|
... การศึกษาก่อนหน้านี้ทำการตรวจสารพันธุกรรมหรือ DNA พบว่า คนที่ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำมีส่วนปลายของสารพันธุกรรม (telomere / เทโลเมียร์) แข็งแรง (ไม่สั้นกุดลงเร็วเหมือนคนที่ไม่ออกกำลัง) อ่อนกว่าอายุจริงได้มากถึง 12 ปี วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า คนที่วิ่งเป็นประจำช่วยชะลอชราได้มากถึง 16 ปี แถมยังลดโอกาสตายจากโรคต่างๆ เกินครึ่งมาฝากครับ ... ศาสตราจารย์เจมส์ ฟรายส์ (Professor James Fries) และคณะ แห่งศูนย์การแพทย์สแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุ 50 ปีเศษที่วิ่งเป็นประจำ จำนวน 500 คน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่วิ่ง ติดตามไปมากกว่า 20 ปี ผลการศึกษาพบว่า ปีที่ 19 (ช่วงที่กลุ่มตัวอย่างอายุประมาณ 70 ปีเศษ) กลุ่มนักวิ่งมีอัตราตายน้อยจากโรคต่างๆ น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่วิ่งประมาณ 56% ดังตาราง ...
... ผลการศึกษาโดยรวมพบว่า กลุ่มนักวิ่งมีความเสื่อมของร่างกายช้ากว่ากลุ่มที่ไม่วิ่งเฉลี่ย 16 ปี และสมรรถภาพของกลุ่มนักวิ่งยังดีกว่ากลุ่มที่ไม่วิ่งไปจนถึงอายุ 80-90 ปี นอกจากนั้นความเชื่อที่ว่า การวิ่งทำให้ข้อเสื่อมเพิ่มขึ้นก็ไม่พบในกลุ่มตัวอย่างที่วิ่ง และไม่พบว่า กลุ่มตัวอย่างข้อเสื่อมจนต้องเปลี่ยนข้อเข่าสูงกว่ากลุ่มควบคุมด้วย ... กลุ่มนักวิ่งมีอัตราตายน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่วิ่งจากโรคต่อไปนี้
... นอกจากนั้นกลุ่มที่วิ่งยังนอนหลับได้ดีกว่า และมีความพึงพอใจกับสุขภาพ-ชีวิตมากกว่ากลุ่มที่ไม่วิ่ง กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้เป็นกลุ่มที่วิ่งค่อนข้างมากตั้งแต่เริ่มต้นศึกษา (อายุเฉลี่ย 50 ปีเศษ) เมื่ออายุมากขึ้นก็ยังคงวิ่งเป็นประจำ ทว่า... วิ่งเป็นระยะทางน้อยลงดังตาราง ...
... ระยะทางต่อวันเฉลี่ยในตารางข้างต้น... สมมติให้วิ่งทุกวัน ถ้าวิ่ง 3 วันต่อสัปดาห์ จะได้ระยะทางเฉลี่ยต่อครั้งเท่ากับ 80 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง 20 นาทีตอนเริ่มต้นการศึกษา และระยะทางเฉลี่ยต่อครั้งเท่ากับ 24 นาทีเมื่อติดตามไป 21 ปี การศึกษาครั้งนี้น่าสนใจมากๆ ตรงที่การวิ่งมีส่วนชะลอชราได้มากถึง 16 ปี และลดอัตราตาย (โอกาสตาย) จากโรคต่างๆ ได้มากถึง 56% ... การศึกษานี้ทำในกลุ่มนักวิ่งที่วิ่งคราวละค่อนข้างนาน พวกเราที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น อ้วนมาก เป็นเบาหวาน ฯลฯ ควรปรึกษาหมอใกล้บ้านก่อนออกกำลัง นอกจากนั้นควรหาหนังสือเกี่ยวกับการออกกำลัง โดยเฉพาะหนังสือของมูลนิธิหมอชาวบ้านมาอ่าน เพื่อให้มีฐานความรู้แข็งแกร่งไปด้วย ... ควรเริ่มออกกำลังจากน้อยไปหามาก เพิ่มขึ้นทีละน้อย เช่น เริ่มต้นด้วยการเดิน แข็งแรงสักพักแล้วเปลี่ยนเป็นเดินเร็ว แข็งแรงสักพักแล้วเปลี่ยนเป็นวิ่ง ควรฝึกวิ่งสลับเดินก่อน แข็งแรงสักพักแล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งต่อเนื่อง ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนาน ๆครับ ... ที่มา
|

สวัสดีค่ะอาจารย์หมอวัลลภ
มีน้องสาวเล่าให้ฟังว่ามีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า การเดินดีกว่าการวิ่งออกกำลังกาย ไม่ทราบว่ามีส่วนถูกต้องประการใด..อาจารย์ไม่ทราบเคยได้ยินไม๊คะ.แต่อย่างไรก็ตามได้ออกกำลังกายให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น..ได้เหงื่อออกก็มีความสุขแล้วค่ะ :)
ขอขอบคุณ... คุณ alinxana=)
ทว่า...