เช้าวันนี้ตั้งใจหนีงานไปหามุมเขียนรายงานวิจัย เพราะทั้งที่บ้านและที่ทำงานตอนนี้ไม่ค่อยจะเอื้อต่อการเขียนอะไรๆ สักเท่าไร ด้วยเหตุที่งานคณะฯ เริ่มกลับมาเป็นปกติ จนตอนนี้ผมเริ่มจะรู้สึกว่า ผมคิดผิดหรือเปล่าที่รีบไปทำงานที่คณะฯ ฮิฮิ น่าจะทนทำรายงานวิจัยที่บ้านให้เสร็จและครบกำหนดลาป่วยก่อน แล้วค่อยไปทำงานน่าจะดีกว่า เพราะงานจุกจิกที่คณะมากจนไม่มีสมาธินั่งคิดเรื่องวิจัยเลยครับ และสัปดาห์นี้เริ่มจะมีงานประชุมต่างๆ เข้ามาแล้วครับ (สงสัยเป็นที่รับรู้แล้วว่า ผมอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว ฮิฮิ)
สุดท้ายนึกออกว่าจะไปไหนดี ฮิฮิ ขับรถไปเข้าศูนย์ครับ ไปถึงแล้วรู้สึกเลยว่า วันนี้คิดถูกที่พารถมา เนื่องจากรถที่เข้ารับบริการเยอะมากครับ ที่ว่าคิดถูกเพราะเดาว่าเสร็จช้าแน่ ผมก็เลยหามุมในที่นั่งรอรับรถครับ นั่งเขียนรายงานไป ซึ่งเขียนจนพอใจหมดเสบียงข้อมูลที่พาไปแล้ว เวลาก็ยังเหลือครับ นั่งรอจนเที่ยงพอดี รถก็จัดการเรียบร้อย
กลับมาถึงบ้าน ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็ได้รับโทรศัพท์จากคณะฯ "อาจารย์จะเข้ามาคณะหรือเปล่า?" ก็คิดว่าจะเข้าครับ ผมก็ตอบไปอย่างที่คิดแหละครับ ปรากฏก็ได้ยินเสียงตอบมาอีกว่า "บ่ายสองมีประชุมนะครับ" อ้าวประชุมเหรอ จำไม่ได้ พอไปถึงที่คณะก็ไปดูที่เขียนไว้ ฮิฮิ ผมเขียนวันที่ประชุมผิด ฮาฮาฮา
ประชุมวันนี้ในช่วงบ่ายเป็นการประชุมคณะกรรมการฝ่ายวิชาการครับ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เป็นชุดนำร่องของกระบวนการจัดการความรู้ในคณะ การประชุมจะไม่มีวาระ ประธานในที่ประชุมเป็นระบบหมุนเวียน และเน้นการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกัน นำเสนอสิ่งดีๆ ต่อกัน เพื่อการหาแนวทางในการพัฒนาคณะ ซึ่งรอบนี้ผมทำผิดกติกาเองอย่างไม่ตั้งใจครับ จริงๆ ผมไม่ถึงคิวเชิญกรรมการมาประชุม (เพราะประธานเป็นคนอื่น) ซึ่งการประชุมวันนี้เป็นความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ที่ผมบอกไปว่า เชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการสาขาวิชามาประชุม แต่น้องเจ้าหน้าที่เข้าใจว่าเป็นกรรมการวิชาการมาประชุม ฮาฮา เป็นไปแล้ว
ก่อนเริ่มประชุมเลยทราบว่า กรรมการชุดนี้มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง แม้ผมจะไม่ได้มาทำงานก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ ตั้งแต่เปิดเทอมมาผมยังไม่ได้ประชุมร่วมกับกรรมการชุดนี้เลย และครั้งนี้ก็เนื่องจากการนัดผิดเท่านั้นเอง แต่ก็น่ายินดีมากครับที่กรรมการให้ความสำคัญกับการประชุมจัดการความรู้ในคณะ
