเพื่อเป็นข้อคิดสำหรับการปรับปรุงการทำงานครับ ผมเองก็อยู่ในงานส่วนของการบริการเหมือนกัน บางทีเราลืมจุดเล็กๆ ซึ่งมันกระทบกับส่วนใหญ่ได้ครับ ดีใจครับคุณหมอมองเห็นประโยชน์จากบันทึกนี้เพื่อการพัฒนาครับ
วางๆถ้ามาหาดใหญ่ก็มารพ.มอ.ได้นะค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ
ขอบคุณครับ oho_nurse
ถ้าจะให้ดีชีวิตนี้ไม่อยากเข้าโรงพยาบาลเลยครับ ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ ครับ
ตื้นตันใจ กับของขวัญชิ้นที่สามที่พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงประทานมาให้กับครอบครัวของอาจารย์....
อย่างไร ก็ขออวยพรล่วงหน้า..
ก็ขอให้อัลลอฮฺทรงประทานริสกีความโปรดปรานที่ดีงามและเพิ่มอีหม่าน+เป็นคนที่มีความตักวา.มีความสุขกับการที่ได้เกิดมาเป็นบุตรของอาจารย์ อามีนนน
อย่าลืมเอามาอัพเดต ความน่ารัก ของขวัญจากอัลลอฮฺนะค่ะ..
มินนะฮฺ=ที่แปลว่าของขวัญจากอัลลอฮฺ
.................................
ธรรมดาค่ะอาจารย์ เรืองสายตาของคนที่ทำงานตามโรงพยาบาล ถ้าไม่ขับเบน ถ้าไม่ใส่ทอง เค้าก็มองเราแบบอนาถาวันยังค่ำ..
เคสนี้เจอบ่อย เจอจนเราหามิตรแท้จากพนักงานตามพยาบาลไม่ได้
บางคนพูดจาก้าวร้าว แดกดัน ประชด ซึ่งเทียบแล้วในโรงพยาบาลน่าจะมีความอ่อนโยน.ความเอ็นดู.พุดจาอ่อนหวาน
แต่อย่างว่าจะโทษเจ้าหน้าที่เค้าก็ไม่ได้ เพราะยังมีคนที่ตั้งใจทำงานจริงก็เยอะ.
และคนผิดคนไข้ก็มีสวน อันนี้ไม่ได้ว่าอาจารย์
อย่างบางเคสญาติพี่น้องไม่เกรงใจใคร เสีpงดังโวกเวก กลายเป้นสนามเด็กเล่นของลุกหลาน อันนี้เค้าก็เครียดที่เจอแบบนี้
เพราะการทำงานโรงพยาบาลมีเรืองเคีรยดมากมาย เพราะชีวิตของทุกคนวางไว้กับมือของพวกเค้า แต่สำหรับอิสลาม เราว่างไว้กับการกำหนดของอัลลอฮฺ..
ถ้าทุกคนคิดเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ทุกอย่างก็จะมีความสุข..
อย่างไรก็ขอให้อาจารย์ มีความสุขกับการได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ มินนะฮฺจากอัลลอฮฺซึ่งมีค่ากว่าเพชรในหิน
ตอนนี้ได้ผ่าคลอดยังค่ะอาจารย์มาติดตาม ของขวัญจากอัลลอฮฺ
ต้องขอโทษเจ้าหญิงครับ ช่วงคุณแม่คลอดเป็นช่วงที่ยุ่งมากจะไม่ได้มาเขียนบล็อกเลยครับ แต่ตอนนี้เล่าให้ฟังแล้วครับในบันทึก http://gotoknow.org/blog/jaruwut/202304 ไปอ่านได้เลยครับ