ตอนนี้อาการดีขึ้นจนชักจะกลัวว่าตัวเองจะชะล่าใจ ก็เลยอยากเขียนบันทึกนี้เอาไว้เตือนใจตัวเองและเผื่อแผ่ถึงทุกท่าน ดังที่ตั้งเป็นชื่อเรื่องนั่นเองแหละค่ะ

เนื่องมาจากมีอาการเจ็บหูมาตั้งแต่ก่อนจะเดินทางไปประชุมที่กระบี่เมื่อวันพฤหัสและศุกร์ที่ผ่านมา แต่รู้สึกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวก็คงหายและมีเรื่องต้องจัดการหลายอย่าง แต่พอกลับมาถึงหาดใหญ่และจัดการเก็บข้าวของเก็บเสื้อผ้าซักรีดเก็บเรียบร้อยในวันเสาร์ ก็เริ่มรู้ตัวว่าท่าทางเชื้อโรคครั้งนี้จะร้ายเกินกว่าร่างกายจะสู้ไหว มีไข้ตัวรุมๆตั้งแต่คืนวันเสาร์ และมีอาการปวดหู ก็เลยตัดสินใจหายาฆ่าเชื้อที่มีติดอยู่กินเสียก่อน ท่าทางจะฆ่าเชื้อได้บ้างแต่คงจะมีพวกดื้ออยู่เยอะ เพราะดีขึ้นไม่นานพอถึงเวลายาลดปริมาณลงก็เริ่มมีอาการแรงขึ้นใหม่ จนกระทั่งเมื่อเย็นที่ผ่านมาปวดมากจนทนไม่ไหว ต้องกินยาแก้ปวดเข้าไป ใช้เวลาแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ทั้งไข้ลงและหายปวด เหงื่อออกเสียดิบดี รู้สึกกลับมาดีเหมือนเดิมจนน่าแปลกใจ

ทำให้รู้สึกเลยว่า สิ่งที่คิดกลัวเอาไว้ก่อนจนไม่ยอมกินยาแก้ปวดในช่วงแรกๆที่เป็น เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จนเราลืมไปว่าสาเหตุจริงๆคือหูเจ็บอยู่นั้นเป็นจริง ตอนนี้ความรู้สึกที่คิดมาตลอดว่าต้องไปให้หมอดูหูเริ่มหายไปแล้ว เพราะอาการหายไปเหมือนปลิดทิ้งเอาจริงๆ

คิดไปได้ถึงอีกหลายๆเรื่องรอบตัวที่เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน หากไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวนะคะ เพราะบางทีสาเหตุที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ลึกๆนั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรที่ร้ายแรงได้เมื่อเราปล่อยทิ้งเอาไว้ด้วยการแก้เฉพาะปัญหาตรงหน้า