วันนี้ผมเลยเป็นคนสร้างประเด็นให้คุยกัน ซึ่งการคุยแบบอิสระอย่างนี้ทำให้เกิดประเด็นน่าสนใจเยอะมากครับ จนผมคิดว่า ผมคงต้องรื้อแผนคณะประจำปีนี้ใหม่อีกสักรอบ แล้วลองเดินตามแนวคิดวันนี้ดูสักหน่อย และที่สำคัญวันนี้มีการวางตัวคนที่จะเป็นแม่งานสำหรับเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ (Proceeding) ของปีนี้แล้วครับ
ผมต้องการให้งานใหญ่กว่าปีที่ผ่านๆ มาครับ ปีแรกจัดภายใน ปีที่สองมีบทความจากต่างประเทศสี่บทความ แต่มาจากมาเลเซียอย่างเดียว ปีนี้ผมเลยคุยในที่ประชุมว่า ผมอยากให้กลุ่มคนกว้างขึ้นกว่าปีที่แล้ว อย่างน้อยปีนี้อยากเห็นจากอินโด หรือสิงคโปรมาร่วมงาน ซึ่งนั้นก็หมายถึงการทำแผนและประชาสัมพันธ์ให้ยาวนานขึ้น แต่ทั้งหมดนี้งบเท่าเดิมครับ ออ.ที่สำคัญคือ เราคุยกันว่า ไม่ควรจัดในสามจังหวัด เพราะต่างประเทศกลัวที่จะมาร่วม ผมเลยเสนอว่า ผมชอบที่หาดแก้วรีสอร์ท แต่ค่อยดูกันอีกที่หลังจากที่เราทราบจำนวนบทความและผู้เข้าร่วม
งานที่ฝากไว้ในที่ประชุมคือ การกำหนดหัวข้อและประเด็นในการพิจารณารับบทความวิชาการครับ วันนี้ยังไม่มี เรื่องนี้เป็นเรื่องยากครับ เพราะคณะศิลปศาสตร์ฯ เป็นพหุศาสตร์ที่อยู่ด้วยกัน เวลาจะตั้งให้หนักไปทางศาสตร์ไหนสักศาสตร์หนึ่ง มักจะได้รับคำครหา ฮิฮิ ดังนั้นสิ่งที่เป็นแนวปฏิบัติมาคือ หัวข้อต้องเป็นประเด็นปัจจุบันที่สามารถนำเอาทุกศาสตร์มาใช้ในการสร้างมุมมองได้
มีอีกหลายประเด็นที่จะคุยครับ แต่บังเอิญผมไม่อยากให้การประชุมยาวนานไปกว่านี้ เนื่องจากมีอีกหนึ่งคิวที่จะต้องเคลียร์ การประชุมจึงจบลงในเวลาบ่ายสามโมงครึ่งครับ แล้วก็เริ่มงานต่อมาเลยครับ
คิวต่อมาเป็นงานที่ผิดวิสัยผมนิดหนึ่งครับ ปกติผมจะเป็นหัวหน้าที่ฟังลูกน้องครับ ผมจะไม่ขัดจังหวะการพูดนำเสนอ แต่สำหรับงานนี้ ผมต้องพูดว่า โอเค ฟังผมนะๆๆๆ ไม่งั้นไม่จบ ผมเจอทีมงานประเภทนี้มาพอสมควรแล้วครับ คือ ไม่คุยกับผมในฐานะคนที่ต้องรับผิดชอบก่อน แต่ไปขออนุญาต หรือรายงานผู้ใหญ่กว่าผมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็มักจะมีวิธีการดัดนิสัยคนกลุ่มนี้เหมือนกันครับ วันนี้ก็เจอแบบนี้แหละครับ ผมเห็นหนังสือสองฉบับ เอ๊ะมันมาได้งัย ก็เลยโทรไปถามเจ้าของหนังสือสองเรื่องนี้ ก็บอกว่า เขาไปเรียนขออนุญาตกับรองอธิการฯ ไว้เรียบร้อยแล้ว ฮือ ผมก็เลยตอบไปว่า ผมไม่สนว่าจะอ้างใคร