ในการอธิบายเซนและเต๋า สังฆปรินายกองค์ที่๕ ได้เล่าเรื่องนี้ว่า

“เซนที่เราได้รับในที่นี้ก็คล้ายกับขโมยเฒ่าผู้นำบุตรชายเข้าไปในคฤหาสน์แล้วสอนในเดินเข้าไปในห้องลับเพื่อขโมยของ ทันทีที่ลูกชายเข้าไปในห้องลับ ผู้เป็นพ่อได้ปิดประตูขังเขาไว้ภายใน จากนั้นทำเสียงอึกกระทึกคึกโครม แล้ววิ่งหายไปในความมืด

“เจ้าของบัานได้ตื่นขึ้น และรู้แน่ว่าต้องมีขโมยเข้ามาในบ้าน พวกเขารวมกลุ่มกัน แล้วจุดเทียนออกค้นหาทีละห้อง

“เจ้าลูกชายยังคงถูกขังอยู่ในห้องลับ เขาตกอยู่ในสภาพเลวร้าย เมื่ออยู่ในสภาวะที่ล่อแหลมเขาได้ทำเสียงหนูเพื่อดึงดูดใจผู้ค้นหา เจ้าของคฤหาสน์จึงสั่งให้คนรับใช้เปิดห้องลับ ทันใดนั้นชายหนุ่มได้กระโดดออกมา เป่าเทียนดับไป พร้อมกับผลักผู้รับใช้ออกไปด้านข้าง จากนั้นวิ่งอย่างสุดชีวิต บรรดาผู้อาศัยในคฤหาสน์ได้รวมกลุ่มกันออกตามล่าด้วยความเดือดดาล

“ชายหนุ่มไม่สามารถสลัดทิ้งพวกเขาได้ ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิดเมื่อเห็นมีบ่อน้ำอยู่เบื้องหน้า เขาผลักก้อนหินใหญ่ลงไปในบ่อน้ำ แล้ววิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง เมื่อบรรดาผู้ติดตามได้ยินเสียงน้ำแตกกระจายก็คิดว่าเขาอาจตกลงไปหรือกระโดดลงไปในบ่อน้ำ จึงได้ค้นหาอยู่แต่ที่นั่น

“ด้วยแผนนี้ชายหนุ่มจึงสามารถหลบหนีได้ เข้ากลับไปที่บ้าน และเล่าให้บิดาฟังว่าได้เกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง เมื่อได้ฟังจบ ผู้เป็นบิดาจึงกล่าวว่า ‘เอาละ ! เจ้าพร้อมที่จะเป็นขโมยได้แล้ว’

อะไรคือประเด็นสำคัญของเรื่องนี้? สังฆปรินายกองค์ที่๕หมายถึงอะไรเมื่อท่านได้กล่าวว่า เซนก็มีลักษณะเหมือนกับที่กล่าวมานี้? ลองหยุดคิดสักครู่ก่อนที่คุณจะอ่านต่อไป คุณสามารถคาดเดาความหมายของนิทานเรื่องนี้ได้ใหม?

ประเด็นสำคัญของเรื่องก็คือ เซนและเต๋าเป็นแนวความเห็นสำหรับแต่ละบุคคลที่จะเข้าใจได้เฉพาะตัว ผู้ศึกษาเซนและเต๋าก็คล้ายกับเด็กหนุ่มในเรื่องนี้ และอาจารย์ก็เหมือนกับขโมยเฒ่าผู้เป็นพ่อ อาจารย์ที่แท้จริงจะจัดหาจำนวนที่แน่นอนของเครื่องนำทาง และนำศิษย์ไปตามวิถี เพื่อทำการทดลองเป็นรายบุคคล สำหรับทุกๆผลงานแห่งปัญญาที่บุคคลหนึ่งได้รับจะมีการทดสอบที่สอดคล้องกันกับสิ่งซึ่งเกิดขึ้นในจิตของบุคคลนั้น

เมื่อคุณดำเนินไปตามกระบวนการนี้ก็คือ เริ่มลงมือปฏิบัติการเหมือนเด็กหนุ่มในนิทานที่ถูกกับดัก ต้องโดดเดียวอยู่ในความมืด เพียงแต่การถูกกักขังนี้มิใช่กับดักทางกาย หากแต่มันแสดงให้เห็นถึงอุปสรรคต่อความสามารถที่จะเข้าใจ และคุณต้องใช้กุญแจแห่งความรู้แจ้งไปปลดปล่อยมันภายในจุดเชื่อมต่อที่วิกฤตินี้ ความก้าวหน้าที่จะเกิดขึ้นล้วนอยู่กับคุณเพียงผู้เดียว ไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้

แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ตามที่ได้กล่าวมาข้างบนเราได้บอกแล้วว่ามันเป็นกระบวนการมิใช่เหตุผล และนี่คือบ้างสิ่งบางอย่างที่คุณจะต้องทำด้วยตัวคุณเพียงผู้เดียว

ตามธรรมชาติที่แท้จริงแล้ว เซนและเต๋าเป็นสิ่งเฉพาะตัวเป็นอย่างยิ่ง ถ้ามีผู้มาอธิบายเซนหรือเต๋าให้คุณฟัง ทั้งหมดที่คุณจะได้รับก็คือเรื่องเล่าจากความเข้าใจของเขาที่ถูกแสดงออกมาผ่านทางสื่อที่ไม่สมบูรณ์ของคำพูดของเขา มันยังคงแตกต่างไปจากความเข้าใจของคุณ เพราะว่าบางสิ่งบางอย่างมักขาดหายไปในระหว่างการถ่ายทอด และความเข้าใจของเขาจะถูกผูกมัดอยู่กับการรู้โดยสัญชาติญานและการสัมผัสรู้ของเขาเอง ซึ่งมิใช่และไม่สามารถเป็นการรู้โดยสัญชาติญานและการสัมผัสรู้ของคุณไปได้เลย

วิธีเดียวที่จะทำให้เซนและเต๋าเป็นลักษณะเฉพาะตัวของคุณเองก็คือ ต้องหาความยุ่งเหยิงนี้ภายในจุดศูนย์กลางให้พบ และทำให้การหลบเลี่ยงความจริงของคุณกลายเป็นการทำให้บรรลุผลและความเป็นหนึ่ง ในระหว่างการพัฒนาทางจิตอย่างรวดเร็วนี้ ศัตรูของคุณก็คือความโง่และความคิดผิด เมื่อคุณกำจัดมันได้สำเร็จ ความเข้าใจจะเริ่มปรากฏขึ้นในใจเป็นครั้งแรก และหลอดไฟแห่งแสงสว่างเริ่มฉายแสงอยู่ภายในจิตของคุณ คุณจะพบกับนาทีทอง “ยูเรก้า! และประสบผลสำเร็จ........

การศึกษาเซนและเต๋าครอบคลุมไปถึงความก้าวหน้าส่วนบุคคลที่นำไปสู่ความรู้แจ้งส่วนบุคคล ในคำอรรถาธิบายของเรื่องนี้ครอบคลุมถึงคุณสมบัติขงการเป็นขโมย....แล้วเปลี่ยนไปเป็นขั้นตอนของการเป็นอาจารย์ที่แท้จริง

โดย ภ.ก.เกรียงไกร  เจริญโท