เพราะผมมีหน้าที่ทำให้ถูกต้องอย่างเดียว ซึ่งคุณมีสองวิธีการคือ หากเป็นคำสั่งที่ผู้ใหญ่สั่งคุณโดยตรง โดยไม่ผ่านคณะหรือผม คุณก็ทำไปรับผิดชอบไป ผมไม่ขอรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น (เชื่อเถอะครับ มาแบบนี้แล้วมีปัญหาให้แก้ตามหลังมาทุกครั้ง) หรืออย่างที่สองคือไปขอให้ท่านๆ ทั้งหลายออกหนังสือสั่งการมาให้ผมทำ หรือมาสั่งให้ผมทำ นั่นแหละผมจะทำให้ (ซึ่งผมก็เชื่อว่า ท่านจะไม่สั่งให้ทำ แต่ส่วนใหญ่ท่านในฐานะผู้ใหญ่ ใครไปเสนออะไรส่วนใหญ่ท่านก็ไม่ได้ขัดอะไร)
รอบนี้ผมเลยเอาหนังสือที่เขาเสนอมามาชี้เป็นข้อๆ ว่า เขาทำผิดตรงไหนบ้าง กว่าจะยอมรับก็ต้องใช้เวลานานครับ ซึ่งผมจะไม่เสนอทางออกหรือทางแก้ให้หรอกครับ หากไม่ยอมรับว่าทำผิดก่อน และเมื่อเขายอมรับว่า ผิด ผมก็จะบอกให้เขาทราบว่า ทำอย่างไรจึงจะถูก แล้วหน้าที่เขาคือไปทำมาให้ถูกก็สิ้นเรื่อง ความจริงก็คือความจริง ระเบียบก็เป็นระเบียบนั่นแหละครับ ถ้าขืนพอไม่ชอบแล้วไม่ทำตาม ชอบก็ทำตามกฏ อย่างนี้ไม่ไหวครับ (เหมือนๆ กับถ้าฉันไม่ติดคุก โอเคคุณถูก แต่พอฉันจะติดคุก พวกคุณนั่นแหละไม่ยุติธรรม ฮาฮา พูดถึงใครอยู่หว่า) เกือบห้าโมงเย็นครับจึงจะลงเอย ได้กลับบ้านก็ห้าโมงกว่า โอ้ย นี้หรือวันลาป่วย
สลามคับ
- ผมเข้าใจผิดคับ แต่พยายามที่จะเดินหน้าเพื่อคิดว่าตัวเองกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ใจต่อการทำงาน สุดท้ายก็ได้ผลดี อัลฮัมดูลิลละห์ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความประสงค์ของอัลลอฮฺ(ซบ.)
อ่านแล้วก็น่าเบื่อนะครับ ผมมีหลายเรื่องที่เจอเหมือนกัน ก็งงไปเรื่อยๆ อาจารย์ครับการทำงานในที่ๆเราไม่มีความสุขเลย อาจารย์จะทำมันอีกไหมครับ (ผมรู้สึกมานานแล้ว)ไม่กี่วันมานี้ได้ไปเจอ ดร.สุกรี ที่เวทีบรรยายที่ ชมรมมุสลิม ม.ทักษิณ ได้คุยกับคณบดีท่านฝากอะไรผม ผมก็ได้แต่ครับ ครับ แต่ผมไม่กล้าบอกท่านว่าผมอึดอัดใจมากกว่า ขออัลลอฮฺตอบแทนความดีของอาจารย์นะครับ ได้ข่าวจะมีอาจารย์คนใหม่เร็วๆนี้ ผมก็อัลฮัมดุลิลละฮฺด้วยครับ ผมต้องวิ่งไปมาปัตตานี นคร เป็นว่าเล่นเลยครับช่วงนี้เพราะคุณพ่ออาการทรุดลงทุกวัน ได้แต่ขอดุอาอฺครับ
ขอบคุณครับ zul
ไม่เป็นไรผิดกันได้ แต่การผิดครั้งนี้ทำให้ได้ประโยชน์เยอะ
ขอบคุณอาจารย์เสียงเล็กๆ
- ขอฝากสลามถึงคุณพ่อด้วยนะครับ ขอให้หายป่วยเร็ว
- อาจารย์คนใหม่นี้สาขาอะไรครับ ผมยังไม่ได้ทราบข่าวเลย
- ผมไม่เบื่อที่จะทำงานเพื่อสังคมครับ ถึงแม้ว่าทำไปเท่าไรก็ยังไม่เห็นผล